ข่าว

ปั้น‘หม่องสมุนไพร’ฟุ้งอาเซียนทางสู้ชีวิต‘ชุติภา บวรกิจสุธี’

ปั้น‘หม่องสมุนไพร’ฟุ้งอาเซียนทางสู้ชีวิต‘ชุติภา บวรกิจสุธี’

23 ก.ค. 2558

ปั้น‘หม่องสมุนไพร’ฟุ้งอาเซียน ทางสู้ชีวิต‘ชุติภา บวรกิจสุธี’ : คมคิดชีวิตต้องสู้ โดยธานี กุลแพทย์

              คำคมของขงเบ้ง ที่ว่า “ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน” น่าจะใช้ได้ดีกับชีวิตของเด็กสาวยอดนักสู้จากเมือง “ละโว้” ลพบุรี ผู้ซึ่งไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่ก้าวขึ้นมาจากวิถีชาวบ้านธรรมดา จบการศึกษาแค่ชั้นประถม 6 สู่เจ้าของกิจการแปรรูปสมุนไพรไทยในโหมด “ยาสามัญประจำบ้าน” ที่สร้างมูลค่านับสิบล้านบาทในวันนี้ ของ "แหม่ม" ชุติภา บวรกิจสุธี วัย 31 ปี เจ้าของบริษัทรัตนบวรกิจติ สมุนไพร จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเหลือง ยาหม่องสมุนไพร หม่องอโรมา หม่องเขียว ยาดม “ช้อนทองมงคล” แบรนด์น้องใหม่มาแรง ซึ่งขอแชร์ส่วนแบ่งด้านการตลาด ด้วยชูผลิตภัณฑ์ได้คุณภาพมาตรฐานสากล มี อย.รับรอง พร้อมตั้งเป้าโต 40% ปีหน้ารับเปิดเสรีอาเซียน

              เธอใช้เวลาเพียง 7 ปี ในการเรียนรู้ชั้นเชิงธุรกิจด้านการแปรรูปสมุนไพรจนก้าวขึ้นมามีกิจการเป็นของตนเอง แม้จะไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับเด็กสาวที่มีความมุ่งมั่นสานต่อกิจการเล็กๆ ของครอบครัวที่กำลังเข้ามุมอับ ไม่มีใครรับช่วงต่อ ด้วยขอยุติการศึกษาเล่าเรียนแค่ชั้น ป.6 ทุ่มเทพลังกาย พลังใจ เรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์ มุ่งหวังปลดล็อกให้กิจการเดินไปได้ ก่อนก้าวมาสู่เจ้าของธุรกิจอย่างเต็มตัว

               "แหม่ม" ชุติภา ย้อนอดีตให้ฟังว่า พื้นเพเป็นชาวลพบุรี ทว่า ได้ย้ายตามครอบครัว พ่อแม่ ไปทำสวนสมุนไพรและแปรรูปเป็นยาพื้นบ้าน กิจการเล็กๆ อยู่ที่ จ.กำแพงเพชร ตั้งแต่เธออายุไม่กี่ขวบ เป็นน้องสุดท้อง มีพี่ๆ อีก 3 คน ได้เติบโตและเล่าเรียนหนังสืออยู่ที่นั่น ต่อเมื่อพี่ๆ จบการศึกษาได้แยกย้ายออกไปประกอบอาชีพอื่นๆ กันหมด เป็นช่วงเดียวกับที่เธอยังเรียนอยู่ระดับประถม นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ในเวลาต่อมาแหม่มต้องหยุดการเรียนเพียงแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังจากมองเห็นเค้าลางแล้วว่า บรรดาพี่ๆ ไม่มีใครมาช่วยงานที่บ้าน ซึ่งนั่นอาจทำให้กิจการต้องหยุดไปในที่สุด

