ข่าว

มิสยูนิเวิร์สไทยมุ่งช่วยผู้ด้อยโอกาส

มิสยูนิเวิร์สไทยมุ่งช่วยผู้ด้อยโอกาส

21 ก.ค. 2558

ไลฟ์สไตล์ : มิสยูนิเวิร์สไทยมุ่งช่วยผู้ด้อยโอกาส

 
       ปิดฉากเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 อย่างสวยงาม เมื่อกองประกวดจัดการประกวดรอบตัดสินตำแหน่ง “มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2015” เพื่อเฟ้นหาสาวงามผู้เพียบพร้อมด้วยความสวย และความรู้ความสามารถเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้ครองมงกุฎแห่งเกียรติยศ เงินรางวัลรวมมูลค่า 1 ล้านบาท และเป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วมการประกวด “มิสยูนิเวิร์ส 2015” ต่อไป โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักจากเหล่าบรรดากองเชียร์ที่มาให้กำลังใจสาวงามทั้ง 39 คน สนั่นรอยัลพารากอนฮอลล์ เมื่อค่ำวันก่อน
 
       เมื่อเปิดเวทีด้วยการเปิดตัวสาวงามในชุดว่ายน้ำหลากสีสัน ก่อนจะคัดให้เหลือ 15 คน และ 10 คนตามลำดับ โดยสาวงามทั้ง 10 คน จะมีตำแหน่งเป็น “ทูตประชาสัมพันธ์” กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จากนั้นจึงเป็นรอบ 5 คนสุดท้าย ในที่สุดผู้เข้าประกวดหมายเลข 37 “แนท” อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ อายุ 21 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็สามารถคว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 ไปครองควบด้วยตำแหน่งมิสสมายด์ ขณะที่รองอันดับ 1 คือ “น้องยิ้ม” ชาวิกา วัตรสังข์ ผู้เข้าประกวดหมายเลข 2 ส่วนผู้ที่ได้รับตำแหน่งรองอันดับ 2 ซึ่งมี 3 คนคือ ผู้เข้าประกวดหมายเลข 25 “เทมมี่” อัญชลิกา ณ พัทลุง, ผู้เข้าประกวดหมายเลข 32 “บุง” รวินท์นิภา ฮามิต และผู้เข้าประกวดหมายเลข 39 “อ้อย” ชัชฎาภรณ์ กิมาภรณ์ ส่วนรางวัลขวัญใจสื่อมวลชนเป็นผู้เข้าประกวดหมายเลข 5 “น้ำฝน” ธัญญารัตน์ ปิฏิโชติ
 
       นอกจากคุณสมบัติพร้อมทั้งด้านความงามและความรู้ เรื่องไหวพริบจากการตอบคำถามในรอบสุดท้ายยังเป็นอีกหนึ่งคะแนนสำคัญให้คณะกรรมการได้พิจารณาว่าใครเหมาะสมกับมงกุฎแห่งเกียรติยศ ซึ่ง “แนท” อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ สาวงามจากลำปาง ก็สามารถทำได้สำเร็จจากการตอบคำถามข้อที่ว่า “เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวคุณคิดว่าเราสามารถเป็นเจ้าบ้านที่ดีเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวได้อย่างไร?” โดยเจ้าตัวตอบว่า “สิ่งแรกเมื่อเราเจอนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติคือการสร้างความประทับใจแรกด้วยการสบตาและไหว้ จากนั้นเราสามารถเป็นเจ้าบ้านที่ดีด้วยการแนะนำสถานที่ต่างๆ ในประเทศให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก”
 
       หลังจากคว้ามงกุฎไปครอง เจ้าตัวเผยถึงความรู้สึกว่า ดีใจมากๆ วันนี้มีคุณแม่และพี่สาวมาเชียร์ อีกทั้งยังขอขอบคุณครอบครัวซึ่งมีคุณตาคุณยายที่คอยเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก และครอบครัวทำให้แนทรู้สึกว่ามีครอบครัวที่อบอุ่น แม้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะแยกทางกัน พร้อมกันนี้ได้กล่าวขอบคุณทุกคนเป็นภาษาเหนือว่าอีพ่ออีแม่ วันนี้ลูกทำได้แล้วเน้อ ขอบคุณเจ้า
 
       “สำหรับโครงการในอนาคตนอกเหนือจากงานในวงการบันเทิง ในฐานะที่แนทกำลังศึกษาในคณะสังคมสงเคราะห์ ซึ่งสอนให้ช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้นั้น  ในการที่แนทได้รับตำแหน่งครั้งนี้ถือว่าจะเป็นกระบอกเสียงที่มีประสิทธิภาพ จึงตั้งใจทำตามความฝันของตัวเองนั่นคือ การทำโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ และสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตคือการมองเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่นอีกด้วย” เจ้าของมงกุฎมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สเผยความตั้งใจทั้งในระยะใกล้และไกล
 
       ขณะเดียวกัน “แนท” อนิพรณ์ เผยอีกว่า จากนี้คงต้องเตรียมพร้อมเรื่องร่างกายโดยการเข้าฟิตเนสมากขึ้นเพื่อให้มีกล้ามเนื้อเพราะอยากเป็นผู้หญิงมีสุขภาพดี อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมเช่นกันนั่นคือ ฝึกภาษา เพื่อเตรียมตัวไปเวทีระดับโลก สิ่งสำคัญที่สุดคืออยากจะพกพาความมั่นใจ ตามที่คุณตาสอนมาตลอดว่าเขาก็คนเราก็คนมีสองมือสองไม้เหมือนกัน ศักยภาพอาจแตกต่างกันบ้าง แต่เราต้องเชื่อมั่นในตัวเอง ถ้าเราไม่เชื่อมั่นในตัวเองก็ไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวเรา ทั้งนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจะทำตัวเองให้ดีที่สุด ส่วนนางงามรุ่นพี่ที่เป็นไอดอล คือ น.ส.ชาลิตา แย้มวัณณังค์ ซึ่งครั้งหนึ่งได้มีโอกาสพูดคุย รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีความมั่นใจในตัวเองสูง และยังมีความอ่อนโยนในตัวเอง หลังจากนี้จะรับงานในวงการบันเทิง ด้วยการเดินแบบต่อไป แต่จะพิจารณาตามความเหมาะสม
 
       ด้านคุณแม่นางงามหมาดๆ ภิญญลักษณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ เผยด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้าว่า ตัวเองมีลูกสาวสองคน น้องแนทเป็นเด็กที่โตเป็นผู้ใหญ่ ลูกสาวเรียนหนังสือไม่เก่งแต่มีความตั้งใจความพยายามสูงมาก โชคดีที่มีคุณตาและคุณยายเป็นตัวอย่างที่ดีมาก โดยจุดเริ่มต้นที่น้องแนทมาประกวด แนทพบคนแก่ป่วยและอยากเข้าไปช่วยเหลือ แต่แม่ห้ามไว้ ตอนนั้นลูกโกรธมากจนเอาไปโพสต์ลงเฟซบุ๊กด้วยความอัดอั้นใจว่า “ทำไมจะทำตามความตั้งใจตัวเองไม่ได้” พอดีเวทีนี้เปิดรับสมัคร แม่เลยแนะนำให้มาสมัคร เพื่อจะได้มีโอกาสทำประโยชนเพื่อสังคมได้อย่างเต็มที่