ข่าว

โอบามารค์เตรียมเชิญโอบามาเยือนประเทศไทยปลายปี

โอบามารค์เตรียมเชิญโอบามาเยือนประเทศไทยปลายปี

19 ก.ค. 2552

วันนี้ (19 ก.ค.) เวลา 09.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่ 27 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไท

ช่วงที่ 1

สวัสดีครับท่านผู้ชมนี่คือรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์”  สัปดาห์นี้ทางทีมงานของเชื่อมั่นประเทศไทยฯ  ทาบทามผม  สุทธิพงศ์  ทัดพิทักษ์กุล  ให้มาดำเนินรายการเป็นพิธีกรภาคสนาม  แต่ก่อนที่จะไปพบกับท่านนายกฯ อภิสิทธิ์สัปดาห์นี้  ขอเชิญทุกท่านไปชมบรรยากาศไทยเข้มแข็งที่จังหวัดบุรีรัมย์กับอีกหนึ่งพิธีกรที่มีชื่อว่า “สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ”  (เทปบันทึกภาพการลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์)

เพิ่มพันธบัตรไทยเข้มแข็งอีก 30,000 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรี   สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ  กลับมาพบกันเช่นเคยนะครับทุกเช้าวันอาทิตย์  สำหรับเรื่องของปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง  สัปดาห์ที่ผ่านมามีการเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง  เดี๋ยววันนี้จะมีการพูดคุยในช่วงที่ 2 ในเรื่องของโครงการไทยเข้มแข็งที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร  นั่นคือเรื่องของรถไฟฟ้า  ไม่ว่าจะเป็นรถลอยฟ้าหรือรถใต้ดิน  หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้ว  ผมเดินทางไปที่บุรีรัมย์  และได้มีการพบปะกับพี่น้องประชาชนในโครงการไทยเข้มแข็งหลายโครงการ  ซึ่งเกี่ยวข้องกับพี่น้องในชนบท  

แต่ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เกี่ยวข้องกับไทยเข้มแข็ง  ที่สำคัญที่สุดก็คือการระดมเงิน  รัฐบาลได้ดำเนินการในเรื่องของการออกพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง  ซึ่งปรากฏว่าพี่น้องประชาชนให้ความสนใจจำนวนมาก ต้องใช้คำว่าเกินคาด  เพราะว่าเดิมทีนั้นจะมีการออกพันธบัตรทั้งสิ้น 50,000 ล้าน  แต่ว่าเฉพาะในช่วงแรกซึ่งเราจะเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้มาซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ตัวนี้  ก็ปรากฏว่ามีความต้องการเกินกว่าที่เคยคาดหมายกันไว้  และในที่สุดคณะรัฐมนตรีก็อนุมัติให้มีการเพิ่มเติมในเรื่องของการออกพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งไปอีก 30,000 ล้าน รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 80,000 ล้าน  ซึ่งได้ดำเนินการไป  ทำให้ขณะนี้รัฐบาลมีความพร้อมในการที่จะเดินหน้า  ในการใช้จ่ายในโครงการไทยเข้มแข็งต่าง ๆ  พร้อม ๆ กันครับคณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติในเรื่องของระเบียบที่จะเป็นตัวกำกับการใช้จ่ายเงินตรงนี้   ซึ่งต้องขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนนะครับว่าระเบียบตัวนี้  รวมทั้งแนวทางกติกาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างนั้น  จะดำเนินการให้รัดกุม โปร่งใส  และที่สำคัญที่สุดจะมีการเข้มงวดกวดขันมาก  ไม่ให้มีการโยกย้ายโครงการจากการที่ได้มีการกลั่นกรอง  และผ่านการพิจารณามาแล้ว 

ผมขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าไทยเข้มแข็งนั้นเป็นการลงทุน  ซึ่งถือเป็นการยกเครื่องประเทศไทยครั้งใหญ่ ในเรื่องของการสร้างความพร้อมให้กับประเทศ  ทั้งในเรื่องของแหล่งน้ำ  ทั้งในเรื่องของถนนหนทาง  ระบบราง  โรงเรียน โรงพยาบาล  สถานีอนามัย  รวมไปถึงการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว  และการแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ  มีโครงการไทยเข้มแข็งทั่วประเทศ ทุกภูมิภาค ทุกจังหวัด และอยากจะขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันติดตาม  เพื่อให้การทำงานทางด้านนี้มีประสิทธิภาพ  และมีความโปร่งใสมากที่สุด  