              “พ่อแม่ผลิตยาพื้นบ้านในรูปของน้ำมันต่างๆ ที่ใช้บรรเทาอาการแมลงสัตว์กัดต่อย หรือนวดแก้เคล็ด ขัด ยอก ซึ่งเริ่มเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว โดยใช้สมุนไพรซึ่งปลูกเอง เช่น ไพล ว่านเอ็นเหลือง ว่านนางดำ ว่านมหาเมฆ กระชายดำ ฯลฯ นำมาปรุง เริ่มจากใช้ในครอบครัว และกลุ่มญาติพี่น้องยามเจ็บไข้ได้ป่วย โดยเฉพาะน้ำมันเหลืองตำรับยาโบราณสูตรดั้งเดิมในโครงการพระราชดำริ ที่เห็นผลดีหลังกระจายให้เพื่อนบ้านหาซื้อไปใช้ จากปากต่อปาก ทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น กลายเป็นสินค้าจากภูมิปัญญาพื้นบ้านที่โดดเด่น”

              แหม่ม ย้อนอดีตเมื่อกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งต้องยุติการเรียน พร้อมทุ่มเทแรงกายแรงใจ เรียนรู้เรื่องราวของสมุนไพรชนิดต่างๆ ขั้นตอนการผลิตยาสมุนไพรตำรับพื้นบ้านของครอบครัวอย่างจริงจัง อีกทั้งเดินสายตระเวนขายในชุมชน ละแวกใกล้เคียง ทั้งในและนอกพื้นที่อยู่นานนับสิบปี ซึ่งการทำทุกอย่างขณะนั้นเป็นการปรุงยาตำรับพื้นบ้านที่ยังไม่มีแบรนด์แต่อย่างใด เหตุนี้จึงทำให้เธอเมื่อมีเวลาว่าง จึงไปเรียนหลักสูตรศึกษาผู้ใหญ่จนจบ (เทียบเท่าระดับชั้น ม.3) เพื่อนำความรู้ที่ได้รับมาปรับปรุงสินค้า โดยเฉพาะในเรื่องของสรรพคุณที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

              “การทำตลาดยุคแรกๆ ชนิดที่ไร้ยี่ห้อนั้น เราได้เริ่มจากการใส่ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง วางขายตามตลาดสดเร่ขายบ้าง ซึ่งมีอุปสรรคเป็นธรรมดา แต่ก็ไม่ย่อท้อ เพราะเราเชื่อในคุณภาพของสินค้า”

              ด้วยเจตนารมณ์อันแรงกล้าในการจะสืบทอดกิจการของครอบครัวให้บรรลุเป้าหมายมีแบรนด์เล็กๆ เป็นของตนเอง ต่อเมื่อราวปี 2550 เธอได้แต่งงานกับ สุภัคมงคล บวรกิจสุธี หรือ “หนึ่ง” และย้ายเข้ามาสู่กรุงเทพมหานคร เขาได้สร้างความฝันของเธอให้เป็นจริง เพราะนอกจากได้สนับสนุนให้เธอเข้ารับการอบรมหลักสูตรแพทย์แผนไทย สาขาเภสัชกร รุ่น 10 ของสถาบันการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ในปี 2551 แล้ว ทางคุณพ่อของเขาก็ให้การสนับสนุนด้านเงินทุนในการสร้างโรงงานสถานที่ผลิตยาแผนโบราณขึ้นบนเนื้อที่ 1 ไร่เศษ ณ เลขที่ 20/92 ซอยบงกช ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

              เมื่อเรียนจบเธอจึงนำความรู้มาต่อยอดพัฒนาน้ำมันเหลืองสมุนไพรที่โดดเด่นอยู่แล้วให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น พร้อมแตกไลน์เป็นยาหม่องสมุนไพร ยาหม่องอโรมา ยาหม่องเขียว และยาดมชุติภา ซึ่งแต่ละประเภทสินค้ามีสรรพคุณ มีคุณภาพเห็นผลได้จริง ได้มาตรฐานตรงตามหลักเภสัชสมุนไพร ที่ทุกกระบวนการผลิตควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ภายใต้สโลแกน “สมุนไพรไทย จริงใจ ห่วงใย ใกล้ชิดคุณ” ฉะนั้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้มากยิ่งขึ้น เธอจึงจัดตั้งระบบการผลิตในชื่อบริษัทรัตนบวรกิจติ สมุนไพร จำกัด พร้อมกับขอเลขทะเบียนยาอย่างถูกต้องในทุกชนิดสินค้าจาก อย. จากนั้นจึงผลิตและจำหน่ายภายใต้แบรนด์ทางการค้า “ช้อนทองมงคล” นับแต่ปี 2554 เป็นต้นมา

