ข่าว

นายกฯวอนกอล์ฟ-รร.-รง.-ภาคอุตใช้น้ำสำรอง

นายกฯวอนกอล์ฟ-รร.-รง.-ภาคอุตใช้น้ำสำรอง

19 ก.ค. 2558

นายกฯวอนทุกภาคส่วนใช้น้ำประหยัดที่สุด สนามกอล์ฟ-รร.-รง.-ภาคอุตใช้น้ำสำรอง รัฐบาลเล็งรับบริจาคน้ำดื่มส่วนกลางช่วยปชช.

              19ก.ค.2558 พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้สั่งการด่วนพิเศษให้แจ้งต่อทุกหน่วยงานทุกภาคส่วนให้ใช้น้ำอย่างประหยัดที่สุด ในช่วงวิกฤตนี้ กิจกรรมใดที่ใช้น้ำมากและสามารถชะลอออกไปได้ ควรละไว้ก่อน เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้

              “แม้บางคนอาจจะคิดว่ามีสตางค์จ่ายค่าน้ำประปา แล้วคิดจะใช้ตามปกติ ขอให้คิดใหม่ว่า เพราะขณะนี้เป็นสถานการณ์วิกฤต จะเห็นแก่ความสะดวกสบายส่วนตนไม่ได้ ภาคเอกชนที่รู้ว่าประกอบธุรกิจที่ต้องใช้น้ำจำนวนมาก เช่น สนามกอล์ฟ สระว่ายน้ำ หรือที่พักโรงแรม ขอให้ใช้น้ำในส่วนกักเก็บหรือสำรองของตนเองก่อนเป็นลำดับแรก และที่สำคัญที่สุดคือส่วนราชการต้องดำเนินการให้ทุกส่วนเห็นเป็นตัวอย่าง ใช้น้ำอย่างมีสติ วางแผนอย่างรอบคอบ หากฝ่าฝืนอาจจะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดต่อไป ในส่วนของพี่น้องประชาชน กิจกรรมบางส่วนถ้าชะลอได้ก็ขอให้ชะลอไปก่อน เช่นล้างรถ อาจใช้การปัดเช็คถี่ๆแทน ขอให้ตระหนักว่า เราอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

              สำหรับ พี่น้องเกษตรกร รัฐบาลยังคงขอความร่วมมือ งดสูบน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรโดยเด็ดขาด ในช่วง วันเสาร์ ถึง วันจันทร์นี้ เพราะต้องสงวนน้ำไว้ผลักดันน้ำทะเลที่หนุนสูง มิฉะนั้นอาจกระทบต่อระบบการจัดทำน้ำประปาทั้งหมด จึงขอความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกคนโดยพร้อมเพรียง

 

รัฐบาลเล็งรับบริจาคน้ำดื่มส่วนกลางช่วยปชช. 
 
              พลตรีสรรเสริญ  กล่าวว่า  สถานการณ์น้ำฝน น้ำในเขื่อน และน้ำใช้อยู่ในสถานการณ์ภาวะที่ไว้วางใจไม่ได้  รัฐบาลจึงเตรียมมาตรการจัดการปัญหาโดยให้ความสำคัญกับน้ำบริโภคเป็นลำดับแรก เพราะถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์  ซึ่งคณะรัฐมนตรีจะบรรจุวาระเร่งด่วนเรื่องการดูแลน้ำกินน้ำใช้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแห้ง น่าจะทำในรูปแบบเปิดรับบริจาคน้ำดื่มจากประชาชนส่วนกลางส่งไปช่วยสมทบในจุดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้ตั้งจุดบริการน้ำทั่วประเทศในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์  ในจุดที่ยังต้องการการช่วยเหลือเป็นพิเศษ  เรื่องดังกล่าวมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพหลักในการระดมน้ำใจไทยช่วยคนไทยสู้ภัยแล้งในครั้งนี้  
 
