ข่าว

คนรุ่นใหม่เกาะเทรนด์'โลกออนไลน์'โอกาสแจ้งเกิดธุรกิจ

คนรุ่นใหม่เกาะเทรนด์'โลกออนไลน์'โอกาสแจ้งเกิดธุรกิจ

20 ก.ค. 2558

คนรุ่นใหม่เกาะเทรนด์'โลกออนไลน์'โอกาสแจ้งเกิดธุรกิจ : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยอนัญชนา สาระคู เรื่อง ปราโมทย์ พุทไธสง ภาพ

             โลกของ “สังคมออนไลน์” หรือ “โซเชียลเน็ตเวิร์ก” ในปัจจุบันเป็นที่รู้กันดีว่าไม่ได้แค่สร้างโอกาสให้ผู้คนได้สื่อสารระหว่างกันอย่างไร้พรมแดนเท่านั้น แต่ยังสร้างโอกาสให้แก่นักธุรกิจหน้าใหม่ๆ ได้สร้างตัวตน สร้างการรับรู้ในสังคมได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น นั่นได้ส่งผลไปยังยอดขายที่เติบโตขึ้น และก็ไม่ใช่แค่โอกาสของเหล่าเซเลบ ดารา หรือนักแสดงที่จะใช้แสวงหาผลประโยชน์เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสของเราๆ ท่านๆ ให้ได้แจ้งเกิดในโลกของธุรกิจด้วยเช่นกัน

             ดังเช่นหลายๆ คนที่ประสบความสำเร็จกันมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น เจคิว ปูม้านึ่ง เดลิเวอรี่, แมลงทอด ไฮโซ, ร้านค้ารองเท้าออนไลน์ ชูส์ รีพับลิก และธุรกิจจิตอาสาอย่างบริษัท 141 ธุรกิจเพื่อสังคม ล้วนแต่ใช้สังคมออนไลน์เป็นช่องทางการสื่อสาร ทำการตลาด หรือแม้แต่การสั่งซื้อขายสินค้าผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่นิยมกันทั่วโลกและเป็นที่ยอดฮิตกันมากในประเทศไทย เช่น เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม (ไอจี), ทวิตเตอร์ และไลน์ เพราะนอกจากจะอำนวยความสะดวก มีผลตอบรับที่รวดเร็ว ทันใจและจับต้องได้แล้ว ที่สำคัญคือใช้ต้นทุนที่ต่ำอีกด้วย

             มีโอกาสทำความรู้จักกับกลุ่มคนรุ่นใหม่กลุ่มหนึ่งที่มีความมุ่งมั่นสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง เริ่มต้นด้วยการเปิดร้านค้าขายสินค้ากลุ่มแฟชั่นผ่านสังคมออนไลน์ ปลุกปั้นธุรกิจส่วนตัวจนเป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่ง สามารถสร้างยอดขายติดตลาดกลุ่มแฟนเพจ และบรรดาฟอลโลเออร์ (FOLLOWER) พวกเขาก็ได้มารวมกลุ่มกันออกร้านขายสินค้าเพื่อแสดงความมีตัวตน เป็นช่องทางระบายสินค้า ขยายฐานการตลาด เพื่อการขยายธุรกิจให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย

             เริ่มที่แนวคิดการจัดงาน “โซมาร์ท” งานรวมพลคนออนไลน์ก่อน โดย “สุภานุ เจริญผล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท สเปซ 329 จำกัด ผู้จัดงาน โซมาร์ท (Somart) ซึ่งมาจากคำว่า โซเชียล มาร์เก็ต (Social Market) บอกว่าเป็นงานที่รวบรวมร้านค้าจากตลาดออนไลน์ที่มีอยู่จำนวนมาก และแข่งขันสูงให้มาสู่ตลาดออฟไลน์ เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเพิ่มยอดขาย และสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยในการระบายสต็อกสินค้าได้อีกทางหนึ่ง