ต่ออายุ 5 มาตรการออกไปจนถึงสิ้นปี 

สำหรับในเรื่องของเศรษฐกิจ  นอกจากเรื่องการเดินหน้าไทยเข้มแข็งแล้ว  ในสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในการต่ออายุ 5 มาตรการไปจนถึงสิ้นปี  5 มาตรการคือเรื่องของการที่ขณะนี้รัฐบาลได้สนับสนุนในการที่จะลดภาระค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน   ซึ่งประกอบไปด้วยเรื่องของการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม  เรื่องของการลดหย่อนค่าประปา ไฟฟ้า สำหรับผู้ที่ใช้น้ำ ใช้ไฟน้อย  และเรื่องของการบริการรถเมล์  และรถไฟฟรี  สำหรับพี่น้องผู้มีรายได้น้อยเช่นเดียวกัน  มาตรการนี้ความจริงแล้วจะต้องหมดอายุในปลายเดือนกรกฎาคมนี้  และสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นคณะรัฐมนตรีได้ตัดสินใจในการที่จะต่ออายุ 5 มาตรการนี้ออกไปจนกระทั่งถึงสิ้นปี 

รัฐบาลใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปเป็นตัวรับภาระภาษีน้ำมัน

สำหรับพี่น้องประชาชนซึ่งยังมีความห่วงใยในเรื่องของราคาน้ำมัน  ผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าที่จริงแล้วในการขึ้นภาษีน้ำมันนั้น  รัฐบาลได้ใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปเป็นตัวรับภาระในเรื่องของภาษีทั้งหมด  เพราะฉะนั้น จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการส่งต่อภาระภาษีไปยังพี่น้องประชาชนผู้ใช้น้ำมันแต่อย่างใด  เพียงแต่ว่าในช่วงประมาณเดือน 2 เดือนที่ผ่านมานั้น  ปรากฏว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว   แต่ว่าขณะนี้ก็มีข่าวดีว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกนั้น  อยู่ในภาวะซึ่งกำลังลดลงเช่นเดียวกัน  รัฐบาลได้มีการปรึกษาหารือในเรื่องนี้  แล้วจะดูแลว่าเราจะบริหารจัดการในเรื่องของราคาน้ำมันโดยจะไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน  ตามกำลังที่มีอยู่ทั้งในเรื่องของกองทุนน้ำมัน  และเรื่องอื่น ๆ กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด  และจะดูแลว่าถ้าราคาน้ำมันในตลาดโลกกลับมาเป็นขาขึ้นเมื่อไหร่  จะมีแนวทางในการที่จะบรรเทาผลกระทบหรือภาระที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน 

นอกเหนือจากเรื่องของไทยเข้มแข็ง  เรื่องของ 5 มาตรการแล้ว  อีกเรื่องหนึ่งซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งรัดอย่างยิ่ง คือแนวทางการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร  ที่เคยคุยไว้ก่อนหน้านี้ครับว่า  ก่อนหน้านี้เราใช้วิธีการในเรื่องของการจำนำ  โดยการเข้าไปแทรกแซงและไปรับจำนำ  ซึ่งในที่สุดก็กลายเป็นการรับซื้อ  เพราะว่ามีการตั้งราคาจำนำไว้ค่อนข้างสูง  ทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างที่ตามมา  แต่ว่าปัญหาใหญ่ที่สุดที่เราให้ความสนใจ  ให้ความสำคัญคือว่าเอาเข้าจริง ๆ  การดำเนินการตามแนวทางนี้  มีเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการไม่ถึงครึ่ง  บางโครงการนั้นเพียงแค่ 1 ใน 5 หรือ 1 ใน  4  เท่านั้นเอง  ซึ่งแนวทางของการที่จะแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตรต่อจากนี้ไป  เราจะปรับเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบที่จะให้ความช่วยเหลือเกษตรกรทุกราย  เพราะฉะนั้น ขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในกรณีของข้าวโพดกับมันสำปะหลังไปแล้ว  และในวันอังคารที่จะถึงนี้จะมีการดำเนินการในเรื่องของข้าวนาปี   ผมขอเรียนว่ารายละเอียดในเรื่องนี้คงจะไว้พูดคุยกันในสัปดาห์หน้า  แต่หลักการสำคัญจากนี้ไปคือว่าขั้นตอนประมาณเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป  คือการที่จะต้องมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรทั้งหมด  เพราะแนวทางของการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตามแนวทางนี้  คือการที่เราจะต้องมีการจดทะเบียนเพื่อมีข้อมูลว่าเกษตรกรแต่ละราย ในแต่ละฤดูกาลนั้น กำลังมีการเพาะปลูกพืชผลตัวใดในปริมาณเท่าไหร่  และจะทำให้การเข้าไปช่วยเหลือสนับสนุนในเรื่องของรายได้ของพี่น้องเกษตรกรเป็นไปอย่างทั่วถึงอย่างแท้จริง  