              ด้วยน้ำมันเหลืองสมุนไพร นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับดีจากผู้ใช้ เพราะสรรพคุณบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้อย่างตรงจุด เมื่อใช้ตัวยาจะไม่ร้อน ไม่เหนียวเหนอะหนะ แห้งซึมเข้าสู่ผิวหนังได้เร็ว ใช้ได้ตลอดเวลา เพราะเป็นแบบสเปรย์หัวฉีด มีกลิ่นหอมเย็นจากสมุนไพร ส่วนยาหม่องสมุนไพร ยาหม่องอโรมา ยาหม่องเขียว รวมไปถึงยาดม ซึ่งผลิตจากกรรมวิธีโบราณ ต่างได้รับการตอบรับดีจากตลาดเช่นกัน

              ปัจจุบันแม้การแข่งขันด้านการตลาดของสินค้าแปรรูปสมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ จะสูงก็ตาม ทว่า ผลิตภัณฑ์ช้อนทองฯ น้องใหม่ในโหมดยาสามัญประจำบ้าน ได้มีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศในระดับที่ดี โดยที่แหม่มกล่าวอย่างมั่นใจว่า เพราะการผลิตทุกชิ้นยังคงตัวยาสูตรดั้งเดิมขนานแท้ไว้ พร้อมๆ กับการพัฒนาสูตรอื่นๆ เพิ่ม โดยเฉพาะสูตรเย็น กลิ่นใหม่ๆ เพื่อขยายตลาดเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยรุ่น ที่หันมาใส่ใจกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ด้านบรรจุภัณฑ์หรือแพ็กเกจจิ้งก็ปรับเปลี่ยนให้ดูทันสมัยสอดคล้องกับสินค้า ตลอดรวมทั้งมาตรฐานการผลิตทุกสูตร ทุกตัวยา ที่ผ่าน อย. ราคาที่ไม่แพงเกินจริงแต่คุณภาพเต็มร้อย เหล่านี้จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้

              “เราตั้งใจว่าจะทำให้แบรนด์ช้อนทองมงคลเป็นผลิตภัณฑ์ยาสามัญประจำบ้านที่ทุกครัวเรือนจะมีติดบ้านและหยิบใช้ได้ตลอดเวลา ดังนั้นในร้านตำรับยาไทยที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศเกือบ 40 แห่ง จึงมีสินค้าวางจำหน่ายอย่างครบถ้วน อีกทั้งตามร้านขายยาทั่วไป ร้านนวดและสปาต่างๆ ก็มีวางจำหน่ายเช่นกัน”

              ส่วนด้านตลาดต่างประเทศ เธอได้เจาะกลุ่มลูกค้าจากประเทศจีนเป็นหลัก โดยผ่านการประสานงานจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้โอกาสเธอนำสินค้าไปออกบูธ 2-3 ครั้ง ซึ่งการไปแต่ละครั้งก็ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าชาวจีนเป็นอย่างดี จนกลายเป็นพันธมิตรหลักเจ้าประจำด้านออเดอร์ในปัจจุบัน

              ด้วยวิถีชีวิตประจำวัน สภาพภูมิอากาศ พฤติกรรมการบริโภคทั้งของกิน ของใช้ ตลอดรวมทั้งความชื่นชอบในเรื่องสมุนไพรของชาวพม่า เขมร และชาวลาว ที่ไม่แตกต่างไปจากคนไทย แหม่มจึงมีแผนการเตรียมเปิดตลาดผลิตภัณฑ์ช้อนทองฯ ในทั้ง 3 ประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา และคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงในเร็วๆ นี้ เพื่อรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปีนี้เช่นกัน พร้อมเตรียมเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ที่ใช้ในธุรกิจสปา อาทิ น้ำมันนวด สครับขัดผิว ลุยตลาดเหล่านี้ด้วย

