17 ก.ค. 58 เมื่อเวลา 10.00 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) นั่งเป็นประธานประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาแนวทางการเยียวยารับสิทธิ์นับอายุราชการทวีคูณย้อนหลังของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ซึ่งภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น พล.ต.อ.พงศพัศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ และได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า เตรียมเสนอให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แต่งตั้ง พล.ต.ท.ศรีวราห์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) โดยให้มีผลย้อนหลังกลับไปเมื่อ 1 ตุลาคม 2553 และให้แต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการประจำ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เปิดขึ้นใหม่เฉพาะตัว ในวันที่ 29 มิถุนายน 2555 จากนั้นแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในวันที่ 1 ตุลาคม 2556 โดยเตรียมเสนอเข้าที่ประชุม ก.ตร. ให้เห็นชอบ ซึ่งจะพิจารณาประกอบกับลำดับอาวุโส และขั้นเงินเดือน
ทั้งนี้สำหรับวาระการแต่งตั้งประจำปี 2558 นี้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ จะมีอาวุโสสูงสุดลำดับที่ 1 ส่วนจะได้รับการพิจารณาขึ้นเป็น ที่ปรึกษา สบ 10 หรือ รอง ผบ.ตร. นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของที่ประชุม ก.ตร. ในการจัดบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายวาระประจำปี 2558 โดยคณะทำงานเตรียมส่งหนังสือถึงพนักงานอัยการเจ้าของคดีเพื่อสอบถาม หลัง ก.ตร. มีมติไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองในประเด็นที่ว่า คดีนี้ถือว่าเสร็จสิ้นตามกระบวนการทางกฎหมายแล้วหรือไม่ เพื่อที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้ดำเนินการแต่งตั้งและเยียวยาตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถูกต้องต่อไป
'ศรีวราห์' ปัดแสดงความเห็นมติเยียวยา
พล.ต.ท.ศรีวราห์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาแนวทางการเยียวยา กรณีศาลปกครองกลางเพิกถอนคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ปี 2555 ให้นับสิทธิ์นับอายุราชการทวีคูณ ว่า เบื้องต้นตนไม่สามารถตอบอะไรได้ เพียงแต่ว่า ได้ชี้แจงให้ผู้บังคับบัญชารับทราบแล้วว่าสิทธิ์ที่ตนควรได้รับตามคำสั่งศาลปกครองกลางพิพากษาเป็นอย่างไร จึงไม่สามารถตอบได้ว่าพอใจหรือไม่พอใจ เพราะยังไม่ถึงเวลา โดยที่กรณีการเยียวยาสิทธิ์ของตนนั้น จะต้องได้รับการพิจารณาภายในวาระการแต่งตั้งประจำปี 2558 นี้ ทั้งนี้ เชื่อว่า ทางคณะกรรมการ และผู้เกี่ยวข้องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเป็นผู้พิจารณาให้ความเป็นธรรมอย่างแน่นอน
มีลุ้นแคนดิเดต ผบ.ตร.คนใหม่ได้ในอนาคต
หลังจาก พล.ต.ท.ศรีวราห์ จะได้รับการเยียวยาซึ่งมีมติเอกฉันท์ให้ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งจ่อติดยศ พล.ต.อ. ขึ้นแท่น รอง.ผบ.ตร. หรือที่ปรึกษา สบ 10 อันมีศักดิ์เทียบเท่า รอง ผบ.ตร.ในบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายวาระประจำปี 2558 ที่จะถึงในเดือนตุลาคมนี้ หากเป็นไปตามเกณฑ์ที่ว่ามา ก็มีลุ้นแคนดิเดต ผบ.ตร. คนใหม่ได้ในอนาคต แต่คงไม่ทันรอบไม้ต่อจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. คนที่ 10 ที่จะเกษียณอายุราชการ โดยเหลือเวลาประมาณ 2 เดือนเศษ จึงต้องจับตากันว่า พล.ต.อ.สมยศ จะหยิบชื่อ รอง ผบ.ตร.คนไหนมาเป็นทายาท ผบ.ตร. คนที่ 11
หากไม่นับ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ที่อาจจะได้นั่งแท่น รอง ผบ.ตร. ในบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายอันใกล้นี้ ยังมีนายตำรวจระดับ รอง ผบ.ตร. อยู่ 4 นาย ที่คาดการณ์ว่ามีสิทธิ์ที่จะได้รับการเสนอให้เป็น ผบ.ตร.คนใหม่ ประกอบด้วย
