ข่าว

ปฏิบัติการฝนหลวงน้ำเริ่มไหลเข้าอ่าง

ปฏิบัติการฝนหลวงน้ำเริ่มไหลเข้าอ่าง

17 ก.ค. 2558

รองเลขาธิการพระราชวังเผยผลปฏิบัติการฝนหลวงน้ำเริ่มไหลเข้าอ่าง ปรับแผนเติมน้ำป่าสักชลสิทธิ์ช่วยเกษตร อุปโภคบริโภค -ผลักดันน้ำเค็ม กทม.-ปริมณฑล

             17ก.ค.2558 นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวังเดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์ฝนหลวงพิเศษนครสวรรค์ และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดพิษณุโลกเพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้งปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนรวมทั้งผลการปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษ ทั้งนี้สรุปผลการปฏิบัติการของศูนย์ฝนหลวงพิเศษ 2 ศูนย์ และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงปกติ 7 หน่วย มีดังนี้คือศูนย์ฝนหลวงพิเศษจังหวัดนครสวรรค์ เริ่มเปิดหน่วยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 16 กรกฎาคม 2558 ขึ้นบินไปแล้ว 16 วัน รวม 166 เที่ยวบิน มีฝนตก 16 วัน จำนวนชั่วโมงบิน245:25ชั่วโมง ปริมาณการใช้สารฝนหลวง137.8ตัน โดยมีรายงานฝนตกทั้ง 7 จังหวัด ที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมายหลัก ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดชัยนาท จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี และจังหวัดเพชรบูรณ์ และมีฝนตกในพื้นที่ลุ่มรับน้ำของเขื่อนต่าง ๆ โดยมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เริ่มมีน้ำไหลเข้าอ่างฯ ติดต่อกันเป็นวันที่ 7 ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. 2558 เป็นต้นมา รวม 5.71ล้าน ลบ.ม. เขื่อนกระเสียว เริ่มมีน้ำไหลเข้าอ่างฯ ติดต่อกันเป็นวันที่ 14 ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. 2558 เป็นต้นมา รวม 2.2 ล้าน ลบ.ม.

            ส่วนศูนย์ฝนหลวงพิเศษจังหวัดเชียงใหม่ เริ่มเปิดหน่วยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม–16 กรกฎาคม 2558 ขึ้นบินไปแล้ว16 วัน รวม 125 เที่ยวบิน มีฝนตก 16 วัน จำนวนชั่วโมงบิน224:30ชั่วโมง ปริมาณการใช้สารฝนหลวง159.5ตัน จังหวัดที่มีรายงานมีฝนตก (จากการตรวจวัดด้วยเรดาร์ และเครื่องวัดน้ำฝนอัตโนมัติ) ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน จังหวัดแพร่ จังหวัดลำปางจังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดพะเยา และจังหวัดสุโขทัย (9 จังหวัด) โดยเขื่อนภูมิพล เริ่มมีน้ำไหลเข้าอ่างฯ ติดต่อกันเป็นวันที่ 8 ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. 2558เป็นต้นมา รวม 10.25 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ เริ่มมีน้ำไหลเข้าอ่างฯ ติดต่อกันเป็นวันที่ 16 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2558 เป็นต้นมา รวม 90.18 ล้าน ลบ.ม.

            สำหรับหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดพิษณุโลกตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 16 กรกฎาคม 2558 ขึ้นบินไปแล้ว 16 วัน รวม 116 เที่ยวบิน มีฝนตก 14 วัน จำนวนชั่วโมงบิน188:15ชั่วโมง ปริมาณการใช้สารฝนหลวง101.1ตันจังหวัดที่มีรายงานมีฝนตก (จากการตรวจวัดด้วยเรดาร์ และเครื่องวัดน้ำฝนอัตโนมัติ) ได้แก่ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดลำปาง จังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ จังหวัดพิจิตร จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน จังหวัดตาก จังหวัดพะเยา จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดเชียงราย (14 จังหวัด) โดยเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เริ่มมีน้ำไหลเข้าอ่างฯ ติดต่อกันเป็นวันที่ 10 ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. 2558 เป็นต้นมา รวม 4.82 ล้าน ลบ.ม.

            ส่วนหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดขอนแก่นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 16 กรกฎาคม 2558 ขึ้นบินไปแล้ว 16วัน รวม 61เที่ยวบิน มีฝนตก 13วัน จำนวนชั่วโมงบิน 101:5ชั่วโมง ปริมาณการใช้สารฝนหลวง61ตันจังหวัดที่มีรายงานมีฝนตก (จากการตรวจวัดด้วยเรดาร์ และเครื่องวัดน้ำฝนอัตโนมัติ) ได้แก่จังหวัดขอนแก่น จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดเลย จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดหนองคาย

            หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดสกลนคร เริ่มเปิดหน่วยตั้งแต่วันที่ 10–16กรกฎาคม 2558ตั้งแต่วันที่ 10กรกฎาคม – 16 กรกฎาคม 2558 ขึ้นบินไปแล้ว 6วัน รวม 22เที่ยวบิน มีฝนตก 5วัน จำนวนชั่วโมงบิน 22:10ชั่วโมงปริมาณการใช้สารฝนหลวง15.2ตันจังหวัดที่มีรายงานมีฝนตก (จากการตรวจวัดด้วยเรดาร์ และเครื่องวัดน้ำฝนอัตโนมัติ) ได้แก่ จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม

            หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครราชสีมาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 16กรกฎาคม 2558 ขึ้นบินไปแล้ว 16วัน รวม 61เที่ยวบิน มีฝนตก 14วัน จำนวนชั่วโมงบิน68:35ชั่วโมงปริมาณการใช้สารฝนหลวง60.2ตันจังหวัดที่มีรายงานมีฝนตก (จากการตรวจวัดด้วยเรดาร์ และเครื่องวัดน้ำฝนอัตโนมัติ) ได้แก่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดสุรินทร์

            หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดอุบลราชธานีตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 16 กรกฎาคม 2558 ขึ้นบินไปแล้ว 8 วัน รวม 13 เที่ยวบิน มีฝนตก 8 วัน จำนวนชั่วโมงบิน 14:15 ชั่วโมงปริมาณการใช้สารฝนหลวง26ตันจังหวัดที่มีรายงานมีฝนตก (จากการตรวจวัดด้วยเรดาร์ และเครื่องวัดน้ำฝนอัตโนมัติ) ได้แก่ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดอุบลราชธานี (7 จังหวัด)

            หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 16 กรกฎาคม 2558 ขึ้นบินไปแล้ว 14วัน รวม 50 เที่ยวบิน มีฝนตก 13วัน จำนวนชั่วโมงบิน56:50ชั่วโมงปริมาณการใช้สารฝนหลวง35ตันจังหวัดที่มีรายงานมีฝนตก (จากการตรวจวัดด้วยเรดาร์ และเครื่องวัดน้ำฝนอัตโนมัติ) ได้แก่จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดตาก จังหวัดชัยนาท จังหวัดลพบุรี จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดอ่างทอง จังหวัดนนทบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดสระบุรี และจังหวัดสิงห์บุรี (13 จังหวัด) โดยเขื่อนศรีนครินทร์ มีน้ำไหลเข้าอ่างฯ ต่อเนื่องทุกวัน รวม 98.26 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนวชิราลงกรณ์มีน้ำไหลเข้าอ่างฯ ต่อเนื่องทุกวัน รวม 410.04 ล้าน ลบ.ม.

            หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดสระแก้วตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 16 กรกฎาคม 2558 ขึ้นบินไปแล้ว 16วัน รวม 67เที่ยวบิน มีฝนตก 15วัน จำนวนชั่วโมงบิน98:50ชั่วโมงปริมาณการใช้สารฝนหลวง48.4ตันจังหวัดที่มีรายงานมีฝนตก (จากการตรวจวัดด้วยเรดาร์ และเครื่องวัดน้ำฝนอัตโนมัติ) ได้แก่จังหวัดสระแก้ว จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี

            นายวราวุธ ขันติยานันท์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่าตั้งแต่มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งศูนย์ฝนหลวงพิเศษ 2 แห่ง ที่นครสวรรค์และเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 เป็นต้นมา ทำให้การปฏิบัติการฝนหลวงของทุกหน่วย ทั้งหน่วยฝนหลวงพิเศษและหน่วยปกติที่มีอยู่เดิม ประสบความสำเร็จเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกทั้งการเพิ่มเที่ยวบินในการโจมตีเมฆของศูนย์ฝนหลวงพิเศษจึงทำให้มีฝนตกทุกวันในทุกพื้นที่เป้าหมาย และมีน้ำไหลลงเขื่อนสำคัญ ๆ มากขึ้น สำหรับในช่วงนี้กำลังปรับแผนการช่วยเหลือในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาและเติมน้ำให้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ส่งผลให้เริ่มมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้มีน้ำต้นทุนที่จะปล่อยเข้าสู่ระบบบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภคบริโภค และเป็นการผลักดันน้ำเค็ม ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อีกทางหนึ่ง


นครราชสีมาตั้งศูนย์บริการน้ำอุปโภคบริโภค

            ที่โรงเรียนราชสีมาปัญญานุกูล อ.เมือง จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครนครราชสีมา ได้นำรถบรรทุกน้ำขนาดความจุ 12,000 ลิตร มาที่บริเวณหน้าอาคารเอนกประสงค์ ของโรงเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมในการแจกจ่ายน้ำประปาให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดน้ำอุปโภคบริโภค โดยมีครูและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนราชสีมาปัญญานุกูล ได้จัดสถานที่ภายในตัวอาคารเอนกประสงค์ เพื่อใช้เป็นจุดพิธีเปิดเป็นศูนย์บริการน้ำอุปโภคบริโภคพระราชทาน

            ทั้งนี้สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ได้รับความทุกข์ยากจากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น ในขณะนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดศูนย์บริการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคพระราชทาน ในการบรรเทาทุกข์แก่ราษฎรที่ประสบภาวะภัยแล้ง โดยร่วมกับสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการให้ความช่วยเหลือราษฎร ที่ขาดแคลนน้ำ โดยจัดศูนย์บริการน้ำอุปโภคบริโภคพระราชทาน ในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และสถานศึกษาในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ จำนวน 122 แห่ง ในท้องที่ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก รวมทั้งหมด 53 จังหวัด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเป็นการเร่งด่วนในขณะนี้ โดยจังหวัดนครราชสีมา มีการตั้งศูนย์บริการน้ำอุปโภคบริโภคพระราชทานอยู่ทั้งหมด 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนราชสีมาปัญญานุกูล ต.โพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา และศูนย์การศึกษาพิเศษ เขต 11 ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งจะเริ่มให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 เป็นต้นไป