
คุก2ปี!วรวีร์-องอาจปลอมเอกสาร
คุก2ปี!วรวีร์-องอาจปลอมเอกสาร ลดโทษเหลือจำคุก1ปี4เดือนรอลงอาญา
ความคืบหน้ากรณีที่ “เสี่ยหม่อง” นายณฐภณ ปัญญาคณานุกูล ประธานสโมสรพัทยา เอฟซี ได้ยื่นฟ้อง นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นจำเลยที่ 1 และ นายองอาจ ก่อสินค้า สมัยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม ข้อบังคับลักษณะการปกครองสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และนำไปจดกับนายทะเบียนกรมการปกครอง ตั้งแต่ปี 2556
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2558 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลได้อ่านคำพิพากษา และตัดสินให้ สโมสรพัทยา เอฟซี เป็นฝ่ายชนะคดี โดยลงโทษ นายวรวีร์ มะกูดี และ นายองอาจ ก่อสินค้า มีความผิดให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 6,000 บาท แต่จำเลยทั้งสองไม่เคยทำความผิดมาก่อน ศาล ลดโทษ 1 ใน 4 เหลือจำคุก 1 ปี 4 เดือน พร้อมปรับเงิน 6,000 บาท เหลือ 4,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา
ภายหลังจากชนะคดี “เสี่ยหม่อง” นายณฐภณ ปัญญาคณานุกูล กล่าวว่าวันนี้ศาลท่านอ่านคำพิพากษาให้ตนเองเป็นฝ่ายชนะคดีที่ถือว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์ บอกเลยว่าปลื้มใจมากๆ เพราะตนและเพื่อนสโมสรสมาชิกบางส่วน ได้ร่วมต่อสู้กันมาหลายปี เพื่อต้องการความถูกต้องและเพื่อให้วงการฟุตบอลมีความยุติธรรม และโปร่งใส รวมไปถึงการเลือกตั้งต้องเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม
“ผมต่อสู้มาพร้อมด้วยสมาชิก ซึ่งเป็นการใช้สิทธิ์อันชอบธรรม ซึ่งวันนี้ถือเป็นความสำเร็จอย่างสูงส่ง เพราะผมฟ้องนายกสมาคมฟุตบอล มาหลายคดี ทั้งศาลอาญา, ศาลแพ่ง และศาลปกครอง ยอมรับหวั่นใจเหมือนกัน หากคดีนี้เราเป็นฝ่ายแพ้ จะทำให้ผมและเพื่อสมาชิกบางส่วน ถูกสังคมมองว่าเป็นคนไม่ดี ขี้แพ้ชวนตี แต่เมื่อผลการตัดสินออกเช่นนี้แล้ว ก็ต้องรอดูว่าการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล จะดำเนินการอย่างไรต่อไป”
ด้าน "บังยี" วรวีร์ มะกูดี กล่าวว่าตนเคารพคำสั่งศาลแต่จะใช้สิทธิ์อุทธรณ์ ซึ่งเจตนาที่ตนดำเนินการไปเป็นเจตนาที่บริสุทธิ์ ทำไปตามหน้าที่ ตนเองไม่ได้ทำส่วนตัวแต่ทำไปตามหน้าที่ มีมติที่ประชุมอย่างไรก็ดำเนินการไปตามนั้น
ขณะที่ นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ที่ปรึกษาฝ่ายกฏหมายของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่าโดยหลักกฏหมายบอกว่าตราบใดที่ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดท่านนายกวรวีร์ และ ดร.องอาจ ก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ซึ่งต่อจากนี้จะเอาระเบียบข้อบังคับที่มีการปรับแก้ไข ตามคำแนะนำของกรมการปกครองและการกีฬาแห่งประเทศไทย ไปยื่นต่อต่อศาลชั้นต้นเพื่อไปสู่ศาลอุทธรณ์ ภายใน 30 วัน
“การตกเป็นจำเลยในคดีนี้หรือคำพิพากษาในศาลชั้นต้นทั้งสองท่านอย่างเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ยังไม่ถูกกำกับดูแล สามารถจะทำธุรกรรม สามารถจะลงรับสมัครรับเลือกตั้ง สามารถจะทำอะไรก็ได้ ถ้าศาลฎีกายังไม่บอกว่ากระทำความผิด ทุกคนในประเทศนี้ยังบริสุทธิ์อยู่"



