
ไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญ'ในฝัน'
ไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญ'ในฝัน' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น
ผ่านไปเรียบร้อยกับการประชุมนอกสถานที่ที่พัทยาของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณาปรับรายมาตราร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นร่างสุดท้าย ตอนนี้ร่างรัฐธรรมนูญเกือบเสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์เหลือเพียงเล็กน้อย ซึ่งก็กลับมาทำกันต่อที่กรุงเทพฯ
“ภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญผมพอใจเท่าที่พอใจ และร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ยกร่างนี้ ไม่ใช่ฉบับในฝัน เพราะหากเป็นฉบับในฝันมีหลายเรื่องที่ผมจะเขียนไว้และจะไม่เขียนแบบนี้ แต่ต้องเข้าใจมีข้อจำกัด” บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯ บอกถึงความในใจ
ขณะที่ “กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์” เลขานุการกรรมาธิการยกร่างฯ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญร่างแรกที่ออกมานั้น หลายคนคิดว่าเป็นกลไกที่สร้างขึ้นมาแล้วสามารถแก้ไขปัญหาและนำประเทศไปสู่ความสงบสุขได้ แต่เมื่อรับฟังความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ และเสียงประชาชนแล้ว ต้องนำมาปรับเพื่อให้เกิดความสมดุลและได้รับการยอมรับมากขึ้น แม้จะไม่ใช่โจทย์ที่ต้องการ
สรุปว่า ไม่ใช่ “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับในฝัน” ของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หรืออีกนัยหนึ่ง “ไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญตามใจฉัน”
ดังนั้น หากไล่เรียงกัน ก็จะพบว่ามีหลายประเด็นที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ยอมถอยในขั้นสุดท้าย ตามแรงต้าน
เริ่มจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งอาจารย์บวรศักดิ์ภูมิใจเป็นหนักหนาว่า เป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเป็นใหญ่ จึงเลือกใช้คำว่า “พลเมือง” ในหลายที่ของร่างฯ เพื่อยกฐานะขึ้นมาจาก “ประชาชน” ก็เปลี่ยนกลับมาใช้คำว่า “บุคคล” และ “ปวงชนชาวไทย” เหมือนเดิม
-ตัดอำนาจนายกฯ ในการเสนอร่างกฎหมายแบบเร่งด่วน หากสภาไม่เห็นด้วยต้องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจภายใน 48 ชม.
- ตัด “โอเพ่นลิสต์” ออก ซึ่ง “โอเพ่นลิสต์” ก็มาจากหลักการของประชาชนเป็นใหญ่เช่นกัน เพราะให้ประชาชนจัดอันดับปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคการเมืองได้
-ในส่วนของวุฒิสภา ที่ตามร่างแรก มีจำนวนไม่เกิน 200 คน ประกอบด้วยเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดโดยผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง จำนวน 77 คน และมาจากการเลือกกันเองและการสรรหา จำนวน 123 คน กรรมาธิการยกร่างฯ ก็ยอมเปลี่ยนเป็น ให้เลือกตั้งโดยตรงจากจังหวัด โดยไม่ต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง มีจำนวน 77 คน ส่วนที่เหลือ 123 คน มาจากการสรรหาทั้งหมด ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหา พร้อมกันนั้นได้ตัดอำนาจของ ส.ว.ในการเสนอร่างกฎหมายและตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรีออก
- “กลุ่มการเมือง” ส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้ ซึ่งกรรมาธิการยกร่างฯให้เหตุผลว่า เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในภาคประชาสังคมมีผู้แทนฯ เข้าไปในสภาได้ โดยไม่จำเป็นต้องตั้งพรรคการเมืองซึ่งมีเงื่อนไขที่ซับซ้อนกว่า แต่สุดท้ายคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ตัดออก
- ไม่ควบรวม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามร่างแรก โดยให้แยกออกจากกันเหมือนปัจจุบัน
-ยกเลิกการตั้ง “คณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง” (กจต.) โดยให้ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” (กกต.) จัดการเลือกตั้ง เหมือนเดิม
-ตัด “สภาตรวจสอบภาคพลเมือง” และ “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” ออก
การ “ยอมถอย” เป็นไปตามหลักการของการประนีประนอม โดยคณะกรรมาธิการยกร่างฯ วาดหวังว่าจะส่งผลให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมาบังคับใช้ได้ นั่นเอง



