ข่าว

แคดดี้สาวส่งทนายขอเลื่อนแจงคดี‘เสี่ยชูวงษ์’

แคดดี้สาวส่งทนายขอเลื่อนแจงคดี‘เสี่ยชูวงษ์’

18 ก.ค. 2558

แคดดี้สาวเบี้ยวนัดตำรวจคดี ‘เสี่ยชูวงษ์’ ส่งทนายขอเลื่อนเข้าพบสัปดาห์หน้า ด้าน ‘ผบช.น.’ สั่งสอบเพิ่ม 10 ประเด็นการตาย

 
          จากกรณีที่นายชูวงษ์ แซ่ตั้ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน และประธานกลุ่มวิทยาตลาดทุน กิจการเพื่อสังคม (วตท.) รุ่นที่20 ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต โดยมีพ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และอดีต รมช.พาณิชย์ ขับรถยนต์เล็กซัส สีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ไปส่งนายชูวงษ์กลับบ้านพัก เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา และต่อมาญาติได้เข้าร้องเรียนกับพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง (ผบ.ตร.) เพื่อให้สอบสวนรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เนื่องจากยังติดใจการเสียชีวิตในหลายประเด็นนั้น
 
          ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม พงส.ผนก.กก.1 บก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าการเรียกสอบปากคำน.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล แคดดี้และพริตตี้ หลังจากเป็นบุคคลที่รับโอนหุ้นของนายชูวงษ์ โดยพนักงานสอบสวนได้เชิญน.ส.กัญฐนาเข้าให้ปากคำ แต่น.ส.กัญฐนาไม่สะดวก และขอเลื่อนเป็นวันนี้แทน อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้พยายามติดต่อกลับไปเพื่อยืนยันเวลานัดหมาย แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้มา 3 วันแล้ว กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.ทนายของน.ส.กัญฐณาได้โทรศัพท์มาขอเลื่อนโดยยังไม่ได้ระบุวันและเวลา แต่รับปากว่าวันที่ิ 21-22 กรกฎาคมนี้ จะเดินทางเข้ามาพบตน เพื่อทำหนังสือระบุวันให้ปากคำอย่างเป็นทางการ
 
          พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 6-7 ราย ยังเหลือที่ต้องสอบปากคำเพิ่มเติมอีกไม่ต่ำกว่า 4 ราย ได้แก่น.ส.กัญฐณา,โบรคเกอร์บริษัทอีก 1 ราย และหญิงสาวอีก 2 ราย โดยหนึ่งในนั้นมีชื่อเป็นผู้รับโอนหุ้นมูลค่า 40-80 ล้านบาท ซึ่งเป็นในส่วนของหุ้นที่นางวันเพ็ญ ธนธรรมศิริ อายุ 54 ปี พี่สาวนายชูวงษ์ ,นายกันต์ อายุ 22 ปี ลูกชายนายชูวงษ์ พร้อมทนายเดินทางเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คาดว่าการสอบปากคำบุคคลดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า
 
 
‘ผบช.น.’ สั่งสอบเพิ่ม 10 ประเด็นการตาย ‘เสี่ยชูวงษ์’
 
 
          จากกรณีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั้ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล (ผบช.น.) สั่งให้มีการสอบเพิ่มเติมใน 10 ประเด็นที่ครอบคลุมการเสียชีวิต โดยเฉพาะการตรวจสอบแพทย์เกี่ยวกับผู้ตาย เนื่องจากมีการส่งตัวผู้ตายไปโรงพยาบาล 2 แห่ง ก่อนที่จะนำศพมาชันสูตรพลิกศพ เพื่อให้แน่ชัดว่าการเสียชีวิตเกิดจากสาเหตุที่คอหักหรือเลือดออกในหัวหรือไม่ รวมถึงร่องรอยบาดแผลอื่นๆ สอบผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องรถที่เกิดอุบัติเหตุ อาทิ ความเร็ว แรงกระแทก การพุ่งชนที่ทำให้คอหัก ความเร็วขนาดไหน ตรวจสอบสภาพความเสียหายรถสัมพันธ์กับบาดแผลหรือไม่ พร้อมทั้งสอบรายละเอียดรถนำไปประกอบหรือนำเข้ามา เหตุใดระบบถุงนิรภัยไม่ทำงาน ตรวจสอบเกี่ยวกับรายละเอียดทางการเงิน โดยเฉพาะการโอนเงินว่า มีการแบ่งให้ใครบ้างที่เกี่ยวข้องทั้งโดยชอบธรรมและไม่ชอบธรรม ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดในเส้นทางรถยนต์ของผู้วิ่งผ่าน ทั้งก่อนเกิดเหตุต้นทางจนถึงปลายทางหลังเกิดเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคนิค และกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ และต้องประสานงานกันในหลายๆส่วนงาน ทั้งงานสอบสวน งานสืบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน นิติเวช และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านต่างๆ
 
 
ตร.เรียกช่างเทคนิคสอบรถ ‘เสี่ยชูวงษ์’ - นัดหมอผ่าศพสอบ 19 ก.ค.
 
