ข่าว

 จริยธรรมสื่อบ้านนอก

จริยธรรมสื่อบ้านนอก

23 ก.ค. 2558

จริยธรรมสื่อบ้านนอก : 'จอกอ'จักร์กฤษ เพิ่มพูล

              ตอนที่ผมเป็นประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ องค์กรสมาชิกที่อยู่ในต่างจังหวัดมักเรียกตัวเองว่าเป็น “สื่อบ้านนอก” คล้ายจะรู้สึกว่าเป็นพลเมืองชั้นสองในแวดวงวิชาชีพสื่อ ในทัศนะของผมไม่ว่าจะเป็นสื่อในภูมิภาคใด ขนาดขององค์กรจะใหญ่ หรือเล็กอย่างไร มีชื่อเสียงหรือไม่ ก็ไม่สำคัญ

              คุณค่าของความเป็นสื่อนั้น อยู่เพียง “ความรับผิดชอบ”

              เหตุผลอื่นนอกจากนี้ไม่มี

              ดังนั้น ตลอดระยะเวลา 6 ปี 3 ปีแรกในฐานะกรรมการ และ 3 ปีหลังในบทบาทประธาน วันหยุดสุดสัปดาห์ส่วนใหญ่ของผมก็คือชักชวนกรรมการบางท่านไปเยี่ยมเยือน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ กับคนข่าวต่างจังหวัด นี่ยังไม่นับรวมการเยี่ยมยามถามข่าวเรื่องเจ็บป่วย การประสบภัยต่างๆ จนถึงงานวันสุดท้ายของชีวิต

              การกล่าวถึงจริยธรรมสื่อบ้านนอกครั้งนี้ จึงอนุมานเอาว่า เป็นคำที่เจ้าของสื่อท้องถิ่นยินดีที่จะเรียกชื่อตัวเอง และจะใช้คำว่า สื่อบ้านนอก  เพียงการอธิบายปรากฏการณ์ของกลุ่มสื่อ ที่มีโครงสร้างการบริหารงาน และเป้าหมายที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกับสื่อส่วนกลางเท่านั้น

              มิได้มุ่งหมายที่จะแยกแบ่งชนชั้นสื่อภูธรหรือนครบาล

              ในการปฏิรูปสื่อ ไม่ได้พูดถึงปัญหาของสื่อต่างจังหวัดอย่างเฉพาะเจาะจง มีแต่ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ที่มีเป้าหมายไปสู่การจัดตั้ง สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ซึ่งมีเนื้อหาสนับสนุนการรวมตัวกันของสื่อทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค

              คำถามสำคัญที่ได้จากการไปพบปะองค์กรสมาชิกในต่างจังหวัด รวมทั้งการพูดคุยกับคนทำสื่อที่เรียกตัวเองว่าสื่อบ้านนอก คือ สื่อบ้านนอกจำเป็นต้องปรับตัวเช่นเดียวกับสื่อส่วนกลางหรือไม่ โดยเฉพาะจำนวนคนอ่านสื่อสิ่งพิมพ์ที่หดหาย จนสื่อหลักเกือบทั้งหมดจำเป็นต้องกระโจนเข้าสู่ทีวีดิจิทัล

              ถึงแม้ว่า ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จนส่งผลให้สื่อระดับชาติต้องปรับตัวขนานใหญ่ แต่สื่อท้องถิ่น ในกลุ่มสื่อหนังสือพิมพ์ยังคงมีอนาคต เพียงแต่ต้องเข้าใจบทบาทของสื่อเพื่อชุมชน หรือ Community Newspapers

              บทบาทในมิติของสื่อชุมชนที่ว่านั้นคือ การนำเสนอข่าวที่ใกล้ตัว มีสาระและคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ สำคัญที่สุดคือ มีความรับผิดชอบ บทบาทเช่นนี้ เป็นบทบาทสำคัญ ที่สื่อระดับชาติไม่อาจเข้าถึงได้ แต่ในความเป็นจริงสื่อท้องถิ่นยังไม่ได้ตระหนักในเรื่องนี้มากเท่าที่ควร

              วัฒนธรรมการเสนอข่าวของสื่อท้องถิ่น หากไม่เสนอเรื่องบทบาท ความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุน กลุ่มนักการเมือง กลุ่มผู้มีอิทธิพล ซึ่งอาจเป็นแหล่งทุนสนับสนุนแล้ว บนหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจะเต็มไปด้วยข่าวและภาพอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ข่าวบอกใบ้ให้หวย ข่าวอาชญากรรมเลือดท่วม ข่าวข่มขืน ข่าวเด็กก่ออาชญากรรม ข่าวเด็กเป็นเหยื่ออาชญากรรม โดยเปิดเผยชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หรืออ่านแล้วเข้าใจได้ว่าคนเหล่านั้นเป็นใคร

              การเสนอข่าวและภาพในลักษณะนี้นับเป็นการเสนอที่มิได้คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่ตกเป็นข่าว หรือเป็นการซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมของผู้เป็นข่าว ซึ่งสื่อมวลชนจะต้องระมัดระวังพิเศษ สำหรับเด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาส

              วัฒนธรรมการเสนอข่าวเช่นนี้ มีแรงกดดันส่วนหนึ่งมาจากเป้าหมายในเชิงธุรกิจ ที่ต้องขายข่าวและภาพด้วย เนื่องจากความรับผิดชอบในการอยู่รอดทางธุรกิจ และการผลิตเนื้อหาอยู่ในคนคนเดียวกัน

              ปัญหาของสื่อท้องถิ่น มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกับสื่อส่วนกลาง เนื่องจากสภาพความเป็นเจ้าของและกองบรรณาธิการมิได้แยกส่วนเช่นเดียวกับสื่อส่วนกลาง จนอาจดูเหมือนมีผลประโยชน์ทับซ้อน

              คือในขณะที่กองบรรณาธิการทำหน้าที่สื่อตามหลักการ แต่เจ้าของที่เป็นส่วนหนึ่งของกองบรรณาธิการด้วยก็มีภาระหน้าที่ในการหารายได้ เพื่อความอยู่รอดขององค์กร

              เนื้อหาในการนำเสนอของสื่อท้องถิ่นส่วนใหญ่จึงมุ่งต่อการขายข่าวและภาพ ที่สร้างความสนใจ หรือเพียงตอบสนองสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์

              ผมเชื่อว่าสื่อบ้านนอกก็ต้องการที่ยกระดับมาตรฐานของเขา ให้เป็นสื่อที่เชื่อถือและไว้วางใจได้ แต่ขณะเดียวกันก็ถูกกดดันที่จะผลิตเนื้อหาเพื่อความอยู่รอด เพราะความเชื่อยังเป็นเช่นนั้น และพฤติกรรมผู้รับสารในต่างจังหวัดก็ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับข่าวชาวบ้าน ข่าวข่มขืน ข่าวอาชญากรรมเลือดท่วม

              จะเปลี่ยนแปลงสื่อบ้านนอกก็ต้องเปลี่ยนสังคมรอบข้าง ไม่ว่าจะด้วยการให้รู้เท่าทันสื่อ หรือความกล้าหาญของสื่อบ้านนอกสักกลุ่มหนึ่ง ที่จะฉีกกฎทั้งหลาย เสนอข่าวคุณภาพและมีความรับผิดชอบ เพื่อพิสูจน์ว่าข่าวดีก็ขายได้