อาวุโสอันดับ 1 พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เพราะหากใช้หลักอาวุโสเป็นองค์ประกอบหลักในการพิจารณา พล.ต.อ.เอก น่าจะเป็นตัวเลือกอันดับ 1 เนื่องจากเคยเป็นคู่แคนดิเดตกับ พล.ต.อ.สมยศ เมื่อปีที่แล้วมาก่อน กระทั่งมีเสียงร่ำลือในสำนักงานตำรวจแห่งชาติในเวลานั้นเกี่ยวกับสัญญาลูกผู้ชาย โดยให้ พล.ต.อ.สมยศ นั่งเก้าอี้ ผบ.ตร.ก่อน เพราะอยู่ในตำแหน่งปีเดียวก็จะเกษียณ ปีนี้จึงถึงคิว พล.ต.อ.เอก ก่อนจะเกษียณในปีหน้า ซึ่งอาจได้แรงหนุนจาก พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนวัดนวลนรดิศ กับ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้เป็นน้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ และยังเป็นรุ่นน้องโรงเรียนแห่งนี้อีกด้วย และที่ผ่านมาได้รับความไว้วางใจในการกำกับดูแลการทำคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ และเป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ
ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.เอก ยังมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย นับว่าเป็นมือสอบสวนระดับต้นๆ ของประเทศที่ได้รับการยอมรับจากทั้งในแวดวงของนักกฎหมาย แต่มีข้อด้อย คือ ไม่ได้จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพราะเป็นนักเรียนนายร้อยอบรม จบปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 จบปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ผ่านมา มีนายตำรวจไม่มากนักที่มาจากนักเรียนนายร้อยอบรมแล้วถูกวางตัวขึ้นมาเป็นแม่ทัพสีกากี
คนต่อมามีอาวุโสอันดับที่ 2 นั่นก็คือ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 31 โดยในยุคที่ พล.ต.อ.สมยศ เป็น ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้เพื่อนรักคนนี้คุมงานด้านการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดในการขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามยาเสพติดควบคู่ไปกับเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่น 15 คือ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ที่ถือว่าเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญอยู่ในคณะรักษาความสงบแห่งชาติในเวลานี้ แต่อาจติดขัดในส่วนของภาพลักษณ์ของ พล.ต.อ.พงศพัศ ซึ่งถูกมองว่าเป็นคนใกล้ชิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเคยลงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แข่งกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ในนามของพรรคเพื่อไทย พอแพ้การเลือกตั้ง ก็ยังถูกแต่งตั้งกลับมาทำหน้าที่เลขาธิการ ป.ป.ส. ควบคู่กับตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะฝ่าด่านขึ้นเป็น ผบ.ตร.ในยุคที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
แคนดิเดตคนต่อมามีอาวุโสอันดับ 3 คือ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รอง ผบ.ตร. จะเกษียณปี 2560 ซึ่งเป็นน้องชายของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นักการเมืองชื่อติดหูของคนไทย ถือเป็นมือประสานทุกขั้วการเมืองอย่างแท้จริง การมีสัมพันธ์ที่ดีทางการเมืองของพี่ชาย ประกอบกับเคยผ่านงานซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ทั้งสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานปราบปรามยาเสพติด แถมยังมีผลงานรับผิดชอบดูแลด้านจราจร เจ้าของไอเดีย 5 จอม จนเป็นที่ที่ฮือฮาก่อนหน้านี้ อาจส่งผลดันให้ พล.ต.อ.วุฒิ เข้าป้าย ผบ.ตร. ได้เช่นเดียวกัน
ส่วนแคนดิเดตคนที่ 4 ที่มีลุ้น คือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 โดยจะเกษียณปี 2563 และเป็นที่พูดถึงในกลุ่มข้าราชการตำรวจ ว่ามีโอกาสที่จะก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ค่อนข้างสูง ได้รับการชงจาก พล.ต.อ.สมยศ ให้รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง คุมงานสำคัญอย่างงานสืบสวน มีลูกน้องหลายคนที่จัดว่าเป็นนักสืบมือพระกาฬของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีผลงานคุมคดีสำคัญอย่าง คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า คดีฆ่าพระหมอ เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด จ.อุดรธานี รวมถึงคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญอย่างคดีคาร์บอมบ์ที่เกาะสมุย และได้รับการขนานนามว่าเป็นมือประสาน 10 ทิศ เข้าได้กับฝ่ายการเมืองแทบทุกฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์ ที่สำคัญคือ มีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่ง พล.อ.ประวิตร มีบทบาทสำคัญในสำนักงานตำรวจแห่งชาติยุคนี้ จึงเรียกได้ว่าเป็นคนที่ได้เปรียบแคนดิเดตคนอื่นๆ แต่ติดอยู่ตรงที่มีอาวุโสน้อยสุดในแคนดิเดตทั้งหมด