
หน้ากากกันหวัดจะกลายเป็นไฮไลต์สำคัญประชุมอาเซียน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าแม้เหตุระเบิดโจมตีโรงแรมหรูใจกลางกรุงจาการ์ต้าของอินโดนีเซีย และเกาหลีเหนือ จะเป็นวาระสำคัญที่บรรจุในการประชุมอาเซียน ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ ARF
แต่หน้ากากป้องกันเชื้อโรค หรือผ้าปิดจมูก ก็จะถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุดสำหรับตัวแทนหลายพันคน ที่มาร่วมการประชุมที่ภูเก็ตในวันนี้เช่นกัน
คณะผู้จัดการประชุม ARF ได้จัดเตรียมหน้ากากป้องกันเชื้อโรค สำหรับรัฐมนตรีต่างประเทศ , เจ้าหน้าที่ทางการและผู้สื่อข่าว ในช่วงที่พวกเขาเดินทางไปถึงสถานที่จัดการประชุมโดยนางวิมล คิดชอบ โฆษกกระทรวงต่างประเทศ เปิดเผยว่า ทุกคนจะได้รับแจกหน้ากาก เพื่อความมั่นใจว่าประเทศไทยไม่ได้ละเลยการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ไทยกลายเป็นประเทศที่มีตัวเลขผู้เสียชีวิตและติดเชื้อไวรัส H1N1 ชนิด A มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการที่มีผู้เสียชีวิต 24 คน และป่วยมากกว่า 4 พันคน ซึ่งในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในสัปดาห์นี้ จะมีการหารือในเรื่องการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ที่มีนางฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเข้าร่วมด้วย
วินาศกรรมในกรุงจาการ์ต้าก็ประเด็นสำคัญเช่นกัน
นอกจากนี้บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่จะไปรวมกันที่ภูเก็ต ก่อนหน้าการประชุมด้านความมั่นคงที่ใหญ่ที่สุดของทวีป ภายใต้ชื่อ การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ ARF จะหนีไม่พ้นประเด็นเหตุวินาศกรรมโรงแรมในกรุงจาการ์ต้าของอินโดนีเซีย และโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ เช่นเดียวกับประเด็นการกดขี่ทางการเมืองในพม่า และประเด็นเศรษฐกิจในภูมิภาค
สมาชิก 27 ชาติที่เข้าร่วมการประชุม ARF ที่รวมถึงชาติต่าง ๆ ในเอเชีย สหภาพยุโรป หรือ EUและสหรัฐ ได้เตรียมพบปะกันในวันพฤหัสบดีนี้ หลังการเจรจาของรัฐมนตรีต่างเทศของ 10 ชาติสมาชิกอาเซียน ซึ่งประเด็นการต่อสู้กับอัล ไกดา และตาลีบันในปากีสถาน และความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา กรณีประสาทพระวิหาร ก็ถูกบรรจุไว้ในการหารือด้านความมั่นคงที่เอเชียเผชิญอยู่ด้วยเช่นกัน
ฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ มีกำหนดจะเดินทางมาร่วมการประชุมในสัปดาห์นี้แต่เหตุการณ์ระเบิดพลีชีพโจมตีโรงแรม 2 แห่งของอินโดนีเซียเมื่อวันศุกร์ อาจทำให้ประเด็นการก่อการร้ายโดยกลุ่มก่อการร้ายแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างเจมาห์ อิสลามิยาห์ หรือ เจไอกลับมาสู่ความสนใจอีกครั้ง
ทางการอินโดนีเซีย ระบุว่า นูร์ดิน โมฮัมเหม็ด ท็อป ผู้ก่อการร้ายชาวมาเลเซีย อาจอยู่เบื้องหลังการโจมตีโรงแรมเจ ดับเบิลยู แมร์ริออต และโรงแรมริทซ์ คาร์ลตัน ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน และบาดเจ็บ 55 คน ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ได้ประนามเหตุวินาศกรรม ก่อนจะเริ่มการประชุมในวันนี้เป็นวันแรก โดยยืนยันในแถลงการณ์ว่า สนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อความพยายามของรัฐบาลอินโดนีเซีย ที่จะนำตัวผู้กระทำผิดไปสู่กระบวนการยุติธรรม
ส่วนความหวังที่จะได้ข้อยุติในประเด็นความตึงเครียดเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือได้ริบหรี่ หลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือ ไม่ยอมมาเข้าร่วมการประชุม และส่งทูตมาแทน เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า คาดว่า เรื่องการทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ และประเด็นการกดขี่ทางการเมืองในพม่าจะรวมอยู่ในวาระการประชุมที่ฮิลลารี่ คลินตัน จะร่วมหารือเมื่อเดินทางมาถึง
ความตึงเครียดในภูมิภาค ยังเพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่เกาหลีเหนือถอนตัวจากการเจรจา 6 ฝ่ายว่าด้วยการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และประกาศจะเริ่มโครงการผลิตอาวุธนิวเคลียร์หลังการทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธเมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศจาก 5 ชาติที่เหลือ ได้แก่ สหรัฐ รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะเข้าร่วมประชุมที่ภูเก็ตด้วยซึ่งนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า บรรดาประเทศอาเซี่ยนคงจะไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการแสดงความวิตกในประเด็นนี้
ในระหว่างการรับประทานอาหารมื้อค่ำของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในคืนนี้ คงจะเป็นประเด็นอัพเดทความพยายามช่วยเหลือเหยื่อพายุไซโคลนนาร์กิสในพม่า ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต138,000 คน เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2551 และประเด็นผู้อพยพชาวโรฮิงห์ยา แต่ประเด็นที่น่าจะท้าทายที่สุด คือเรื่องการพิจารณาคดีนางอองซาน ซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตย
พม่าทำตัวเป็นสมาชิกที่สร้างปัญหาให้อาเซียนมาตลอด นับตั้งแต่เข้าร่วมเมื่อปี 2550 และได้แสดงการท้าทายด้วยการไม่ยอมให้นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ พบปะกันนางซูจีระหว่างที่เขาไปเยือนพม่า แต่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ก็ยังมีภารกิจในการรับรององค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ที่เผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่สามารถจัดการสมาชิกที่ทำตัวดื้อดึง อย่างพม่าได้ อย่างไรก็ตาม ในการประชุมที่ภูเก็ตนี้ ได้ใช้เหล็กกั้นรอบสถานที่จัดการ
ประชุม เพื่อป้องเหตุการณ์ซ้ำรอยที่พัทยา เมื่อเดือนเมษายน