เพราะฉะนั้น  ขอยืนยันครับว่าในฤดูกาลปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นมันสำปะหลัง  ข้าวโพด  และข้าว นั้น  การปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาลในครั้งนี้จะทำให้เกษตรกรทุกรายได้ประโยชน์ตรงนี้  ที่สำคัญที่สุดในเรื่องของข้าว  ซึ่งจะคุยกันในรายละเอียดสัปดาห์หน้าคือว่า จะเป็นวิธีการที่จะแก้ไขปัญหาจากการที่โครงการรับจำนำได้ทำลายกลไกตลาดในเรื่องของข้าว  และทำให้หลายฝ่ายขณะนี้มองเห็นและมีความห่วงใยว่าข้าวไทยกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก  การปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งนี้ จะเป็นตัวสำคัญในการหยุดยั้งปัญหานี้  และแก้ไขปัญหานี้เพื่อที่จะให้ข้าวไทยสามารถที่จะแข่งขันในตลาดโลกได้ต่อไป  นั่นคือเรื่องของเศรษฐกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมา  ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีการรายงานความคืบหน้าในเรื่องของมาตรการต่าง ๆ  ต่อไป

เตรียมแจกคู่มือให้ความรู้เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่  2009 แก่ประชาชน

เรื่องที่ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมในวันนี้คงจะเป็นเรื่องของปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  ซึ่งที่จริงในช่วงกลางสัปดาห์  ผมได้มีโอกาสออกรายการพิเศษเพื่อชี้แจง  และอยากจะเรียนว่าขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ดี   ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดทำคู่มือมาตรฐานเกี่ยวข้องกับการให้ความรู้พี่น้องประชาชนเรียบร้อยแล้ว  เพราะว่าขณะนี้ต้องถือว่าความรู้ของผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ  ค่อนข้างที่จะตกผลึก  และมีความสอดคล้องกันมากยิ่งขึ้น  ก่อนหน้านี้ยังเป็นเรื่องยากลำบาก  เพราะว่าความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่เกี่ยวข้องยังมีความแตกต่างค่อนข้างมาก  แต่คู่มือมาตรฐานนี้ขณะนี้ก็สามารถที่จะไปรับได้ตามสถานที่ต่าง ๆ  ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข  และ สสส. จะได้มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องต่อไป  