 
          เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 18 กรกฎาคม พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ว่า เมื่อวานนี้(17 ก.ค.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ได้เรียก ผกก.สน.อุดมสุข และพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีนี้ เข้ามาตรวจสำนวนและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โดย พล.ต.ท.ศรีวราห์ ได้สั่งกำชับให้ทาง สน.อุดมสุขทำการสอบสวนเพิ่มเติมกว่า 10 ประเด็นเกี่ยวกับสาเหตุการตาย เพื่อพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดว่า ผู้ตายเสียชีวิตเพราะสาเหตุใด ซึ่งเรื่องแรกจะต้องทำการสอบปากคำแพทย์ทั้ง 2 โรงพยาบาล ทั้งที่มีการรับศพผู้ตาย และแพทย์นิติเวชที่ทำการชันสูตรศพผู้ตาย โดยแพทย์ของโรงพยาบาลที่รับศพผู้ตายเป็นที่แรกนั้น ได้ทำการสอบปากคำไปแล้ว ก็ได้ข้อมูลมาในเบื้องต้น ส่วนแพทย์นิติเวชที่ทำการชันสูตรศพผู้ตายนั้น จะนัดมาสอบปากคำในวันพรุ่งนี้ ( 19 ก.ค.)
 
          พล.ต.ต.สมบัติ กล่าวอีกว่า สำหรับวันนี้(18 ก.ค.) ได้เรียกเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ช่างเทคนิคของบริษัทรถยนต์คันเกิดเหตุมาสอบปากคำ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งยังสอบไม่แล้วเสร็จ โดยจะสอบในประเด็นเรื่องความเร็วของรถที่วิ่ง กับเรื่องระบบความปลอดภัยของรถยนต์ยี่ห้อนี้ ว่าความเร็วขนาดนี้จะเป็นเหตุให้ถึงกับเสียชีวิตได้หรือไม่ และทำไมถุงลงนิรภัยถึงไม่ทำงาน ขณะเดียวกันในวันจันทร์ที่ 20 ก.ค.จะมีการนัดพยานบุคคล พยานแวดล้อม ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่อยู่ในสนามกอล์ฟก่อนที่ผู้ตายจะประสบอุบัติเหตุมาสอบปากคำ เพื่อวิเคราะห์เทียบเคียงว่าสอดคล้องกับช่วงระยะเวลาเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ รวมทั้งจะมีพิรุธอย่างไรหรือไม่ด้วย จากนั้นจะนำผลการสอบปากคำของทุกส่วนมารวมเข้าในสำนวน ซึ่งหากสอบปากคำกลุ่มบุคคลเหล่านี้แล้วก็น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น
 
          เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ มีแนวโน้มจะเป็นการฆาตกรรมหรือไม่ และใครจะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดนั้น พล.ต.ต.สมบัติ ตอบว่า ขณะนี้สาเหตุของการเสียชีวิตยังมาจากอุบัติเหตุ ยังไม่มีพยานหลักฐาน หรือข้อมูลใหม่ที่ระบุได้ว่ามาจากเรื่องฆาตกรรม นอกจากจะมีพยานหลักฐาน หรือข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาหลังจากนี้ แล้ววิเคราะห์ว่าจะไปเกี่ยวข้องเชื่อมโยงได้ขนาดไหน 
 
          “ตอนนี้พนักงานก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐานที่มี ส่วนเรื่องที่ว่าหลังจากผู้ตายเสียชีวิตไปแล้วนั้นใครจะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด การสอบสวนเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน ซึ่งในประเด็นนี้ ได้แยกให้ทาง บช.ก. โดยกองปราบปราม เป็นผู้รับผิดชอบสอบสวนประเด็นการโอนหุ้น และเรื่องผลประโยชน์ของผู้ตายทั้งหมด เพื่อจะได้ไม่ซ้ำซ้อนกัน ส่วนทาง บก.สส.บช.น.นั้นได้เข้าไปช่วยทางสน.อุดมสุข ในการเรื่องของการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ได้มาแล้ว 2-3 จุด” พล.ต.ต.สมบัติ กล่าว