ข่าว

พาณิชย์กางแผนสยบตื่นสินค้าขาด

พาณิชย์กางแผนสยบตื่นสินค้าขาด

22 ก.ค. 2558

พาณิชย์กางแผนสยบตื่นสินค้าขาด ส่งทีมตรวจเข้มทั่วประเทศป้องกันฉวยโอกาส

 
                       ผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด นอกเหนือจากขาดน้ำแล้ว เรื่องของปริมาณสินค้าและราคาสินค้าก็เป็นอีกประเด็นที่ถูกจับตามอง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีคำถามเกี่ยวกับการกักตุนน้ำดื่ม และถังน้ำสำหรับเก็บน้ำ ที่ในบางพื้นที่เกิดภาพว่ามีวางขายไม่เพียงพอ รวมทั้งอาจมีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา “บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร” อธิบดีกรมการค้าภายใน ชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านรายการ “ชั่วโมงที่ 26” ทางสถานีโทรทัศน์ “NOW 26”
 
                       นายบุณยฤทธิ์ กล่าวยืนยันว่า สถานการณ์การผลิตและราคาสินค้ายังปกติทุกประการ กรมการค้าภายในได้ติดตามดูมาตลอดตั้งแต่เริ่มมีกระแสข่าวภัยแล้งออกมา โดยน้ำดื่มเป็นสินค้าตัวหนึ่งที่ติดตามมาตั้งแต่แรก และเมื่อปรากฏข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนก็ตกใจเช่นกัน โดยเฉพาะข่าวในโซเชียลที่ลงภาพน้ำดื่มหายไปจากชั้นวาง และติดป้ายขึ้นราคา ผู้ผลิตหยุดผลิต เป็นต้น ถือเป็นกระแสที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล ซึ่งกรมได้ออกตรวจสอบทันที เริ่มตั้งแต่จากผู้ผลิตรายใหญ่ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีปัญหา การผลิตยังปกติ เพราะผู้ผลิตมีแหล่งน้ำดิบเองเพียงพอต่อการผลิต ไม่ได้ใช้น้ำประปา
 
                       อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่เชื่อมโยงกันก็ทำให้ประชาชนวิตกกังวลอาจจะมีการซื้อน้ำมากกว่าปกติ จึงได้ตรวจสอบไปที่ห้างต่างๆ และร้านสะดวกซื้อ พบว่าสถานการณ์มีผู้ซื้อจำนวนมากจริงๆ จึงเป็นเหตุให้สินค้าหายไปจากชั้นวาง เพราะผู้จำหน่ายไม่ได้เตรียมแผนรองรับด้วยสถานการณ์ต่างๆ ยังเป็นปกติ แต่อยู่ๆ ก็มีคนแห่มาซื้อมากกว่าปกติ กรมได้กำชับทั้งผู้ผลิตและห้างว่าต้องรีบปรับแผนด่วน เนื่องจากการผลิตเหลือเฟือ และทางห้างก็พร้อมจัดจำหน่าย ต้องมีการส่งสินค้าเข้าห้างมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน ทำให้กรมสามารถสกัดสถานการณ์ได้ภายในเวลา 1 วัน
 
                       ส่วนการฉวยโอกาสขึ้นราคานั้น ไม่ได้เด็ดขาด เพราะนอกเหนือจากตรวจสอบกำลังการผลิตและจำหน่ายแล้ว กรมยังตรวจสอบเรื่องราคาด้วย พร้อมทั้งออกประกาศราคาแนะนำออกมา โดยน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 500-600 มิลลิลิตร ที่ดื่มกันทั่วไป ต้องจำหน่ายไม่เกินขวดละ 7 บาท หากแช่เย็นอนุญาตให้ขายไม่เกินขวดละ 10 บาท เป็นราคาขายปลีกตามห้าง ตามร้านสะดวกซื้อ ไม่ได้รวมถึงร้านอาหาร แต่น้ำดื่มในร้านอาหารก็ต้องเขียนราคาให้เห็นชัดเจนในเมนู ถ้าไม่เขียนก็ผิดกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท
 
                       ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีพูดถึงปัญหาขาดแคลนน้ำนั้น เป็นความปรารถนาดีที่มีต่อประชาชน โดยมองว่าหากเกิดสถานการณ์ขาดแคลนน้ำก็มีแนวคิดให้กองทัพช่วยผลิต ถือเป็นแนวคิดหนึ่งที่จะให้กองทัพเข้ามาช่วยเหลือ แต่เวลานี้สถานการณ์ยังปกติ ประชาชนจึงไม่ต้องกังวลใดๆ ทั้งสิ้น
 
                       อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวถึงราคาพืชผักที่เริ่มปรับสูงขึ้นว่า ราคาพืชผักก็มีปรับขึ้นบ้าง โดยเฉพาะผักสวนครัวที่ต้องใช้น้ำเยอะได้รับผลกระทบ เช่น ผักชี พริก และผักกาดขาว ราคาก็ค่อนข้างสูงขึ้น แต่ผักที่ไม่ได้ใช้น้ำเยอะและมีแหล่งปลูกที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง เช่น กลุ่มกะหล่ำ ราคาก็ปกติ ซึ่งหน้าที่ของกรมคือ ต้องดูแลให้ปริมาณสินค้าเพียงพอและราคาไม่สูงเกินไป สิ่งที่ทำตอนนี้ก็ใช้กลไกของตลาดกลางมาช่วยเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งที่ได้รับผลกระทบน้อย กระจายออกไปยังแหล่งที่ขาดแคลน ขณะนี้ค้าภายในจังหวัดได้สำรวจพื้นที่เพาะปลูกทั้งหลาย พื้นที่ไหนมีผลผลิตดีอยู่ก็ให้เชื่อมโยงไป เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งและช่วยให้ระดับราคาไม่สูงเกินไปในพื้นที่ขาดแคลน ฉะนั้นหากวิ่งไปตามต่างจังหวัดช่วงนี้จะเห็นรถผักวิ่งกันทั่วประเทศ
 
                       นอกจากนี้กรมยังติดตามราคาอยู่ตลอด ทุกวันจะมีสายตรวจจำนวน 10 สาย เฉพาะในกรุงเทพฯ ออกตรวจทุกพื้นที่ ตั้งแต่ตลาดสด ไปร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง หรือห้างต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่จะแฝงตัวเข้าไปไม่ได้สวมเครื่องแบบ เพื่อติดตามสถานการณ์ตลอดว่ามีการเอาเปรียบผู้บริโภคหรือไม่ ในทุกพื้นที่ต่างจังหวัดก็มีสำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศทำหน้าที่เช่นเดียวกัน
 
                       ต่อข้อถามเรื่องราคาสินค้าจำเป็นว่าสามารถคุมให้อยู่ในราคาเดียวกันทั้งประเทศได้หรือไม่นั้น นายบุณยฤทธิ์ ตอบว่า ประเทศไทยเป็นกลไกตลาดแบบเสรี ดังนั้นการแทรกแซงจากภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องกลไกตลาดต่างๆ ที่จะเข้าไปแทรกแซงก็ควรให้อยู่ในระดับน้อยที่สุด ดังนั้นรัฐทำเมื่อจำเป็น หรือเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งก็มีกฎหมายที่สามารถใช้มาดูแลเรื่องนี้ได้คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ที่ให้อำนาจในการควบคุมราคาสินค้า ควบคุมปริมาณสินค้า ควบคุมการจำหน่าย การเก็บ การซื้อ การขาย การส่งออกได้ทั้งหมดเลย แต่ปัจจุบันวัตถุประสงค์ของกฎหมายนี้จะใช้เพื่อดูแลในกรณีภาวะฉุกเฉิน แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นที่ภาครัฐต้องเข้าไปกำหนดราคาขาย ให้กลไกตลาดเกิดความวุ่นวาย
 
                       “หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเราพร้อมใช้กฎหมายอยู่แล้ว ตอนนี้สิ่งที่เราทำคือ ออกประกาศเป็นราคาแนะนำในหลายสินค้า ก็คือกรมการค้าภายในได้คำนวณต้นทุนการผลิตอะไรต่างๆ ไว้แล้ว และเห็นว่าราคาไม่ควรเกินกว่านี้ ถ้าขายเกินก็อาจมีความผิดได้ แต่ก็ต้องตรวจสอบดูกันไปตามเหตุตามผล ต้องแสดงต้นทุนให้เห็นว่าทำไมถึงขายราคานี้ หากเหตุผลไม่เพียงพอก็อาจดำเนินคดีได้”
 
                       นายบุณยฤทธิ์กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเคยหารือกับผู้ประกอบการรายใหญ่ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เคยชวนผู้ผลิตรายใหญ่มาพบที่กระทรวง พูดคุยถึงภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยด้วย จึงควรทำอย่างไรที่ช่วยเหลือสังคม แต่ละรายก็ร่วมมือดีรับปากตรึงราคาสินค้ามาถึงขณะนี้ก็ยังไม่ปรับขึ้น และยังจัดกิจกรรมนำสินค้ามาร่วมลดราคา โดยขณะนี้กำลังพิจารณาสถานการณ์เพื่ออาจจะดำเนินการเพิ่มเติมในเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ช่วงนี้จะเกิดปัญหาภัยแล้ง แต่สินค้าตามห้างหรือร้านสะดวกซื้อไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น แถมสินค้าหลายอย่างถูกลง เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ ราคาเฉลี่ยปีนี้ถูกกว่าปีที่ผ่านมา 
 
                       “หากประชาชนเห็นว่าพื้นที่ไหนทำผิดกฎหมาย เช่น ไม่ติดป้ายราคา หรือเอาเปรียบผู้บริภค ร้องเรียนมาที่สายด่วน 1569 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมจะดำเนินการตรวจสอบทันที โดยเฉพาะการขายสินค้าไม่ตรงตามป้ายหรือราคาแพงไม่สมเหตุผล ตรงนี้สำคัญมากให้แจ้งเข้ามาเลย เราจะตรวจสอบทันที”