              “ตั้งเป้าในปีหน้าผลิตภัณฑ์ของเราจะโต 30-40% เพราะนอกจากได้เปิดตลาดต่างประเทศในนามแบรนด์ช้อนทองมงคลบ้างแล้ว บริษัทยังรับจ้างผลิตให้แก่ลูกค้าที่สนใจประกอบธุรกิจด้านนี้ด้วย ซึ่งปัจจุบันมีหลายรายที่ให้เราผลิตให้ โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทกรุ๊ปทัวร์ ที่นำไปติดโลโก้ของเขาเองหรือผลิตในนามช้อนทองฯ ก็มีมาก เพื่อนำไปแจกนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งกระแสตอบรับดีมาก”

              ถึงวันนี้ 5 ปีนับจากผลิตภัณฑ์แบรนด์ “ช้อนทองมงคล” ได้ออกสู่ท้องตลาด แม้จะมีอุปสรรคมากมาย ทว่า "แหม่ม" ชุติภา บวรกิจสุธี ไม่เคยย่อท้อ เพราะได้รับกำลังใจ กำลังสนับสนุนจากทุกคนรอบกาย ทั้งพ่อแม่ผู้ผลักดันให้เธอต่อสู้จนมีวันนี้ สามี ไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวสามี พนักงานในบริษัทอีกหลายสิบชีวิต ที่ต่างมีความตั้งมั่นร่วมกันที่จะผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรแบรนด์นี้ให้เป็นที่รู้จักของทุกครัวเรือน ในฐานะยาสามัญประจำบ้าน และผลักดันให้เป็นที่รู้จักของชาติอาเซียนในอนาคต ซึ่งแม้จะเป็นโจทย์ที่ยาก แต่ทั้งหมดกล่าวเป็นเสียงเดียว จะร่วมกันฝ่าฟัน รังสรรค์ผลงาน เพื่อจะต้องตอบโจทย์นี้ให้ได้

เกร็ดเล็กๆ ทำน้ำมันเหลืองใช้เอง!

              “น้ำมันเหลือง” เป็นผลิตภัณฑ์ที่คนส่วนใหญ่ในอดีตนิยมทำใช้กันเองเพราะสมุนไพรหาได้ง่าย สรรพคุณบรรเทาสารพัดโรค ทั้งทาแก้อัมพาต เหน็บชา ตะคริว ปวดสันหลังปวดบั้นเอว ปวดเข่า ฟกช้ำ ปวดกล้ามเนื้อ สูดดมแก้คลื่นไส้ วิงเวียน หอบหืด และไซนัส เป็นต้น

              ทุกคนสามารถทำใส่ขวดไว้ใช้เองได้ เพียงมีวัสดุอุปกรณ์คือ เมนทอล 300 กรัม, พิมเสน 100 กรัม, การบูร 100 กรัม, หัวไพลแก่จัด 200 กรัม,น้ำมันงาบริสุทธิ์ 50 กรัม, กระทะสำหรับทอดหัวไพล, ภาชนะสำหรับผสมสาร เช่น ขวดบรรจุกาแฟ ขวดแก้ว ฯลฯ

ส่วนขั้นตอนวิธีการทำนั้น เริ่มจาก

              1.ล้างหัวไพลให้สะอาดตากให้แห้ง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตากให้แห้ง

              2.ทอดหัวไพลในน้ำมันงาโดยใช้ไฟอ่อนๆ ทอดไปจนน้ำมันเป็นสีเหลือง ยกลงจากเตากรองเอากากทิ้ง

              3.นำส่วนผสมทั้ง 3 ชนิด ในอัตราส่วนที่กำหนด คือ (เมนทอล 3 ส่วน พิมเสน 1 ส่วน การบูร 1 ส่วน) เทผสมรวมกันในภาชนะสำหรับผสมสาร

              4.ใช้ไม้พายเล็กคนให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเป็นของเหลว (ถ้าไม่ใช้ไม้คนอาจใช้วิธีการเขย่าขวดให้ส่วนผสมละลายก็ได้)

              5.เติมน้ำมันที่สกัดจากหัวไพลลงไป คนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน

              6.นำน้ำมันเหลืองที่ได้บรรจุขวดปิดฝาให้แน่นเป็นอันเสร็จสิ้นทุกกระบวนการทำใช้เองแบบง่ายๆ