
นายกฯกำชับให้ความเป็นธรรมคดีเสี่ยชูวงษ์
17 ก.ค. 2558
ผบ.ตร. รับ นายกฯ กำชับให้ความเป็นธรรมคดี เสี่ยชูวงษ์ มอบ ผบช.น. ตั้งทีมสอบสวนดูคดีเป็นกรณีพิเศษ
จากกรณีญาติของนายชูวงษ์ แซ่ตั้ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน และประธานกลุ่มวิทยาตลาดทุน กิจการเพื่อสังคม (วตท.) รุ่นที่ 20 เดินทางเข้าร้องทุกข์กับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง (ผบ.ตร.) เพื่อให้ช่วยตรวจสอบคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างมีเงื่อนงำ โดยเหตุเกิดภายในซอยเฉลิมพระเกียรติ 48-50 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นได้เข้าร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปรามให้ช่วยตรวจสอบการทำธุรกรรมการโอนหุ้น เอกสารต่างๆของผู้ตายหลังพบพิรุธก่อนตายมีการหุ้นไปให้กับบุคคลที่ 3 จำนวน 2 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท กระทั่งมีการเข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 ก.ค.58 ที่กองบินตำรวจ พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยเกี่ยวเรื่องดังกล่าวว่า เมื่อวานนี้(16 ก.ค.) ญาติของนายชูวงษ์ ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมที่ศูนย์ดำรงธรรม ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จากนั้นท่านนายกฯ ก็สั่งกำชับมาที่ตนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และต้องให้ความกระจ่าง ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่าให้มีความเคลือบแคลงสงสัย จากนั้นตนได้กำชับไปถึง พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล (ผบช.น.) ให้ตั้งทีมสอบสวนเพื่อทำคดีนี้เป็นกรณีพิเศษ โดย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รับปากว่า จะเป็นผู้ดูสำนวนด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันตนก็มีการกำชับไปถึง พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. เนื่องจากทางญาติได้เข้าไปร้องที่กองปราบปรามในประเด็นพิรุธการโอนหุ้น
“เท่าที่ทราบในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเป็นอุบัติเหตุ และยังไม่มีพยานหลักฐานใดบ่งชี้ว่าเป็นการฆาตกรรม โดยในตอนแรกญาติของผู้ตายก็ไม่ได้ติดใจการตาย คิดว่าเป็นอุบัติเหตุปกติ ก็มีการดำเนินการรับศพตามขั้นตอนแล้วนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี กระทั่งหลังจากงานศพก็พบพิรุธเกี่ยวกับเรื่องการโอนหุ้น ประกอบกับข้อสงสัยอื่นๆ จึงได้มีการร้องเรื่องคดีขึ้นมาใหม่ หากหลังจากนี้การพิสูจน์ทราบว่ามีพยานหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นการฆาตกรรมก็ต้องมีการรับแจ้งความเป็นคดีใหม่ ส่วนที่มีสื่อเสนอข่าวว่านายชูวงษ์เสียชีวิตก่อนเกิดเหตุนั้น ผมยังไม่ได้รับรายงาน และยังไม่มีข้อมูลเรื่องนี้จากกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ ผมก็ไม่รู้ว่าสื่อไปเอามาจากไหน” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และอดีต รมช.พาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้ถูกพาดพิงกับการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำนั้น ได้เดินทางเข้าพบกับตนเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (16 ก.ค.) ซึ่ง พ.ต.ท.บรรยิน มีเจตนามาพบกับตนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และพร้อมจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งกระบวนการสืบสวนสอบสวน กระบวนการพิสูจน์หลักฐาน หรือทางนิติวิทยาศาสตร์ โดย พ.ต.ท.บรรยิน บอกกับตนว่ามั่นใจในความบริสุทธิ์ อย่างให้ความกระจ่างปรากฏชัด อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไม่ต้องกังวลว่า พ.ต.ท.บรรยิน เป็นตำรวจ แล้วประชาชนอาจเกิดความสงสัย หรือไม่เชื่อใจการทำคดี หรืออาจคิดว่าตำรวจจะช่วยพรรคพวกกันเอง เพราะทุกอย่างว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม ว่ากันตามพยานหลักฐาน ผิดก็ว่าไปตามผิด
‘สมยศ’ ชี้คดีอ้างเป็นผู้การฯทำร้าย รปภ.ดั้งหัก ต้องว่ากันตามพยานหลักฐาน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 กรกฎาคม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีการแชร์คลิปวิดีโอกลุ่มชายฉกรรจ์ 5 คน รุมทำร้ายนายสุพิยัน มะลี รปภ.โรงแรมแรมแบรนดท์(Brandt) ซอยสุขุมวิท 20 จนดั้งหัก โดยมีเสียงสนทนาในคลิประบุว่า ชายคนหนึ่งอ้างตัวเป็นนายตำรวจระดับผู้การด้วย ว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ตนได้รับรายงานแล้ว ส่วนคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้บังคับการนั้นก็ต้องตรวจสอบ ซึ่งตอนนี้ผู้เสียหายก็เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อแล้ว ทุกอย่างว่ากันไปตามพยานหลักฐาน พยานแวดล้อม หากเป็นตำรวจจริง ทำผิดจริง ก็ว่าตามกฎหมาย ไม่มีละเว้น
“ยังไม่มีการพูดคุย หรือเรียกคุยกับนายตำรวจระดับผู้บังคับการที่ถูกกล่าวถึง เพราะยังต้องพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดก่อนว่าจริงเท็จประการใด ระหว่างนี้ก็ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการไปอย่างระเอียยดรอบคอบ โดยเฉพาะกล้องวงจรปิด พยานที่เห็นเหตุการณ์ พยานแวดล้อมทั้งหมด เพื่อให้เกิดความชัดเจน และไม่มีการละเว้น ถ้าผิดก็ว่ากันไปตามผิด ไม่มีปกป้อง” ผบ.ตร. กล่าว