แต่สิ่งที่สำคัญที่จะต้องบอกกับพี่น้องประชาชนคือว่า มาจนถึงวันนี้ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้เข้าไประบาดอยู่ในประเทศกว่า 130 ประเทศ  และองค์การอนามัยโลกได้ยอมรับว่าขณะนี้โรคนี้ถือว่าเป็นโรคประจำถิ่นของประเทศต่าง ๆ ไปเรียบร้อยแล้ว  ถึงขั้นที่ว่าขณะนี้องค์การอนามัยโลกก็หยุดในเรื่องของการรายงานจำนวนผู้ป่วย  จำนวนผู้เสียชีวิต  ที่เป็นตารางที่เคยจัดทำ  แทบจะเรียกว่าเกือบทุกวันหรือ 2-3 วัน  ขณะนี้เขาไม่ทำแล้ว  และเขาก็ไม่แนะนำว่าจะต้องมีการตรวจว่าแต่ละคนที่มีอาการเป็นหรือไม่เป็น  เพราะฉะนั้น แนวทางที่สำคัญที่สุดในวันนี้คือความรู้พื้นฐานคือว่า พี่น้องประชาชนทุกคนต้องตระหนักว่า ไม่มีใครมีภูมิคุ้มกันโรคนี้  เพราะฉะนั้น ทุกคนมีโอกาสหรือมีสิทธิที่จะติดเชื้อ  แต่ว่าเชื้อตัวนี้ในคนจำนวนมาก หรือแทบจะเรียกได้ว่าส่วนใหญ่  เมื่อติดแล้วจะมีอาการเล็กน้อย  สามารถที่จะดูแลรักษาตัวเองได้  ไม่ต้องแม้กระทั่งที่จะไปโรงพยาบาล 

แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับ ใครที่มีไข้สูง  โดยเฉพาะพอถึงวันที่ 2 แล้วไข้ยังไม่ลด  หรือใครที่มีโรคประจำตัว หรือใครที่อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง  เช่น  เด็ก ผู้สูงอายุ  สตรีมีครรภ์  คนที่เป็นโรคอ้วน  อันนี้เป็นเรื่องสำคัญครับว่าถ้ามีอาการต้องรีบไปรับการรักษาพยาบาล  แนวทางนี้คือแนวทางที่จะใช้ปฏิบัติทั่วโลก  คือว่าเป็นวิธีการที่จะคัดกรอง  ใครที่เจ็บป่วยสำคัญที่สุดเจ็บป่วยเล็กน้อย คืออยู่กับบ้าน  อย่าไปทำงาน  อย่าไปโรงเรียน  จะเป็นวิธีการสกัดกั้น ป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อตัวนี้   ส่วนคนที่มีอาการอย่างที่ได้เรียนแล้วคือมีไข้สูง และไม่ลดในวันที่  2 และมีโรคประจำตัวนั้น  ต้องรีบไปเพื่อรับยาที่เป็นยาที่มีไว้เฉพาะสำหรับไข้หวัดใหญ่ตัวนี้  แล้วจะทำให้สามารถที่จะดูแลรักษาพยาบาลได้   

ครม.อนุมัติเงิน 850 ล้านบาทซื้อวัคซีน

ผมเรียนว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติเงินอีก 850 ล้านบาท  250 ล้านเพื่อที่จะซื้อยาเพิ่มเติมตัวนี้ให้เรามีสต็อกที่เพียงพอ  ในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนของเรา  พร้อม ๆ กันไปขณะนี้ผมได้ขอให้ทางกระทรวงสาธารณสุขจัดระบบในเรื่องของการจ่ายยาและให้ยาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก  จะมีทีมเฉพาะกิจที่จะเข้าไปช่วยดูแล  ทำการรักษาพยาบาลอย่างดีที่สุด  ส่วนความร่วมมือที่จะขอจากบรรดาหน่วยงานต่าง ๆ ในกรณีของโรงเรียน  กรณีของสถานที่ทำงาน หรือการประกอบการ คือว่าเนื่องจากเราต้องการให้คนที่เจ็บป่วยเล็กน้อยอยู่กับบ้าน  ขณะนี้ต้องขอว่าคนที่ลาป่วยเป็นไข้หวัด  ไม่ควรที่จะเสียสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น  และในสถานที่ทำงานก็ดี  ในโรงเรียนก็ดี  ถ้าจะมีกระบวนการในการคัดกรอง  คือโรงเรียนเราจัดให้มีอยู่แล้ว  นั่นหมายถึงว่าก่อนเข้าโรงเรียนตอนเช้า  ถ้ามีเด็กคนไหนมีอาการเป็นไข้หวัด  จะต้องถูกส่งกลับบ้าน  ถ้ามีกระบวนการคัดกรองอย่างนี้  มีการดูแลรักษาความสะอาดก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยได้  