              พลตรีสรรเสริญ กล่าวว่า  นอกจากนำ้ดื่มนำ้ใช้ลำดับต่อไป จะเป็นการให้ความสำคัญกับพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่นาที่ข้าวใกล้จะให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ ต้องรักษาไว้ รวมถึงพืชสวนที่หากปล่อยให้ยืนต้นตาย เนื่องจากจะต้องใช้เวลาเพาะปลูกฟื้นฟูหลายปี กว่าจะได้รับผลผลิตอีกครั้ง ส่วนพื้นที่การเกษตรเช่นพื้นที่นา ซึ่งยังไม่ได้อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยว หากสถานการณ์น้ำ ยังไม่ดีขึ้น ต้องยอมรับว่า จะเกิดผลกระทบค่อนข้างแน่ชัด   ทางรัฐบาลจะได้กำหนดแนวทางการเยียวยาช่วยเหลือต่อไป อย่างไรก็ตามอยากขอให้ทุกภาคส่วน เข้าใจถึงความจำเป็นของประเทศขณะนี้  ในการประชุม ครม. วันอังคารนี้ ( 21 ก.ค. )  นอกจากวาระการจัดหาน้ำดื่มที่เป็นการปันน้ำใจไทยให้แก่กัน จะมีการนำแผนบริหารจัดการน้ำที่ได้ดำเนินการไปแล้วหรือกำลังจะดำเนินการ  เรื่องนี้อาจนำไปสู่การพิจารณาเพิ่มเติมหรือปรับเปลี่ยนแผน โดยคำนึงถึงปัจจัยเฉพาะหน้าที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์เข้าไปอีกด้วย

 

ประชุมตั้งศูนย์ปฎิบัติการช่วยเกษตรกรภัยแล้ง22จว.เจ้าพระยา

               ที่ รร.กรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา นายปิติพงศ์ พึ่งบญ ณ อยุธยา รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาเป็นประธานการประชุมหน่วยงานในสังกัด เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธการบูรณาการช่วยเหลือเกษตรกรวิกฤตภัยแล้ง โดยเน้นพื้นที่ 22 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งด้านการเพาะปลูกแบบแปลงใหญ่ การบริหารจัดการน้ำ และเน้นการยกระดับเกษตรกรอย่างมั่นคง มั่งคั้ง ยั่งยืน

               นายปิติพงศ์ เปิดเผยว่าขณะที่พื้นที่ภาคกลาง 22 จังหวัด ได้รับผลกระทบ จึงมีนโยบายที่จะต้องให้ทุกจังหวัดวางแนวทางในอนาคต และออกเยี่ยมเกษตรกรเพื่อทราบปัญหา และให้การช่วยเหลือ มีการรายงานผลทุกวันอย่างต่อเนื่อง เน้นให้ทำความเข้าใจกับเกษตรกรในเรื่องความจำเป็นของการใช้น้ำเป็นหลักโดยกระทรวงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ออกแบบศูนย์ช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการปรับปรุงพัฒนาผลผลิต และการช่วยเหลือ

               ด้านนายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวถึงการออกแบบศูนย์ปฎิบัติการช่วยเกษตรกรนั้น จะดำเนินการในรูปแบบของ โซเชียลมีเดีย จะดำเนินการผ่านเฟสบุ๊ค ไลน์ แอปปริเคชั่น ต่างๆ ซึ่งเกษตรกรสามารถเข้าไปแจ้งด้วยตนเอง เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่จะลงไปช่วยเหลือทันทีสำหรับมาตราการช่วยเหลือเกษตรกรที่ต้องเลื่อนการปลูกข้าวนาปี ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของกรมส่งเสริมการเกษตรนั้น ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมด้านการเกษตร เพื่อสร้างรายได้ทดแทนระหว่างชะลอการปลูกข้าวนาปี ดดยการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกแทนการปลูกข้าวนาปีการส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย การทำไร่นาสวนผสม โดยให้เป็นไปตามความต้องการของเกษตรกร และสนับสนุนแหล่งน้ำในไร่นาของเกษตรกร ซึ่งเมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมได้ระดมหน่วยงานช่วยเหลือด้านสินเชื่อ และด้านการเกษตร โดยเพิ่มขีดความสามารถให้กับเกษตรกรในเรื่องการปลูกพืชหมุนเวียนและใช้น้ำน้อย รวมไปถึงการพัฒนาสู่ความต้องการของตลาดด้วย

