ข่าว

‘บิ๊กตู่’เมินใช้ม.44ฟัน‘ธัมมชโย’

‘บิ๊กตู่’เมินใช้ม.44ฟัน‘ธัมมชโย’

21 ก.ค. 2558

‘บิ๊กตู่’เมินใช้ม.44ฟัน‘ธัมมชโย’ บอกมีก.ม.ดำเนินการอย่าเร่ง ระบุขออย่าทำให้เกิดความขัดแย้ง ‘พุทธะอิสระ’ลั่นคดีควรจบก่อนถวายพระเพลิง‘สังฆราช’

            เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 ก.ค.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้ คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตั้งคณะกรรมการร่วมสองฝ่าย ประกอบด้วยคฤหัสถ์ และบรรพชิต เพื่อศึกษาประเด็นทางพระธรรมวินัยที่ยังไม่ได้ข้อยุติและพระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิกตามพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชหรือไม่ว่า “อ๋อ เรื่องพระธัมมชโยใช่ไหม เรื่องมาตรา 44 สื่อเอามาใช้ก็แล้วกัน มันมีวิธีการตั้งเยอะแยะ กฎหมายปกติก็มีอยู่ และระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการสอบสวน ถ้ามันถูกก็ว่าไปตามถูก แต่ถ้ามันผิดก็ต้องว่าไปตามผิด จะใช้มาตรา 44 ไปจับพระอย่างนั้นหรือ ให้มันรู้เรื่องกันบ้าง”
 
            เมื่อถามย้ำว่า แต่เขาต้องการให้มีการตรวจสอบเรื่องผิดพระธรรมวินัย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ตรวจสอบอยู่แล้ว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ตรวจสอบอยู่ มีผลสอบสวนออกมาระยะหนึ่ง ไปตรวจค้นกันดู “อย่าไปขัดแย้งกันมากมาย ผิดก็คือผิด อย่างไรมันก็ผิด วันนี้ผลสอบยังไม่ออกเดี๋ยวคณะกรรมการชุดเดิมก็สอบมีผลออกมาให้เวลาฝ่ายกฎหมายทำงานบ้าง จะมาเร่งอย่างนั้นอย่างนี้เดี๋ยวก็ลุกขึ้นมาต่อสู้กัน กฎหมายก็เดินหน้าไม่ได้ การพิจารณาต่าง ๆ ก็ติดขัดไปหมด เพราะมีการสร้างความขัดแย้งสูง ผิดหรือไม่ละมันก็ผิด ไม่ผิดวันนี้ก็ผิดวันพรุ่งนี้ ถ้าทุกคนยอมรับความผิดกันทั้งหมด ถึงจะมาคุยกันได้ว่าจะหาทางออกกันอย่างไร แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูกมันก็ยากและลำบาก ทุกคนจะยอมหรือไม่”

 


‘ไพบูลย์ นิติตะวัน’ออกช่อง11กรณีพระธัมมชโย
          

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.30-21.00 น.วันที่ 21 ก.ค.นี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน สปช.เป็นวิทยากรรายการ"คืนนี้จุดเปลี่ยนประเทศไทย"ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นพีทีหรือช่อง 11 กรณีพระธัมมชโย




อสส.สั่งตั้งคณะทำงานพิจารณารื้อฟื้นคดี

            นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า เบื้องต้นนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด ได้มีคำสั่งคณะทำงานเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยมีนางนิภาพร รุจนรงศ์ ผู้ตรวจการอัยการเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ขณะที่เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะทำงานยังไม่เสร็จสิ้น ทั้งนี้ ตามขั้นตอนหากคณะทำงานมีผลการพิจารณาเป็นอย่างไร ก็จะต้องเสนอเรื่องต่ออัยการสูงสุดพิจารณาก่อนจะมีคำสั่งต่อไป


‘บิ๊กต๊อก’แจงพระสงฆ์ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย

            พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวถึงกรณีศิษย์วัดพระธรรมกายรวมตัวเรียกร้องให้ยุติการดำเนินการใด ๆ กับพระธัมมชโยว่า ตนขอให้แยกแยะระหว่างกระบวนการยุติธรรมกับความรู้สึกเพราะพระสงฆ์ยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย หากทำผิดก็ต้องรับโทษ ไม่เช่นนั้น จะกลายเป็นประเด็นสองมาตรฐาน หากกลุ่มลูกศิษย์มั่นใจว่าพระไม่ได้ทำผิดก็ควรปล่อยให้กระบวนการตรวจสอบดำเนินต่อไปเพราะหากไม่ผิดจะตั้งกรรมการหรือสอบสวนใหม่กี่ครั้งก็ย่อมไม่มีความผิดแต่หากกลัวว่าจะมีความผิดแล้วอ้างความสงบภายในบ้านเมือง เพื่อให้ยุติเรื่อง ยุติการตรวจสอบแล้วความเป็นธรรมจะอยู่ตรงไหน อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าการตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อให้ตรวจสอบทุกประเด็น อาจไม่จำเป็นต้องใช้มาตร44เพราะกฎหมายที่มีอยู่และขั้นตอนตามปกติสามารถดำเนินการได้ โดยขณะนี้นายกรัฐมนตรียังไม่ได้สั่งการให้ดำเนินการใด ๆ ซึ่งการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้มีการตั้งกรรมการร่วมก็ถือเป็นการเริ่มต้นกระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอน


‘วิษณุ’ชี้รัฐบาลยังไม่ได้รับหนังสือ สตง.

            ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ถ.พิษณุโลก นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้ตั้งคณะทำงานพิจารณาว่า การที่นายพชร ยุติธรรมดำรง อดีตอัยการสูงสุด (อสส.) มีคำสั่งให้ถอนฟ้องคดีที่พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ถูกฟ้องคดีต่อศาลอาญาในความผิดเกี่ยวกับซื้อ - ขายที่ดินเมื่อปี 2549 เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยขอให้ใช้มาตรา 44 ตั้งคณะกรรมการร่วมสองฝ่ายเพื่อศึกษาประเด็นทางพระธรรมวินัยของพระธัมมชโยที่ยังไม่ได้ข้อยุติว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (21 ก.ค.) นายกฯได้สอบถามตนว่า ได้รับหนังสือหรือยัง ตนชี้แจงว่า ยังไม่ได้รับ และนายกฯเองก็ยังไม่ได้รับเช่นกัน ดังนั้นต้องรอดูเรื่องที่สำนักงานผู้ตรวจฯส่งมาก่อนเพื่อดูว่ามีการขอให้ทำอะไร ตอบนี้ยังตอบอะไรไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นเรื่องเลยทั้งสิ้น ได้แต่อ่านแต่จากข่าวเท่านั้น
 
            ผู้สื่อข่าวถามว่า คำวินิจฉัยของสำนักงานผู้ตรวจฯ รัฐบาลจำเป็นต้องปฏิบัติตามทุกข้อหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่า เป็นคำวินิจฉัยหรือเป็นอะไรหรือไม่ แต่อ่านจากข่าวพบประโยคหนึ่งว่า สำนักงานผู้ตรวจฯเห็นว่า เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจของสำนักงานผู้ตรวจฯ จึงได้ส่งเรื่องมาให้นายกฯใช้อำนาจตามมาตรา 44 ฉะนั้นหากไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในอำนาจของสำนักงานผู้ตรวจฯ ก็แปลว่า ไม่ได้ส่งมาตามช่องทางอำนาจ เพียงแต่ให้คำแนะนำมาว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น การจะปฏิบัติหรือไม่จึงเป็นดุลยพินิจของรัฐบาล แต่หากเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของสำนักงานผู้ตรวจฯและวินิจฉัยแล้วส่งมา อย่างนั้นคนที่รับเรื่องจะต้องปฏิบัติตาม
 
            “เมื่อเขาออกตัวแต่แรกว่า ไม่ได้อยู่ในอำนาจ เขาทำอะไรไม่ได้จึงให้รัฐบาลทำ แล้วเขาก็รู้ว่า รัฐบาลทำอะไรไม่ได้ นอกจากไปงัดมาตรา 44 ขึ้นมา อันนั้นแสดงว่า ก้าวข้ามไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว แต่คนที่จะใช้อำนาจมาตรา 44 เป็น คสช. ไม่ใช่รัฐบาล รัฐบาลใช้มาตรา 44 ไม่ได้ ตรงนี้จึงขอดูเรื่องของสำนักงานผู้ตรวจฯก่อนแล้วค่อยพูด ถ้าหากว่า เรื่องมาถึงแล้วเป็นเรื่องขอให้ใช้มาตรา 44 รัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะรัฐบาลใช้อำนาจปกติตามกฎหมายที่มี จึงต้องส่งให้คสช. แต่ตรงนี้เป็นแค่เบื้องต้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขอดูรายละเอียดก่อนว่าเขาขอให้ทำอะไร ให้ใครเป็นคนทำ และทำอย่างไร ซึ่งถ้าเป็นคำแนะนำ รัฐบาลก็คงจะดูว่า ในส่วนของรัฐบาลทำอะไรเองได้บ้างหรือไม่ บางทีรัฐบาลอาจจะทำอะไรไม่ได้ แต่หากทำได้แล้วเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติก็ยินดี” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
 
            เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการโยนเผือกร้อนมาให้รัฐบาลหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่เผือกร้อนหรอก เพราะเรื่องนี้ก็เป็นปัญหาอยู่ ถ้าคิดว่า มีทางออกทางแก้ให้มันคลี่คลายก็ควรจะทำอยู่แล้ว แต่ใครจะเป็นคนทำ และทำแค่ไหนอย่างไร ขอดูอีกที ซึ่งเผอิญว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้จับเรื่องนี้มาแต่แรก ส่วนรัฐบาลเก่าอาจจะเคยจับมาก่อน ถ้าหากว่าจะทำอะไรก็ไปเอาเรื่องเก่ามาดู เรื่องนี้ก็ 7 ปีมาแล้ว

            เมื่อถามว่า แม้ว่าพระธัมมชโยจะมีการโอนที่ดินให้เป็นชื่อของวัดแล้ว แต่ถือความผิดเกิดขึ้นแล้วหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ขออย่าเพิ่งตอบ แต่ต้องตรวจสอบลงไปถึงจะรู้

 

‘พุทธะอิสระ’ลั่นคดีควรจบก่อนถวายพระเพลิง‘สังฆราช’

              ขณะที่เฟซบุ๊กของ "หลวงปู่พุทธะอิสระ" ได้โพสต์ข้อความช่วงเช้าวันนี้ (21ก.ค.)  ข้อความบางส่วนระบุว่า  โดยมารยาทควรให้รัฐบาลจัดการเสียก่อน แต่ถ้ายังนิ่งเฉย เตะถ่วงหน่วงเหนี่ยวอยู่ ฉันคงต้องออกโรงอีกครั้ง คงต้องเข้าไปจี้ ให้เข้าไปจับ..ถอดจีวร ใส่กุญแจมือ ชดใช้กรรมได้แล้ว อย่าปล่อยปะละเลยให้โจรเอาผ้าเหลืองมาห่มหลอกลวงชาวบ้านหากินอยู่เลย มันอยู่มานานมากพอแล้ว งานถวายพระเพลิงพระศพของสมเด็จพระสังฆราชจะได้จัดขึ้นอย่างมีสง่าราศี สมแก่พระเกียรติขององค์สมเด็จพระสังฆราช ผู้ทรงเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พระองค์จักได้จากไปอย่างไม่มีมลทิน เพราะหากไม่สามารถเอาผิดแก่นายธัมมชโยได้ตามพระลิขิต นั่นก็เท่ากับว่าพระสังฆราชจะต้องเป็นอาบัติสังฆาทิเสสเสียเอง เช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นเด็ดขาด โดยเฉพาะเกิดขึ้นในรัฐบาล คสช.

              "และหากพุทธบริษัท รัฐบาล มีความเคารพศรัทธาเทิดทูนต่อเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช ก็ไม่ควรให้พระองค์ท่านจากไปด้วยมลทินที่นายธัมมชโยและกรรมการมหาเถร ที่ผู้อื่นยัดเยียดให้ ยังไงยังไง คดีธัมมชโยต้องจบก่อนที่จะถวายพระเพลิง จึงจะสมควร" พุทธะอิสระระบุ