ผมอยากจะเรียนว่าในส่วนของการดูแลตัวเองในเรื่องของการหมั่นล้างมือก็ดี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใส่หน้ากากอนามัยเวลาเข้าไปในพื้นที่  ซึ่งมีความเสี่ยง เช่น โรงพยาบาล คลินิก หรือกรณีที่เข้าไปอยู่ในที่ซึ่งมีโอกาสในการที่จะติดเชื้อจากผู้อื่น เช่น  ขนส่งสาธารณะ  และพื้นที่อื่น ๆ นั้น  ขอให้ได้มีการดูแลตัวเองให้เป็นอย่างดี  ผมฟังรายงานล่าสุดเมื่อเช้าว่า ขณะนี้จำนวนคนที่เข้าไปที่สถานพยาบาลต่าง ๆ เริ่มมีแนวโน้มที่จะลดลงอยู่บ้าง  อาจจะเป็นสัญญาณที่ดีว่าเราจะสามารถบริหารจัดการเรื่องนี้ได้  ผมต้องย้ำนะครับว่าโรคนี้จะอยู่กับประเทศไทยไปอีกอย่างน้อย ๆ จนถึงปีหน้า  เพราะฉะนั้น จะต้องมีการบริหารจัดการด้วยความระมัดระวัง  เราไม่ประมาท  แต่ว่าเราต้องไม่สร้างความตื่นตระหนก  แล้วการติดตามสถานการณ์นี้แม้ว่าจะไม่มีการแถลงข่าวเป็นรายวันเหมือนเมื่อก่อนนี้  เพราะว่าขณะนี้ทุกประเทศจะใช้แนวทางในการรายงานเป็นรายสัปดาห์  ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ติดตาม  ผมเองโดยส่วนตัวติดตามทุกวัน  และถ้ามีความจำเป็นในการที่จะปรับมาตรการอะไร   ก็จะขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนต่อไป

ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่ภูเก็ต

สุดท้ายก่อนที่จะเข้าไปสู่ช่วงที่ 2 ของรายการคือ สัปดาห์ที่จะถึงความจริงก็เริ่มต้นแล้วที่ภูเก็ต ประเทศไทยกำลังเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง  คือการจัดการประชุมอาเซียนในระดับของรัฐมนตรี  ก็ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยเป็นเจ้าภาพที่ดี  และขณะนี้มาตรการต่าง ๆ ที่ภูเก็ต  จะมีความเข้มงวดกวดขันเป็นพิเศษในเรื่องของความปลอดภัย  ผมก็ขอความเข้าใจจากพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ตด้วย  อาจจะมีความไม่สะดวกในบางจุด  แต่ผมเรียนว่าถ้าเราสามารถจัดการประชุมในสัปดาห์นี้ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย  จะมีส่วนสำคัญอย่างมากในการเสริมความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย  และกับจังหวัดภูเก็ตเอง  ซึ่งจะเป็นผลดีในการฟื้นฟูเรื่องของการท่องเที่ยว  ซึ่งได้รับผลกระทบมาจากหลายปัจจัย  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการที่จัดการประชุมอาเซียนที่เดือนเมษายนมีปัญหา  

ปรับปรุงระบบการร้องเรียนไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปละเมิดสิทธิประชาชน 

ก่อนที่จะพักกันไปนะครับ  เรียนอีกเรื่องหนึ่งก็คือสำหรับปัญหาในสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น  ได้มีการต่ออายุพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก 3 เดือน  แต่เป็นการต่ออายุบนพื้นฐานของการที่มีการให้ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.) เข้าไปดำเนินการในการศึกษาวิจัย รับฟังความคิดเห็นของประชาชน  ซึ่งมีความคิดเห็นที่เห็นคล้องกับการที่จะให้มีการต่ออายุไปอีก 3 เดือน  แต่จะมีการปรับปรุงในเรื่องของระบบการร้องเรียน  กรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชน  เพราะเราไม่ต้องการให้มีการไปทำเช่นนั้น  และเป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะดูแลไม่ให้เป็นเช่นนั้น  และอยากจะเรียนครับว่าคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ตรงนั้น คือคดีที่มัสยิดนั้นขณะนี้ได้มีการออกหมายจับแล้ว  และบุคคลที่ถูกออกหมายจับคือบุคคลซึ่งสอดคล้องกับที่พี่น้องประชาชนในเหตุการณ์ที่เป็นพยานสามารถชี้ตัวได้  เพราะฉะนั้น เราก็เดินหน้าเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา  เพื่อที่จะให้เกิดความยุติธรรม  ซึ่งเป็นหัวใจในการที่จะนำความสงบกลับคืนมาสู่พื้นที่ 

