ข่าว

'วรเจตน์'ไปนอก'รินดา'เชื่อพลาด-ไม่ผิด

'วรเจตน์'ไปนอก'รินดา'เชื่อพลาด-ไม่ผิด

21 ก.ค. 2558

ศาลทหารฯ - คสช. อนุญาต 'วรเจตน์' ไปนอก ให้รายงานตัวหลังกลับมาไทยภายใน 3 วัน ด้าน 'รินดา' รายงานตัวหลังครบฝากขังครั้งแรก ปล่อยตัวชั่วคราว-เงื่อนไขเดิม

 
                       21 ก.ค. 58  เมื่อเวลา 09.30 น.  ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม ถ.หลักเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะตุลาการศาลทหารกรุงเทพ ได้นัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ ครั้งที่ 2 ในคดีหมายเลขดำ 32 ก./2557 ที่อัยการทหารเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และนักวิชาการคณะนิติราษฎร์  เป็นจำเลยในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 5/2557 ลงวันที่ 24 พ.ค. 2557 และฉบับที่ 57/2557 ลงวันที่ 9 มิ.ย. 2557 ซึ่งความผิดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยอัยการทหารยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2557 
 
                       อย่างไรก็ตาม ขณะที่นายวรเจตน์ เดินทางมาถึงศาลทหารฯ มีประชาชนจำนวนหนึ่งมาให้กำลังใจด้านหน้าศาลทหารฯ พร้อมกันนี้ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด 1 ใน 14 นักศึกษาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ก็ได้มาให้กำลังใจเช่นกัน โดยได้ทักทายพูดคุยเรื่องความเป็นอยู่ทั่วไปของทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนนายวรเจตน์จะเข้าไปในศาลทหารฯ
 
                       จากนั้นเวลา 10.30 น. นายวรเจตน์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า วันนี้ตามกำหนดเป็นการนัดสืบพยานโจทก์ ปากที่ 2 คือ พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี รองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ แต่วันนี้ พ.อ.ทรงวิทย์ ติดราชการจึงไม่สามารถเดินทางมาศาลทหารฯ ได้ จึงได้เลื่อนการสืบพยานฝ่ายโจทก์ออกไปเป็นวันที่ 28 ต.ค. 58 และจะนำพยานปากอื่นคือเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 1 ขึ้นมาสืบพยานแทน พ.อ.ทรงวิทย์ ก่อน 
 
                       นอกจากนี้ในวันนี้ตนยังได้ขออนุญาตต่อศาลทหารฯ ขอเดินทางไปประเทศเยอรมัน ระหว่างวันที่ 27 ก.ค. 58 - 7 ส.ค. 58 เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกฎหมายวิธีการพิจารณารัฐธรรมนูญของประเทศเยอรมนี พร้อมทั้งไปศึกษาและดูตำราใหม่ๆ ด้วย โดยทางศาลทหารฯ และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ได้อนุญาต แต่มีเงื่อนไขว่า เมื่อเดินทางกลับมาประเทศไทยแล้ว จะต้องมารายงานตัวต่อศาลทหารฯ ภายใน 3 วัน
 
                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ เมื่อเวลา 10.12 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม ถ.หลักเมือง นางรินดา ปฤชาบุตร หรือ หลิน อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาในความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 116 ทำให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน และมาตรา 348 ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกตกใจ เนื่องจากโพสต์ข้อความกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โอนเงินไปยังประเทศสิงคโปร์กว่าหมื่นล้านบาท ได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลทหารกรุงเทพ หลังครบกำหนดครั้งแรก 12 วัน ซึ่งก่อนหน้านั้นทางศาลทหารฯ ได้อนุญาตให้นางรินดาประกันตัวได้ในหลักทรัพย์ 1 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามนางรินดาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ห้ามยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในสังคม หรือทำให้คนฝ่าฝืนกฎหมาย และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่าทางพนักงานสอบสวนจะยื่นขอฝากขังครั้งที่ 2 หรือไม่
 
                       ทั้งนี้นางรินดา กล่าวว่า ในวันนี้มาตามที่ศาลทหารฯ นัด และทางทนายความบอก ซึ่งตนก็ไม่ทราบรายละเอียด ในส่วนกำลังใจส่วนตัวนั้นดีขึ้น เพราะสู้ข้างนอกก็ดีกว่าสู้ข้างใน เนื่องจากได้เห็นหน้าลูก ซึ่งเป็นคนเรารัก สำหรับเรื่องนี้ ตนเป็นบทเรียนใช้ชีวิตให้รอบคอบและต้องระมัดระวังมากขึ้น อีกทั้งเชื่อว่ากรณีของตนนั้นเป็นกรณีที่พลาด ซึ่งไม่ได้เป็นกรณีที่ผิด
 
                       ต่อมาเวลา 12.30 น. น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐนันท์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะทีมทนายความของนางรินดา กล่าวภายหลังการรับฟังศาลทหารฯ ว่า ในวันนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ยื่นขอฝากขังนางรินดาเป็นครั้งที่ 2 โดยให้เหตุผลว่า ยังต้องผลการตรวจสอบของกลาง และผลการตรวจทะเบียนประวัติอาชาญากร ทางศาลทหารฯ จึงได้อนุญาตฝากขังครั้งที่ 2 ต่อ แต่ว่าก่อนหน้านี้นางรินดาได้ทำเรื่องประกันตัวแล้ว จึงใช้หลักทรัพย์ประกันตัวเดิม 1 แสนบาทปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดิม คือ ห้ามแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ห้ามยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในสังคม หรือทำให้คนฝ่าฝืนกฎหมาย และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตามศาลทหารฯ ได้นัดรายงานตัวครั้งที่ 3 ในวันที่ 29 ก.ค.นี้