ข่าว

มอบตัวแล้ว!โชเฟอร์ปืนโหดยิงซี7กฟผ.ดับ

มอบตัวแล้ว!โชเฟอร์ปืนโหดยิงซี7กฟผ.ดับ

21 ก.ค. 2558

มอบตัวแล้ว! โชเฟอร์ปืนโหดยิงซี 7 กฟผ.ดับคารถบัสรับส่งพนักงาน สารภาพแค้นถูกด่าบุพการี

 
        จากกรณีที่นายสถิต จุมทอง อายุ 40 ปี ชาว จ.ศรีษะเกษ คนขับรถรับส่งพนักงานโรงไฟฟ้าพระนครใต้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ (กฟผ.) ก่อเหตุใช้อาวุธปืน ขนาด.38 ยิงนายโสภณ เจียระผกานนท์ อายุ 55 ปี พนักงานคอมพิวเตอร์ ระดับ 7 กฟผ. เสียชีวิตจมกองเลือดคาเบาะที่นั่งผู้โดยสารแถวที่ 5 บนรถบัสรับส่งพนักงาน กฟผ.สีส้ม ทะเบียนป้ายแดง 080782 กท. โดยหลังก่อเหตุนายสถิตได้ยกมือไหว้ขอโทษพนักงานคนอื่นที่ต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับกล่าวว่า “ผมขอโทษ มันเป็นเรื่องส่วนตัว” ก่อนจะเดินลงไปขึ้นรถแท็กซี่ไม่ทราบสีและทะเบียนหลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นเรื่องขัดแย้งส่วนตัว เร่งสอบสวนพยานแวดล้อมเพื่อหามูลเหตุการก่อคดี จากนั้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางพนักงานสอบสวน สน.บางพลัด ได้ขออำนาจศาลจังหวัดตลิ่งชันออกหมายจับนายสถิต ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะฯ และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรฯ แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ เหตุเกิดที่บริเวณถนนสิรินธร ใกล้ซอยสิรินธรซอย3 แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม.เมื่อเวลา 07.30 น. ของวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
 
        ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 นายสถิต จุมทอง อายุ 40 ปี ชาว จ.ศรีษะเกษ ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.บางพลัด และพ.ต.อ.เทพประทาน นิพิวรรณ์ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.บางพลัด โดยมีน.ส.บุษบา (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ภรรยาของนายสถิต ที่เพิ่งทราบข่าว เดินทางตามมาพร้อมกับลูกชายวัยขวบครึ่ง เพื่อให้กำลังใจสามีอย่างใกล้ชิด
 
        จากการสอบสวน นายสถิต ให้การรับสารภาพว่า หลังเกิดเหตุได้หนีไปกบดานที่บ้านลูกพี่ลูกน้อง ย่านบางขุนเทียน เป็นเวลา 2 วัน โดยขณะเดินทางได้นำอาวุธปืน ขนาด.38 ที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งซื้อมาจากชายแดนประเทศกัมพูชาปีที่แล้ว ไปทิ้งไว้ในพุ่มไม้ ระหว่างถนนกาญจนาภิเษกกับถนนพุทธมณฑลสาย2 โดยมีเงินติดตัวอยู่ 10,000 บาท ต่อมาไม่อยากรบกวนญาติ เลยหนีไปอยู่โรงแรม ย่านพุทธมณฑลสาย4 เป็นเวลา 1 วัน ระหว่างนั้นรู้สึกกดดัน อีกทั้งเงินติดตัวเริ่มหมดลง จึงตัดสินใจนั่งแท็กซี่เดินทางมามอบตัวที่สน.บางพลัด ส่วนสาเหตุที่ใช้อาวุธปืนยิงนายโสภณเสียชีวิต เนื่องจากผู้ตายมักด่าทอเรื่องตนขับรถ โดยกล่าวหาว่า เวลาขับรถผ่านผู้หญิงมักชอบบีบแตรเสียงดัง และชอบติเตียนเรื่องเอาภรรยาและลูกมาขึ้นรถด้วยบางครั้ง ถึงขั้นด่าถึงบุพการี ซึ่งหนักเกินไป แถมยังไม่ขอโทษสักคำ จึงเกิดความแค้นสะสมมานาน ประกอบกับคืนก่อนเกิดเหตุ ตนได้ดื่มสุราจนเมามายด้วย พอมาขับรถจึงเก็บอารมณ์ไม่อยู่ คว้าอาวุธปืนที่เก็บไว้บนรถไปยิงนายโสภณเสียชีวิต ทั้งนี้ ยืนยันว่านอกจากเรื่องขับรถแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอื่นมาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
 
        “ผมขับรถส่งนายโสภณและพนักงาน กฟผ.คนอื่นๆ มาแล้ว 3 ปี บางวันนายโสภณจะขี้บ่น เอาแต่ใจตัวเอง เรื่องมาก และชอบเบ่งเพราะเห็นเป็นลูกน้อง ผมได้แต่เก็บกดเอาไว้ ครั้งสุดท้ายด่าถึงพ่อ ถือว่าหนักมาก แถมข่มขู่ว่าไม่อยากให้ผมขับรถส่งอีก เหมือนกับจะให้ออกจากงานถ้าไม่ตามใจ ผมแค่อยากให้เห็นใจกันบ้าง โดยก่อนหน้านี้ผมไม่เคยยิงใคร หลังก่อเหตุก็เครียด ถึงขั้นจะฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ แต่ไม่คิดจะหนีไปไหน เพียงอยากหลบไปสงบสติอารมณ์ก่อน พอคิดได้จึงมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่” นายสถิต กล่าวทั้งน้ำตา
  
        ขณะที่ น.ส.บุษบา เปิดเผยว่า อยู่กินกับนายสถิตมา 4 ปี มีลูกชายวัยขวบเจ็ดเดือน 1 คน และตอนนี้ก็ไม่ได้ทำงานอะไร เพราะต้องดูแลลูกที่ยังเล็ก ตลอดเวลาที่อยู่กินกันมา สามีเป็นคนดี ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร ก่อนเกิดเหตุ สามีก็ไม่ได้บ่นหรือมีทีท่าไม่พอใจอะไร ส่วนปืนไม่รู้ว่าเอามาจากไหน หลังจากนี้คงต้องไปอาศัยอยู่กับญาติที่จ.แพร่ เพื่อหางานทำและดูแลลูกน้อย
 
        ด้าน พ.ต.อ.ลือศักดิ์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้รับรายงานว่า นายสถิตที่ก่อเหตุยิงพนักงาน กฟผ.เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินทางมามอบตัวด้วยตนเอง ภายหลังเจ้าหน้าที่สน.บางพลัด และกก.สส.บก.น.7 ออกหาข่าวกดดันตามหมายจับ ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา โดยหลังจากนี้ จะได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป