ข่าว

กองปราบฯบุกค้นบ้าน‘ชาดา’

กองปราบฯบุกค้นบ้าน‘ชาดา’

23 ก.ค. 2558

เปิด“ยุทธการสะแกกรัง”ส่งคอมมานโดบุกค้นบ้าน“ชาดา ไชยเศรษฐ์”-ข่ายอิทธิพลอุทัยธานี 11 จุด

 
          เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภ คัย พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.4บก.ป. และพ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รรท.ผกก.ปพ.บก.ป. นำกำลังตำรวจกองปราบและหน่วยคอมมานโดกว่า 200 นาย บุกปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้างในจังหวัดอุทัยธานี 11 จุด แบ่งเป็น เขตอำเภอเมือง 4 จุด และอำเภอสว่างอารมณ์ 7 จุด ตามแผนยุทธการสะแกกรัง 
 
          จุดแรกเจ้าหน้าที่ได้นำหมายศาลอาญารัชดา เข้าตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 7 ต.ดอนขวาง อ.เมือง จ.อุทัยธานี หรือบ้านกลางเขา โดยบ้านดังกล่าวมีความสูง 2 ชั้น ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสร้างอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ ถูกจัดและตกแต่งเป็นรีสอร์ท บริเวณชั้นล่างมีห้องประชุม ห้องสัมมนา และห้องรับแขก ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง บริเวณขั้นสองเป็นห้องพัก ซึ่งมีนายเจเศรษฐ์ ซักเซ็ค อายุ 27 ปี หลานชาย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา รับเป็นผู้ดูแลบ้าน จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์แบบบิ๊กไบค์ ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยู เนื่องจากไม่มีเอกสารการครอบครอง สำหรับจุดที่สองเจ้าหน้าที่ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 24 ถ.มณีรัตน์ ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นบ้านของนายชาดา ไทยเศรษฐ์จากการเข้าตรวจค้นไม่พบนายชาดา และนายนิรันดร์ ภายในบ้านพัก พบเพียงนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี น้องสาวนายชาดา ที่พักอยู่บ้านหลังนี้ นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน
 
          พ.ต.อ.อัคราเดช เปิดเผยว่า ปฏิบัติการยุทธการสะแกกรังครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับร้องเรียนว่าในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีเกิดเหตุอาชญากรรม โดยเฉพาะการใช้อาวุธปืนบ่อยครั้ง รวมถึงคดีสำคัญ อย่างคดีการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.เกริกฤทธิ์ นิยมเสริม ผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตหน้าบ้านพัก ในจังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2554 ซึ่งขณะนี้ยังมีผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีการจับกุมคือนายนิรันดร์ หรือหมู พึ่งสำเภอ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 780/2554 ลง วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 และนายต่าย ไม่ทราบชื่อสกุล ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่781/2554 ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2554 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนและตามสมควรแก่พฤติการณ์” ซึ่งจากการสืบสวน มีข้อมูลเบาะแส ว่ามีการมาหลบซ่อนอยู่ในจังหวัดอุทัยธานี และมีข้อมูลว่ารู้จักกับนายชาดา 
 