ความจริงมีอีกหลายเรื่องครับ  แต่ว่าในช่วงต่อไปจะไปดูในเรื่องของโครงการขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร  และในช่วงท้ายกลับมาพบกับพิธีกรรับเชิญอีกท่านหนึ่ง  เพื่อพูดคุยในเรื่องของอาเซียนและเรื่องอื่น ๆ ต่อไปครับ

ช่วงที่ 2

ผู้ดำเนินรายการ (นายสุทธิพงษ์ ทัดพิทักษ์กุล) ช่วง Reality คุยกับท่านนายกฯ นะครับว่าแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนี้ส่วนไหนจะนำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องของขนส่งมวลชนให้กับชาวกรุงเทพฯ อย่างไร ตามผมมาเลยครับ รถไฟฟ้าใต้ดินนี้เขาอนุญาตให้คนที่มีจักรยานพับได้ โดยสารร่วมไปด้วยได้ครับ วันนี้ได้มีโอกาสมาพูดคุยกับนายกฯ ในเรื่องของปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนะครับ

นายกรัฐมนตรี เมื่อสัปดาห์ที่แล้วไปภาคชนบท วันนี้กลับมาภาคเมืองหน่อยนะครับ ภาคเมืองก็คือว่าเราพยายามที่จะทำเรื่องของขนส่งมวลชนต่อเนื่อง วันนี้ที่มาขณะนี้เรามีรถ เราชอบเรียกรถไฟฟ้า รถลอยฟ้ากับรถใต้ดิน อธิบายง่าย ๆ ก็คือว่ารถลอยฟ้าก็เป็นรถที่ให้ทาง กทม. เขาดำเนินการมา พูดไปแล้วก็เหมือนกับเป็นกากบาทนะครับ เป็นกากบาทอยู่ แล้วเราก็มีรถใต้ดิน ซึ่งความจริงอันนี้เขาเรียกสายสีน้ำเงิน ซึ่งควรจะเป็นวงกลมแต่ว่าเรามีอยู่แค่ครึ่งหนึ่งของครึ่งวงกลม ถึงหัวลำโพงแล้วก็หักมาเรื่อยมาถึงตรงที่เราอยู่ตรงนี้คือพระราม 9 เสร็จแล้วที่จะเราไปก็คือปลายทางที่บางซื่อ

ผู้ดำเนินรายการ ตรงนี้ไทยเข้มแข็งเข้ามามีส่วนเอื้ออำนวยให้รถไฟต่าง ๆ ได้ดีมีมาต่อถึงอย่างไรครับท่านนายกฯ

นายกรัฐมนตรี เราก็ต้องดูในแต่ละสายนะครับ ขณะนี้ต้องถือว่ามีผู้รับผิดชอบอยู่ กทม. มีอยู่ รฟม. และมีการรถไฟฯ ด้วย 3 ส่วน แล้วการรถไฟฯ ก็จะเห็นว่าปลายปีนี้จะเปิดในส่วนของ Airport Link จากสนามบินสุวรรณภูมิเข้ามาที่มักกะสันนะครับ และในส่วนของการรถไฟฯ เขาจะมีอยู่ 2 สาย ความจริงเรียกว่าสายสีแดงที่สำคัญ อันหนึ่งก็คือจากบางซื่อซึ่งเดี๋ยวเราจะไปนะครับ บางซื่อจะกลายเป็นศูนย์ใหญ่เลย บางซื่อจะมีไป 2 ทาง ทางหนึ่งก็คือที่จะเริ่มต้นก่อสร้างแล้วก็คือไปตลิ่งชัน แล้วอีกทางหนึ่งจะไปที่รังสิต จะเป็นสายที่มีความสำคัญเพราะว่าจะเชื่อมไปถึงทั้งในส่วนของฝั่งธนฯ ส่วนหนึ่ง แล้วก็ไปทางเหนือ ไปทางรังสิต ทีนี้อีกสายที่เริ่มก่อสร้างได้ต้นปีนี้คือสายที่ไปตลิ่งชัน

