ข่าว

‘บิ๊กแจ๊ด’เลื่อนให้ปากคำคดีพกปืน

‘บิ๊กแจ๊ด’เลื่อนให้ปากคำคดีพกปืน

21 ก.ค. 2558

‘คำรณวิทย์’ ประสานเลื่อนให้ปากคำคดีพกปืน อ้างขอเตรียมเอกสาร ‘ผบช.ภ.1’ เผยสอบ 14 ปากคืบหน้า ยันท่าอากาศยานไทยมีมาตรฐาน

 
        จากกรณีที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. ซึ่งถูกดำเนินคดีในข้อหาพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนที่อัยการจะสั่งไม่ฟ้องและปล่อยตัวเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากนั้นทาง บช.ภ.1 ได้มีการตั้งชุดสอบสวนคดีดังกล่าว พร้อมทั้งมีการเชิญตัวพล.ต.ท.คำรณวิทย์ มาสอบปากคำ รวมทั้งอยู่ระหว่างขอข้อมูลทางคดีจากประเทศญี่ปุ่น ตามที่นำเสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น
 
        ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 ก.ค.58 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน (ผบช.ภ.1) เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้(20 ก.ค.) ทางพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ประสานมาว่าจะขอเลื่อนเข้าพบชุดสอบสวน จากวันนี้ไปเป็นวันที่ 27 กรกฎาคม 2558 เวลาประมาณ 13.00 น. เนื่องจากขอรวบรวมเอกสารหลักฐานก่อน ซึ่งทางชุดสอบสวนขอยืนยันว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตอนนี้ได้สอบปากคำไปแล้วกว่า 14 ปาก รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทางการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยคดีนี้ถือว่าคืบหน้าไปมากกว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์
 
        “อีกเรื่องผมขอฝากไปยังนิตยสาร เดอะค็อป ที่ได้นำบทสัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวไปรวมเล่ม ผมขอให้ทางบรรณาธิการผู้พิมพ์ ผู้โฆษณาให้ความร่วมมือกับทางตำรวจในการเข้ามาสอบปากปากคำ ซึ่งผมได้ประสานไปแล้วในช่วงแรกให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่หลังๆมานี้เริ่มติดต่อยาก เนื่องจากทางชุดสอบสวนต้องนำมารวมในสำนวนด้วย” ผบช.ภ.1 กล่าว
 
        ผู้สื่อข่าวถามว่า ปืนที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์พกพาไปประเทศญี่ปุ่นนั้น สามารถตรวจสอบได้หรือยังว่าเป็นปืนที่มีทะเบียนหรือไม่ พล.ต.ท.อำนวย กล่าวว่า ปืนจะมีทะเบียนหรือไม่นั้น สามารถตรวจสอบทางราชการได้อยู่แล้ว ต้องมีเอกสารยืนยัน อีกทั้งในกรณีที่มีข่าวว่าการท่าอากาศยานฯตรวจพบว่ามีคนนำปืนขึ้นเครื่องไปในวันที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์เดินทางไปญี่ปุ่น แล้วมาแจ้งความไว้แล้วนั้น ไม่เป็นความจริง ข่าวมั่ว ถ้าตรวจสอบพบปืนแต่ปล่อยให้ขึ้นเครื่องไปมีความผิดแน่ การท่าอากาศยานฯจะตกเป็นผู้ต้องหาทันที ที่ผ่านมาตนก็ได้เรียกเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานฯมาสอบปากคำแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าสอบอะไรไปบ้าง เพราะอยู่ในสำนวน ยังยืนยันว่าท่าอากาศยานบ้านเรานั้นได้มาตรฐานทุกอย่าง เพียงแต่ที่ญี่ปุ่นอาจเข้มงวดกว่า ตนเองก็เคยลืมแล้วพกปืนไฟแช็กติดตัวไปขึ้นเครื่อง แต่ก็ยังถูกตรวจพบจนต้องทิ้งไปก่อนจะขึ้นเครื่อง ซึ่งการพกพาสิ่งของผิดกฎหมายขึ้นเครื่องบินนั้นมีข้อหาระบุไว้อยู่แล้วแต่โทษน้อยกว่าอาวุธปืน ในกรณีนี้ก็ยังไม่มีการแจ้งข้อหาแต่อย่างใด ยังคงต้องรอพล.ต.ท.คำรณวิทย์ เดินทางมาสอบปากคำ และรอข้อมูลจากทางประเทศญี่ปุ่นก่อนที่จะสรุปรายละเอียด