             “จากการที่สังเกต ผมเห็นว่าเวลาทำธุรกิจออนไลน์ เช่น เปิดร้านขายเสื้อผ้าผ่านออนไลน์ หากมีเสื้อสัก 10 แบบ จะขายดีไม่ได้ทุกแบบ แบบที่ขายดีก็จะขายดีมากๆ แต่ก็ยังมีแบบอื่นที่เหลือคงค้าง การจัดงานอีเวนท์แบบนี้ก็จะช่วยระบบสต็อกให้แก่ทางร้านค้าออนไลน์ได้ด้วย ซึ่งข้อดีของออฟไลน์ก็คือ พ่อค้าแม่ค้าได้มีโอกาสพบปะกับลูกค้า ส่วนลูกค้าเองก็จะได้มีโอกาสสัมผัสกับสินค้า ได้เห็น ได้ลองของจริงมากกว่ามองเห็นแต่เพียงจากโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ ส่วนการเลือกร้านค้าที่จะมาร่วมจัดงาน จะดูที่ยอดสมาชิกของร้านค้าออนไลน์ที่มียอดติดตามจำนวนหนึ่งทั้งทางแฟนเพจ ในเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม”

             สำหรับ สุภานุ หรือ นุ ในวัย 31 ปี บอกว่าตัวเองเป็นเด็กบ้านๆ คนหนึ่ง ทำงานหารายได้มาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ เมื่อจบการศึกษาจึงได้เปิดบริษัททำธุรกิจป้ายโฆษณาให้เช่าในต่างจังหวัด พอดีทางห้างเซ็นทรัลมีพื้นที่ให้จัดกิจกรรม ประจวบกับที่ตัวเองมีเพื่อนๆ ขายสินค้าออนไลน์กันมาก จึงมีแนวคิดที่เปิดพื้นที่สำหรับคนออนไลน์และตั้งขึ้นมาเป็นตลาด “โซมาร์ท” ส่วนการจัดงานแต่ละครั้งก็จะปรับเปลี่ยนไปตามพื้นที่จัดงาน พื้นที่ที่ได้จัดงานมาแล้วช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา มีทั้งที่หน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัล ลาดพร้าว และท่ามหาราช

             การจัดงานของ “โซมาร์ท” ก็จะสร้างการรับรู้ผ่านสังคมออนไลน์เช่นกันทั้งทางเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ Somart Social market ส่วนไอจี มีในชื่อ somartmarket ซึ่งใช้เป็นทั้งช่องทางการสื่อสารกับร้านค้าออนไลน์ต่างๆ และกลุ่มลูกค้าทั่วไป

             เขามองว่า ตลาดออนไลน์นั้นยังเป็นช่องทางที่น่าสนใจ และสร้างโอกาสให้แก่ทุกคนได้ เพราะสามารถวัดผลได้ชัดเจน สร้างการรับรู้ได้รวดเร็วกว่า และจับต้องได้ โดยปัจจุบันร้านค้าออนไลน์มีหลากหลายมาก และการแข่งขันเริ่มสูงขึ้น จากที่ได้สัมผัสมาพบว่าพ่อค้าแม่ค้าในตลาดออนไลน์ มีตั้งแต่กลุ่มที่ขายสินค้าตามตลาดนัด นักศึกษาจบใหม่ที่เข้ามาใช้เป็นช่องทางการขายสินค้า กลุ่มสตาร์ทอัพ เริ่มต้นธุรกิจ ก็มาขายของผ่านออนไลน์เช่นกัน รวมไปถึงปัจจุบันสินค้าแบรนด์ดังๆ ที่วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าอยู่แล้ว ก็ไม่ทิ้งช่องทางนี้ โดยมาขายของผ่านออนไลน์

             ขณะที่ธุรกิจการจัดงานอีเวนท์ ปัจจุบันพบว่ามีการแข่งขันที่สูงขึ้น ส่งผลให้เจ้าของพื้นที่สามารถสร้างอำนาจต่อรองได้มากขึ้นนั้น นุ บอกว่า มีแนวทางที่จะเพิ่มเติมอีกหนึ่งช่องทาง คือการเปิดเว็บไซต์ค้าออนไลน์ ที่จะให้เป็นแหล่งรวบรวมร้านค้าออนไลน์ในเว็บไซต์ ที่จะเน้นเฉพาะกลุ่มสินค้าแฟชั่น และนำมาจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจน ลูกค้าสามารถเข้าไปชมและเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าต่างๆ ได้ในเว็บไซต์เดียว เจาะกลุ่มนักศึกษา คนเริ่มทำงาน และกลุ่มที่ไม่มีเวลาตามล่าหาซื้อสินค้าที่ตนเองชื่นชอบ จากนั้นก็จะมาลิงค์กับการจัดงานอีเวนท์ที่ร้านค้าสมาชิกเหล่านี้ก็จะได้สิทธิในการเลือกพื้นที่สำหรับงานอีเวนท์ที่จะจัดขึ้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมร้านค้า และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเร็วๆ นี้ผ่านทางเว็บไซต์ www.somartmarket.com

             นอกจากนี้ ยังมุ่งที่จะผลักดันกลุ่มร้านค้าออนไลน์เหล่านี้ให้สร้างแบรนด์ สร้างการรับรู้ให้ลูกค้ามีประสบการณ์กับสินค้า เพื่อการต่อยอดธุรกิจต่อไปในอนาคต เช่นในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ กำลังจัดงานใหญ่ที่ บีซีซี ฮอลล์ ชั้น 5 เซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่นอกจากจะเป็นการจัดงานแสดงสินค้าแล้ว ยังจะมีการจัดงานสัมมนาในเชิงธุรกิจ โดยเชิญคนออนไลน์มาให้ความรู้แก่ผู้ค้า นักธุรกิจหน้าใหม่ เกี่ยวกับตลาดออนไลน์ รวมไปถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

             “ผมมองว่าน่าจะมีการต่อยอดธุรกิจเหล่านี้ และนำความรู้ต่างๆ มาเติมเต็มให้แก่ผู้ค้าเพื่อให้เห็นภาพในการทำเป็นธุรกิจมากขึ้น มากกว่าการจัดพื้นที่ขายของเท่านั้น” นุ กล่าวทิ้งท้าย

             มากันที่ “อุ๋ย” ศุภิดา ตั้งจิตวรกุลธร ร่วมกับเพื่อน “ธนธร พรหมมี” เปิดธุรกิจขายเสื้อผ้าแนวแฟชั่นในแบรนด์ของตัวเองที่ชื่อ “Lilydale” แจ้งเกิดในสังคมออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊ก และไอจี ในชื่อเดียวกันคือ Lilydalebrand และไลน์ชื่อ OLSF OR SLOFS มีคนติดตามนับหลักหมื่นแอ็คเคานท์ทีเดียว อุ๋ย เล่าว่าเริ่มขายเสื้อผ้ามานาน 3-4 ปีแล้ว เริ่มจากความชอบเสื้อผ้าแฟชั่นของตัวเอง ที่เมื่อซื้อเสื้อมาแล้วใส่ไม่ได้ก็นำมาโพสต์ขายทางออนไลน์ เมื่อขายได้เป็นกอบเป็นกำจึงตัดสินใจออกจากงานประจำมาเปิดร้านค้าเสื้อผ้าอย่างจริงจัง

             “พอเราเห็นว่าเริ่มมีคนสนใจมากขึ้นในสินค้าที่เราใส่ ถ่ายภาพเราเองและโพสต์ขึ้นไอจีและเฟซบุ๊ก แถมยังมีคนนำอุ๋ยไปก๊อบปี้และติดตามร้านค้าตัวเองก็มี ก็เลยเริ่มเปลี่ยนมาทำแบรนด์ของตัวเอง และก็มียอดขายดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมองว่าโลกออนไลน์ช่วยเราได้มาก มีคนเห็นคนติดตามเรา มีลูกค้าซื้อเสื้อผ้าเราไปแล้วชอบ เขาก็มาช่วยโปรโมทให้เราด้วย”

             อย่างไรก็ตาม อุ๋ย บอกถึงเป้าหมายในการทำธุรกิจส่วนตัวว่ามีความตั้งใจที่จะเปิดร้านค้าเป็นของตัวเอง แต่จะเปิดก็ต่อเมื่อคิดว่าเราพร้อมแล้วจริงๆ คืออยากให้แบรนด์มีความแข็งแกร่งมากกว่านี้ก่อน ให้ติดตลาดและมียอดขายที่มากขึ้น รวมทั้งการไปเปิดช็อปในต่างประเทศด้วย เพราะที่ผ่านมาเคยลองนำเสื้อผ้าไปจำหน่ายพบว่าชาวต่างชาติให้ความสนใจเสื้อผ้าสไตล์ไทยๆ เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ก็จะไม่หนีหายไปจากช่องทางการขายออนไลน์ เพราะเห็นว่ายังเติบโตได้อีกมากในสังคมปัจจุบัน

             มาอีกหนึ่งสาวคนรุ่นใหม่ “การ์ตูน” ชีวนันท์ จักรวาลพิทักษ์ เจ้าของร้าน “DECO BAO BAO” ร้านขายของจิปาถะ ของตกแต่งบ้าน ได้รับแรงบันดาลใจมาจากร้านจิปาถะของญี่ปุ่น ซึ่งเรียกร้านเหล่านี้ว่าร้าน ซักกะ (ZAKKA) การ์ตูน บอกว่ามีความตั้งใจที่จะออกจากงานประจำเมื่อต้นปีเพื่อมาเป็นเจ้าของธุรกิจเอง จึงเริ่มต้นด้วยสินค้างานไม้เกรดส่งออกของไทยจำพวกเครื่องครัว จาน ชาม และสินค้าตกแต่งบ้านอื่นๆ มาเริ่มต้นด้วยการขายผ่านออนไลน์ในชื่อเดียวกันกับร้านค้าทั้งไอจี และเฟซบุ๊ก ส่วนไลน์ใช้ชื่อตัวเอง toonatoon

             การ์ตูนบอกว่า ปัจจุบันคนไทยนิยมใช้สินค้างานไม้เหล่านี้มากขึ้น ซึ่งก็ได้รับความนิยมมาจากยุโรป และในเอเชียเองได้รับความนิยมมาจากเกาหลี และญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม สินค้าที่นำมาจำหน่ายนี้จะเป็นผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดของไทยเอง ด้วยเกรดพรีเมียม เมื่อเปิดร้านออนไลน์มาก็มีคนให้ความสนใจมากขึ้น และเมื่อมาออกร้านในงานออฟไลน์ด้วยแล้ว ก็ทำให้ลูกค้าเห็นสินค้าจริงของเราที่เป็นของมีคุณภาพจริง ลูกค้าก็จะเชื่อมั่นมากขึ้น จึงเป็นการต่อยอดเพิ่มให้สินค้าเราขายดีมากขึ้น ซึ่งลูกค้าก็หลากหลายทั้งคนไทยและต่างประเทศ รวมทั้งกลุ่มลูกค้าที่มาเป็นครอบครัว สินค้าเหล่านี้จะสะท้อนให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของครอบครัว ได้เลือกและใช้ร่วมกัน

             ทั้งนี้ ช่องทางตลาดออนไลน์ ทำให้สินค้าของร้าน “เดโค เบาเบา” ขายดีมากขึ้น แต่ตัวเจ้าของร้านเองก็มองเห็นถึงการขยับขยาย การเปิดหน้าร้านที่สร้างให้เป็นร้าน ซักกะ อย่างเต็มตัว ด้วยการสร้างแบรนด์ของตัวเอง สั่งผลิตสินค้าและจำหน่ายภายใต้การออกแบบของตัวเองในอนาคต

             เธอพูดถึงตลาดออนไลน์ในภาพรวมด้วยว่ามีพัฒนาการมาต่อเนื่อง จากเดิมที่การเปิดร้านค้าออนไลน์อาจจะยังไม่เป็นที่นิยมมาก  เพราะผู้ซื้อไม่มั่นใจในคุณภาพของสินค้า หรือยังไม่มีความเชื่อมั่นระหว่างแม่ค้าและลูกค้ามากนัก แต่เมื่อคนรุ่นใหม่เริ่มหันเข้ามาในธุรกิจออนไลน์ ก็ทำให้เกิดการพัฒนา การคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพที่โดดเด่น สร้างความแตกต่าง จึงทำให้ตลาดออนไลน์เติบโตขึ้นต่อเนื่อง และยังมองว่ามีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอนาคตด้วย

             มาที่ร้านสุดท้าย “Fratellinn” เกิดจากแนวคิดของ 2 พี่น้องนักออกแบบเครื่องแต่งกาย นัท และ แนน (ยศวดี ตั้งนิมิตรธนา) ที่ต้องการใช้ความรู้ความสามารถ บวกกับความชอบส่วนตัวมาเปิดร้านเสื้อผ้าแฟชั่นเป็นของตัวเอง  แต่ก็เริ่มจากการเปิดช็อป เมื่อไม่มีเวลาพอ ประกอบกับต้นทุนสูง จึงปิดตัวไปและหันมาเปิดร้านค้าออนไลน์จริงๆ จังๆ ซึ่งปีนี้เข้าปีที่ 3 แล้ว

             แนน ซึ่งปัจจุบันยังเรียนอยู่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เล่าว่า ธุรกิจนี้เริ่มจากการที่เราสองพี่น้องเรียนมาทางด้านนี้โดยตรง ก็ต้องการที่จะใช้ความรู้ของตนเองมาทำ ประกอบกับชอบตัดเสื้อผ้าใส่เองก่อน จากนั้นก็ตัดให้คนรอบข้าง ขายให้คนรอบข้าง จึงเริ่มคิดมาเปิดร้านอย่างจริงๆ จังๆ ซึ่งเสื้อผ้าของร้านจะออกแบบเอง มีจุดเด่นที่เป็นลายผ้าวาดเอง แต่ละปีจะออกเป็นคอลเลกชั่น และตามฤดูกาล ลูกค้าเป้าหมายจะเป็นกลุ่มคนวัยทำงานเป็นหลัก ซึ่งก็จะมีตั้งแต่อายุ 18-40 ปีขึ้นไป

             “เมื่อมาเริ่มขายออนไลน์ กลุ่มลูกค้ามียอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันเป็นหลักหมื่นรายแล้ว และเมื่อออกคอลเลกชั่นใหม่ๆ ออกมาก็มักจะจำหน่ายหมดในเวลารวดเร็ว เพราะมีกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบในสินค้าเรา เพราะความแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร”

             อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าเรามองที่จะเปิดร้านของเราขึ้นมาในห้างสรรพสินค้า ซึ่งก็วางแผนไว้หลังตัวเองจบการศึกษาก่อนเพื่อจะได้มีเวลาเต็มตัว โดยเห็นว่าผู้บริโภคในปัจจุบันยอมรับในสินค้าแบรนด์ไทยมากขึ้นหากสินค้านั้นตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้

             แนน บอกอีกว่าการที่ตัวเองและพี่สาว (นัท) มาร่วมกันเปิดร้านทำให้มีรายได้ เป็นนายตัวเอง มีความรับผิดชอบ และโตขึ้น หากเทียบกับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันที่เขายังไม่มี ทำให้เรารู้สึกภูมิใจ และคนรอบข้างก็สนับสนุนเราเต็มที่ ส่วนตลาดออนไลน์ ปัจจุบันมีคนเข้ามาทำแบบนี้กันมากมาย ซึ่งก็มองว่าการที่เราจะอยู่ได้นาน และติดตลาดหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับสินค้าที่มีคุณภาพด้วย

             อย่างไรก็ตาม แม้ “โลกออนไลน์” จะนับเป็นโอกาสแจ้งเกิดของคนรุ่นใหม่ แต่จะเกิดได้ยาวนานหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่น และตั้งใจจริง