ข่าว

ชีวิต, พิพิธภัณฑ์ และสวนสัตว์

ชีวิต, พิพิธภัณฑ์ และสวนสัตว์

21 ก.ค. 2558

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ชีวิต, พิพิธภัณฑ์ และสวนสัตว์ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 
                    ในประเทศที่ประชาชนในชาติมีการศึกษาเฉลี่ยสูงอยู่ในอันดับต้นๆ ตัวเลขการเข้าชมพิพิธภัณฑ์และสวนสัตว์ของเด็กและเยาวชนจะสูงมาก ในขณะที่สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์ของประเทศที่ประชาชนมีเกณฑ์เฉลี่ยการศึกษาอยู่ในระดับต่ำ ก็มีตัวเลขการเข้าชมของเด็กและเยาวชนต่ำตามลงไปด้วย หากคิดด้วยตรรกะที่กล่าวมานี้ก็จะสรุปได้ว่า พิพิธภัณฑ์และสวนสัตว์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของเด็กและเยาวชน
 
                    จำนวนของสวนสัตว์ในประเทศไทยถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับความกว้างขวางของพื้นที่และจำนวนประชากร ในกรุงเทพฯ ที่เป็นเมืองหลวงมีสวนสัตว์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นของทางราชการอยู่เพียงแห่งเดียวคือ สวนสัตว์ดุสิต หรือเขาดินวนา ในขณะที่มีจำนวนประชากรแท้จริงและประชากรแฝงอยู่ประมาณสิบล้านคน
 
                    ส่วนพิพิธภัณฑ์ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่แสดงถึงรากเหง้าบรรพบุรุษ และต้นกำเนิดของเผ่าพันธุ์ มีเพียงแห่งเดียวที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยทั้งสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเองก็มีจำนวนคนไทยเข้าไปเที่ยวชมกันบางตามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเป้าหมายหลักคือเด็กและเยาวชนในระดับวัยรุ่นหรือระดับที่เรียนชั้นมัธยมตอนต้น เป็นกลุ่มที่มีสถิติการเข้าชมน้อยมาก
 
                    คำถามคือแล้วเด็กและเยาวชนของไทยเหล่านั้นใช้เวลาอยู่ที่ไหนกัน คำตอบคือนั่งเฝ้าหน้าจอโทรทัศน์เพื่อชมรายการบันเทิงเริงรมย์ สนใจแต่จะศึกษาหาความรู้ในเรื่องส่วนตัวของศิลปินและดาราที่ชื่นชอบ บางส่วนใช้ชีวิตอยู่ตามศูนย์การค้า ส่วนคนที่ได้รับการเรียกขานว่าเป็น “เด็กเรียน” หมายความว่าเป็นเด็กที่เอาใจใส่ในการเรียน ก็จะอยู่ในโรงเรียนกวดวิชาเป็นส่วนใหญ่ เพราะเชื่อกันว่าเด็กประสบความสำเร็จในด้านการเรียน และจะมีอนาคตทั้งการศึกษาและการทำงานได้ดีกว่าคนอื่นอีกด้วย
 
                    สังคมไทยทุกวันนี้จึงมีคนรุ่นใหม่มากมายที่สำเร็จการศึกษามาด้วยเกรดสูงๆ แต่ขาดความรู้รอบตัวที่ควรจะมีตามวัยและสถานะ ที่สำคัญคือขาดความคิดริเริ่มที่จะแสวงหาวิธีการไปสู่จุดหมาย ทุกอย่างยังต้องปฏิบัติตามตำราที่เรียนมาอย่างถูกต้อง ทำให้เมื่อเกิดปัญหาที่นอกเหนือจากที่เคยเรียนมา คนไทยรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยจึงหาทางออกสำหรับแก้ปัญหานั้นๆ ไม่เป็น ต้องไปลอกเอาวิธีการจากตำราต่างประเทศ ซึ่งมีปัจจัยและเงื่อนไขของปัญหาต่างกันมาใช้งาน ที่สำคัญคือกลายเป็นคนที่รับแรงกดดันจากการทำงานและรับมือกับปัญหาไม่ค่อยได้
 
                    เด็กไทยในทุกวันนี้จึงตกเป็นเหยื่อของสิ่งยั่วยุต่างๆ ได้ง่าย หลายคนลุ่มหลงอยู่กับอบายมุข หรือไม่ก็มั่วสุมกันกระทำกิจกรรมซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจของสังคมและผิดกฎหมาย เมื่อมีปัญหามารุมเร้ามากๆ ก็หาทางออกด้วยวิธีการผิดๆ
หากต้องการเห็นเด็กและเยาวชนของไทย เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งทั้งจิตใจและวุฒิภาวะ และพร้อมที่จะเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริงในทุกแง่มุม มีการเรียนรู้จากชีวิตจริงที่แตะต้องและสัมผัสได้มากกว่าการเรียนรู้จากเครื่องจักรที่ไม่มีชีวิต ทุกภาคส่วนต้องหาทางดึงเด็กและเยาวชนไทยให้หันกลับมาใช้ชีวิตในสวนสัตว์และในพิพิธภัณฑ์ รวมถึงใกล้ชิดกับธรรมชาติให้มากขึ้นครับ
 
 
 
 
-------------------
 
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ชีวิต, พิพิธภัณฑ์ และสวนสัตว์ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)