
ประจำวันที่20ก.ค.
** เมื่อนักค้ายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล ถูกส่งตัวเข้าคุกกันมากขึ้น เรือนจำจึงต้องปรับตัวเพื่อก้าวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของนักโทษ ไม่เพียงแต่พัศดีเท่านั้นที่ต้องรู้เท่าทันกลโกงของนักโทษในยุค 2009 ในแง่กายภาพของเรือนจำก็ต้องปรับเปลี่ยน
ต่อจากนี้คุกจะมีเพียงแนวกำแพงกับลูกกรงไม่ได้แล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเสริมระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นมาตรการควบคุมให้เรือนจำซูเปอร์แม็กซ์ นอกจากนี้ "นัทธี จิตสว่าง" อธิบดีกรมคุก ยังคาดหวังพัฒนาเรือนจำให้ก้าวข้ามจากแดนสนธยามาเป็นตู้ปลาโปร่งแสง หลังจากนี้เรื่องการพิจารณาเลื่อนชั้นนักโทษ การย้ายแดนคุมขัง การลดวันต้องโทษ หรือการพักการลงโทษ จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการที่มีบุคคลภายนอกร่วมด้วย
** งานเข้าจังเบ้อเร่อสำหรับ "พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" อธิบดีดีเอสไอ จากการแฉโพยถึงผู้ต้องหาตามหมายจับคดียิงสนธิ เพราะมีคนเห็นเด็กของรองโด่งเข้ามานั่งทำงาน และเข้านอกออกในดีเอสไออยู่เป็นประจำ แถมเคยเข้ารับการอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่คดีพิเศษอีกต่างหาก แม้ในชั้นการพิจารณาคดีผู้ต้องหาจะยังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ความเชี่ยวชาญพิเศษในการดักฟังโทรศัพท์ของผู้ต้องหารายนี้ สะท้อนถึงรูปแบบการทำงานที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน
** งานนี้คงต้องรื้อกันยาวว่า หากมีการดักฟังโทรศัพท์แกนนำพันธมิตรจริง ผู้ต้องหารายนี้ปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายจากใคร และนำอุปกรณ์ของหน่วยงานใดไปใช้ หากเป็นอุปกรณ์สอบสวนพิเศษของดีเอสไอ หัวหน้าหน่วยคนใดอยู่ในข่ายต้องร่วมรับผิด เรื่องแบบนี้หากปล่อยให้ยืดเยื้อเป็นหนังไตรภาค ใกล้ฤดูแต่งตั้งโยกย้ายปลายปีคงได้หนาวกันเป็นแถบ ระหว่างนี้ยังมีสิ่งที่ดีเอสไอควรทำอีกมาก ไม่เพียงแค่ส่ง "พ.ต.อ.วีระศักดิ์ มีนะวาณิชย์" ช่วยราชการดีเอสไอ ไปสังเกตการณ์การสืบสวนของ สตช.เท่านั้น เพราะถึงอย่างไรคดีที่มีชื่อดีเอสไอเข้าไปพัวพัน จะไม่โอนมาเป็นคดีพิเศษแน่ๆ
** วันที่ 20 กรกฎาคมนี้ "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" รมว.ยุติธรรม เป็นประธานปิดโครงการโรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองราชทัณฑ์ ที่ทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา จากนั้นเดินทางไปร่วมดำนาในโครงการปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์ ที่ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก ซึ่งเป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ที่เชิญชวนให้ครอบครัวข้าราชการและประชาชนในพื้นที่มีโอกาสทดลองทำนาข้าว ใช้ควายไถนา เพาะพันธุ์กล้วยไม้ อิฐบล็อกประสาน ปุ๋ยหมักอินทรีย์ และเตาเผาถ่านน้ำส้มควันไม้ ด้วยตนเอง **