 

บุรีรัมย์น้ำในลำน้ำมูลยังมีปริมาณต่ำขั้นวิกฤต

              สถานการณ์น้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่านพื้นที่ อ.สตึกจ.บุรีรัมย์ ขณะนี้ยังมีสภาพตื้นเขินในรอบหลายปี ถึงแม้จะมีฝนตกต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่สามารถเพิ่มปริมาณน้ำในลำน้ำมูลได้ ทำให้ปีนี้สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตรทั้ง 5 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในตำบลท่าม่วง มีพื้นที่นาข้าวในเขตบริการมากกว่า 10,000 ไร่  ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวช่วยเหลือเกษตรกรได้ เนื่องจากปริมาณน้ำในลำน้ำมูลมีสภาพตื้นเขินในรอบหลายปี หากเกษตรยังฝ่าฝืนสูบน้ำขึ้นมาใส่นาข้าวจะทำให้น้ำที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยแห้งขอด

               และจะส่งผลกระทบกับผู้เลี้ยงปลากระชังทำให้ปลาขาดน้ำน็อคตายได้ หรือหากสถานีสูบน้ำสถานีใดสถานีหนึ่งสูบน้ำขึ้นมาใส่นาข้าว ก็จะทำให้เกษตรกรที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าก็สูบน้ำมาขึ้นใช้เช่นกันจะทำให้น้ำที่มีอยู่ ไม่สามารถแจกจ่ายให้เกษตรกรที่ต้องการใช้น้ำได้ทั่วถึง อาจทำให้เกิดปัญหาการแย่งน้ำจนนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างเกษตรกรได้

              กรณีดังกล่าวทำให้เกษตรกรส่วนมากยอมให้ทุกสถานีสูบน้ำงดการสูบน้ำไปก่อน จนกว่าจะมีฝนตกลงมาเพิ่มปริมาณน้ำในลำน้ำมูลให้สูงขึ้นพ้นจากภาวะวิกฤต จึงจะสมารถมารถสูบน้ำมาใส่นาข้าวพร้อมกันได้ถึงแม้ขณะนี้เกษตรกรส่วนมากจะต้องการน้ำมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่ขาดน้ำเพื่อที่จะได้หว่านปุ๋ยใส่นาข้าวให้เจริญงอกงามในช่วงนี้ก็ตาม ต่างทุกปีเกษตรกรจะเริ่มสูบน้ำใส่นาข้าวตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาทำให้ปีนี้ล่าช้ามากว่า 2 เดือนแล้ว

              ด้านนายสมบัติ จามิกรณ์ อายุ 60 ปี เกษตรกรบ้านท่าม่วง และนายอนุชิต เยี่ยมรัมย์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.7 บ.ท่าม่วง ต.ท่าม่วง  อ.สตึก ต่างเห็นตรงกันว่าจะไม่สูบน้ำในลำน้ำมูลที่มีสภาพตื้นเขินขึ้นมาใส่นาข้าวอย่างเช่นหมู่บ้านอื่น หากน้ำมูลยังมีปริมาณต่ำเพราะอาจทำให้เกิดความขัดแย้ง ระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกับหมู่บ้านอื่น หรืออาจทำให้เกิดปัญหาแย่งน้ำตามมาได้ กรณีดังกล่าวจึงเรียกร้องให้ทางภาครัฐและหน่วยงานที่รับผิดชอบ เร่งเข้ามาสำรวจหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรในระยะยาว โดยการทำฝาย แก้มลิง หรือสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ เพื่อให้เกษตรกรได้มีน้ำอุปโภคบริโภค ทำการเกษตร เลี้ยงปลากระชังประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งได้ทวีความรุนแรงต่อเนื่องมาตลอดหลายปี