          ด้าน น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ไม่เคยพบเห็นและรู้จักนายนิรันดร์ เข้ามาที่บ้านหลังนี้ แต่ไม่ทราบว่าจะรู้จักกับนายชาดาหรือไม่ เนื่องจากนายชาดา เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนสภาราษฏร อาจจะรู้จักคนเป็นจำนวนมาก และส่วนที่หลายคนมองว่าตระกูลไทยเศรษฐ์เป็นผู้มีอิทธิพลในจังหวัดอุทัยธานี ก็เชื่อว่าคนที่รู้จักครอบครัวจะไม่มองเช่นนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นคนนอกที่เห็นว่าเป็นคนมีอิทธิพล อย่างไรก็ตามในส่วนของนายชาดานั้นได้เดินทางไปทำธุระที่กรุงเทพมหานคร 
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย ซึ่งเป็นส่วนใหญ่เป็นบ้านของอดีตนักการเมือง และนักการเมืองท้องถิ่น อาทิ นายปภาวิชญ์ หรือ สจ.เปี๊ยก บุษวะดี บ้านเลขที่ ๓๐/๑ หมู่ ๘ ต.ท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี, นายอภิรัตน์ หรือเฮง ชินพีระเสถียร บ้านเลขที่ ๒๗๐-๒๗๒ ถ.ท่าช้าง ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี , นายเอ หรือ สจ.เอ ถนอมมิตรวัฒนา บ้านเลขที่ ๔๙ หมู่ ๓ ต.สว่างอารมณ์ อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี และโรงสี เลขที่ ๖๘ หมู่ ๕ ต.สว่างอารมณ์ อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี ,นายมนัส หรือ กำนันมนัส รอดนิล เลขที่ 259/3 หมู่ 10 ต.บ่อยาง อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี,นายสุชาติ หรือชาติ อ่อนทิมวงษ์ เลขที่ ๗๗/๑ หมู่ ๑๐ ต.ไผ่เขียว อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี ,นายสมเกียรติ แสงอุทัย (นายกเทศบาลตำบลพลวงสองนาง) เลขที่ ๑๔๗/๕ หมู่ ๖ ต.พลวงสองนาง อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี , นายอนันต์ จุลมุสิ เลขที่ ๑๕/๒ หมู่ ๙ ต.สว่างอารมณ์ อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี ,และนายชูชีพ หรือ สจ.ชีพ สารีนนท์ เลขที่ ๕๓/๔ หมู่ ๒ ต.ไผ่เขียว อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี 
 
          ต่อมาเวลา 10.30 น. วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมชั้น 3 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี พ.ต.อ.กรไชย พร้อมคณะ ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้างในพื้นที่ จ.อุทัยธานี ภายใต้ “ยุทธการสะแกกรัง” พร้อมของกลางอาวุธปืน 20 กระบอก เป็นอาวุธปืนยาว 9 กระบอก อาวุธปืนสั้น 11 กระบอก และเครื่องกระสุนอีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมียุทธภัณฑ์ที่เป็นเสื้อเกราะกันกระสุน 4 ตัว หนังเสือโคร่งจำนวน 2 แผ่น เขาสัตว์ 2 ชิ้น และซากสัตว์เสือลายเมฆ จำนวน 1 ตัว 
 
          พ.ต.อ. กรไชย กล่าวว่า ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งขาติได้มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม เข้ามาแก้ไขปัญหาอาชญากรรม กลุ่มผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้างร่วมกับตำรวจพื้นที่ เพื่อป้องกันและปราบปรามให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความสงบเรียบร้อยให้กับชุมชนในสังคม ซึ่งที่ผ่านมาเกิดเหตุอาชญากรรมในพื้นที่ จ.อุทัยธานี  โดยเฉพาะคดีสำคัญ อย่างคดีการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.เกริกฤทธิ์ นิยมเสริม ผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตหน้าบ้านพัก ในจังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2554 ซึ่งทางกองบังคับการปราบปรามได้รวบรวมข้อมูลกำหนดจุดต่างๆ ไว้ 11 จุด เป็นของกลุ่มผู้มีอิทธิพล จึงเป็นที่มาของแผนยุทธการสะแกกรัง 
 
          พ.ต.อ.กรไชย กล่าวอีกว่า จากการระดมปิดล้อมตรวจค้นตั้งแต่ช่วงเช้ามืด สามารถตรวจยึดของกลางเป็นอาวุธปืนได้จำนวนมาก รวมทั้งซากสัตว์ และหนังเสือ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ จะทำการตรวจยึดปืนและนำไปยิงทดสอบเปรียบเทียบ รวมทั้งยังตรวจสอบประวัติปืนว่า โยงกับคดีอาชญากรรมและคดีสะเทือนขวัญในพื้นที่หรือไม่ และเก็บปลอกกระสุนไว้เพื่อป้องกันเหตุในอนาคต ในส่วนของคนร้ายที่ยังหลบหนีคาดว่าน่าจะหลบหนีไปกบดานนอกพื้นที่ ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป