ข่าว

เปิดชีวิตในเรือนจำ‘หะยีสะมะแอ ท่าน้ำ’

เปิดชีวิตในเรือนจำ‘หะยีสะมะแอ ท่าน้ำ’

21 ก.ค. 2558

เปิดชีวิตในเรือนจำ‘หะยีสะมะแอ ท่าน้ำ’ เรียบง่ายแต่ยังคงความเป็นผู้นำ

            การปล่อยตัว "หะยีสะมะแอ สุหลง" หรือที่รู้จักกันในฉายาจัดตั้ง “สะมะแอ ท่าน้ำ” อายุ 63 ปี อดีตผบ.กองกำลังแบ่งแยกดินแดนขบวนการพูโล ผู้ต้องขังคดีความมั่นคง ภายหลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเซ็นอนุมัติการพักโทษ ในขณะที่เหลือโทษอีกประมาณ 4 ปี ด้วยเงื่อนไขอายุเกิน 60 ปี และยังถือเป็นผู้ต้องขังชั้นดีเยี่ยม

            ทั้งนี้ สะมะเแอ ท่าน้ำ ได้รับการปล่อยตัวตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา  ซึ่ง "คม ชัด ลึก" ขอถ่ายทอดเรื่องราวการใช้ชีวิตในฐานะผู้ต้องขังของอดีตผบ.กองกำลังแบ่งแยกดินแดนขบวนการพูโลผู้นี้ โดยมี "วชิรวิทย์ วชิรเลอพันธุ์" ผู้บัญชาการเรือนจำกลางยะลา เป็นผู้บอกเล่าว่า

            “ภารกิจในแต่ละวันของหะยีสะมะแอ ในเรือนจำไม่มีอะไรมาก ตื่นเช้าขึ้นมาก็ปฏิบัติกิจศาสนา และถ้าเป็นวันธรรมดาทั่วๆ ไปเขาจะช่วยดูแลในเรื่องความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังด้วยกัน โดยเป็นภารกิจทั่วๆ ไปตั้งแต่เช้า กลางวัน เย็น จะวนเวียนอยู่อย่างนี้ แต่เขาเป็นคนที่เคร่งครัดในเรื่องศาสนา เหมือนกับผู้ต้องขังคดีความมั่นคงอื่นที่มีอยู่ประมาณ 40 คน ซึ่งการทำตัวไม่ให้ผิดวินัยของเรือนจำ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทางเรือนจำให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ อีกทั้งตัวผู้ต้องขังเองก็ให้ความร่วมมือกับเรือนจำเป็นอย่างดี”

            ด้านนิสัยส่วนตัว หะยีสะมะแอ เป็นคนเรียบร้อย พูดน้อย ใจดี โอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นที่ยอมรับของผู้ต้องขังด้วยกัน ไม่มีใครรังเกียจ และไม่รังแกใคร แต่ลักษณะที่โดดเด่นคือ ความเป็นผู้นำที่ยังติดตัวอยู่” นายวชิรวิทย์ กล่าว

            นอกจากนี้ในส่วนของผู้ต้องขังคดีความมั่นคงด้วยกันเองก็ปฏิบัติกับหะยีสะมะแอด้วยการให้เกียรติ ในขณะเดียวกันหะยีสะมะแอก็ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังด้วยการให้เกียรติเช่นกัน การวางตัวก็ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าผู้ต้องขังเหล่านั้น จะเป็นผู้ต้องขังคดีความมั่นคงหรือไม่

            “ความเป็นผู้นำของหะยีสะมะแอ ที่เห็นเป็นรูปธรรมเขาจะทำเพื่อส่วนรวม โดยจะไม่คิดถึงส่วนตัว อย่างกรณีน้ำในเรือนจำไม่พอ เมื่อมีนักการเมืองท้องถิ่นมาเยี่ยมก็จะขอให้ช่วยดำเนินการเรื่องน้ำประปาให้เรือนจำ เพื่อให้ทุกคนมีน้ำใช้เพียงพอ ร่วมถึงของบริจาคก็เช่นกัน ถ้ามีคนมาบริจาคก็จะเอาให้เป็นของส่วนรวม โดยเขาจะบอกกับผู้บริจาคเสมอว่า เขามีญาติ พี่ น้อง มาเยี่ยม และสามารถดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว รวมไปถึงกรณีอื่น ๆ คือ ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงาน ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวมเป็นหลัก ส่วนตัวเขาเองไม่มีปัญหาใดๆ”

            ด้านความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางยะลา ผบ.เรือนจำ กล่าวว่า หะยีสะมะแอจะให้เกียรติกับทุกคน ไม่ว่าเจ้าหน้าที่คนไหนไม่มีข้อยกเว้น เมื่อเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือจะตอบรับไม่เคยบอกว่า ไม่ได้ อันนี้ผิดนะ พูดง่ายๆ คือ ไม่เคยมีปฏิริยาต่อต้านใดๆ กับเจ้าหน้าที่

            “เขาเป็นคนไม่ดื้อ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยดี เขายอมรับ และเข้าใจโดยไม่ต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่ เช่นกรณีที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น หรือทำอะไรก็แล้วแต่  หะยีสะมะแอจะให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตัวตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ตรงนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกัน เพราะไม่เคยสร้างปัญหาให้เจ้าหน้าที่"

            ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตในเรือนจำของหะยีสะมะแอนั้น ปกติเหมือนผู้ต้องขังทั่วๆ ไป อาจะเป็นเพราะว่า อยู่มานานหลายปี และอยู่มาหลายเรือนจำตั้งแต่บางขวาง ดังนั้นเรื่องความเป็นอยู่ถือว่าปกติ ไม่มีพิเศษอะไร

            “เขาเป็นคนที่เรียบง่าย ไม่เรื่องมาก ข้าวของเครื่องใช้ก็ไม่มีอะไร วันที่เดินออกจากเรือนจำก็เดินออกไปตัวเปล่า ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างก็มอบให้ผู้ต้องขังคนอื่น แต่สิ่งที่ยังอยู่และสะท้อนความเป็นตัวตนคือ บุคลิกความเป็นผู้นำที่ยังมีอยู่ในตัว และจากบุคลิกที่โดดเด่น ดังนั้นเชื่อว่า เมื่อเขาออกมาอยู่ข้างนอกน่าจะช่วยทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้มาก เพียงแค่เราจะใช้ให้ถูกที่ถูกทางอย่างไรแค่นั้นเอง"

            ส่วนการที่หะยีสะมะแอได้เป็นผู้ต้องขังชั้นเยี่ยมนั้น ไม่มีอะไรมาก เพราะได้มาหลายครั้ง หลายปี ใครที่เป็นผู้ต้องขังชั้นเยี่ยมจะได้วันลดเดือนละ 5 วัน แต่กว่าจะเลื่อนชั้นมาถึงชั้นเยี่ยมต้องได้รับการเลื่อนชั้นมาถึง 6 ชั้นด้วยกัน

            “การพักโทษก็เหมือนกันพักโทษทั่วๆ ไป ในเรื่องของการรายตัวจนกว่าจะครบกำหนดโทษ โดยจะรายงานตัวต่อที่สำนักงานคุมประพฤติในพื้นที่ที่แจ้งไว้ อย่างกรณีของหะยีสะมะแอ จะอยู่ที่จ.ปัตตานี ดังนั้นจึงต้องมารายงานตัวต่อสำนักงานคุมประพฤติทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง” 

            นอกจากนี้ยังมีข้อปฏิบัติบางอย่าง เช่น ถ้าเดินทางออกไปต่างประเทศต้องขออนุญาตจากคุมประพฤติ เพื่อขอไปในกรณีไหน เช่น กรณีไปด้วยธุรกิจของครอบครัว รวมถึงการปฏิบัติตามเงื่อนไข กรณีผู้ต้องขังได้รับการปล่อยตัวในเรื่องของการพักการลงโทษ

            “กรณีนี้เป็นการปล่อยตัวเป็นกรณีพิเศษ ผู้ต้องขังทุกคนถ้าจำคุกมาแล้วเกินครึ่ง อายุเกิน 60 ปี ก็เข้ากรณีพิเศษของวันที่ 12 สิงหาคม สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะกรณีของหะยีสะมะแอเท่านั้น คนอื่นก็เหมือนกัน เช่น กรณีทุพพลภาพไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ก็เข้าข่ายเช่นกัน”

            ผู้บัญชาการเรือนจำกลางยะลา บอกว่า ก่อนหน้านี้ทางเรือนจำมีผู้ต้องขังที่ได้รับเงื่อนไขพิเศษนี้มาก่อน ฉะนั้นกรณีของ หะยีสะมะแอ เป็นไปตามเงื่อนไขไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษกว่าผู้ต้องขังอื่น แต่สำหรับหะยีสะมะแอเคยได้รับอภัยโทษมาหลายครั้งแล้วด้วย ประมาณ 3-4 ครั้ง ทำให้ได้ลดโทษมาตลอด

            ผู้บัญชาการเรือนจำกลางยะลา เล่าย้อนถึงวันที่สะมาแอ ท่าน้ำ ได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ผู้ต้องขังทุกคนเข้ามาแสดงความยินดีต่อกัน ในฐานะที่ได้รับการพักโทษ ซึ่งทุกคนเห็นว่า มีความเหมาะสมที่ได้รับการพักโทษในครั้งนี้

            นี่คือแง่มุม การใช้ชีวิตในเรือนจำของ สะมะแอ ท่าน้ำ ที่ว่ากันว่า แม้จะอยู่หลังกำแพงเรือนจำสูงแต่ไม่ใครสามารถบัดบังในความเป็นผู้นำของอดีตผบ.กองกำลังขบวนการพูโลได้