ผู้ดำเนินรายการ ต้นปีนี้

นายกรัฐมนตรี เริ่มแล้วครับ และจะต้องสนับสนุนตรงนี้อย่างต่อเนื่องไปให้เสร็จ แต่ว่าในส่วนของที่จะไปรังสิต ก็เช่นเดียวกันครับจะอยู่ในแผนเช่นเดียวกัน แล้วจะเริ่มต้นได้น่าจะเป็นปีหน้า ไปเสร็จปี 57

ผู้ดำเนินรายการ รถไฟมาพอดีเลยเดี๋ยวไปคุยต่อกันข้างในนะครับ ถ้าในสภาพแวดล้อมอย่างนี้พอจะถอดหน้ากากได้หรือยังครับท่านนายกฯ ครับ

นายกรัฐมนตรี ตอนนี้ผมยังไม่แน่ใจใครเป็นใครครับ คือจริง ๆ แล้วอย่างที่บอกนะครับถ้าเราอยู่ในที่ซึ่งสมมติว่าเดี๋ยวสมมติกล้องไปแล้วนะครับ อาจจะคนไม่ได้มีมาเบียดเสียดอะไรกัน ก็พอถอดได้นะครับ นี่ละครับสายที่ไปรังสิต ที่รัฐบาลเข้ามาก็คือว่าสามารถมาเริ่มพูดคุยกับทางญี่ปุ่น ตอนที่ผมเดินทางไปญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเขาก็เสนอเรื่องเงินกู้ตรงนี้ และบังเอิญว่าไทยเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นสายที่จะไปบางซื่อ-รังสิต นี้ ก็จะเริ่มได้ปีหน้า ไปเสร็จเอาปี 57

ผู้ดำเนินรายการ อันนี้สายอะไรครับท่านครับ

นายกรัฐมนตรี อันนี้สายสีแดงครับ สายสีแดงนี้คือการรถไฟ เมื่อสักครู่นี้เล่าเรื่องบางซื่อไปตลิ่งชัน ตอนนี้ก็กำลังพูดถึงบางซื่อไปรังสิต บางซื่อไปตลิ่งชันเสร็จปี 55 บางซื่อไปรังสิตเสร็จปี 57

ผู้ดำเนินรายการ อันนี้ของ รฟท. รถไฟไทย ที่เรากำลังนั่งอยู่นี่คือ รฟม.

นายกรัฐมนตรี เดี๋ยวทีนี้จะพูดต่อเรื่อง รฟม.

ผู้ดำเนินรายการ การถไฟฟ้ามหานคร

นายกรัฐมนตรี ถูกต้องครับ ตอนนี้พอถอดได้นะครับ

ผู้ดำเนินรายการ หลักการคือว่าถ้าอยู่ในที่ไม่แออัดแล้วห่างกันประมาณสักรัศมี 1 เมตร ไม่ต้องใส่หน้ากาก

นายกรัฐมนตรี แต่ว่ายกเว้นโรงพยาบาลนะครับ ควรจะใส่อยู่ตลอดเวลา รฟม. เป็นอย่างนี้ครับ ที่เมื่อสักครู่นี้คุยเรื่องกากบาทใช่ไหมครับ ปรากฏว่าครึ่งปีที่แล้วรัฐบาลก็มีมติว่าส่วนที่จะต่อของ กทม. ออกไปอีกทางเหนือก็คือจากหมอชิไปสะพานใหม่ ทางที่ต่อจากพระโขนงตอนนี้คือไปแบริ่งใช่ไหมครับ ก็จะต่อไปถึงสมุทรปราการ ตรงนี้รัฐบาลชุดที่แล้วมีมติว่าให้ รฟม. เป็นคนทำ แม้ว่าจะเป็นสายที่ต่อจาก กทม. แต่ว่าคำว่าทำในที่นี้หมายความว่าก่อสร้าง ทีนี้พอก่อสร้างเสร็จแล้วใจผมก็คือน่าจะกลับมาให้ทาง กทม. เขาบริหารเพื่อให้เป็นระบบเดียวกันนะครับ

ผู้ดำเนินรายการ คือคนสร้างเป็น รฟม. แต่คนบริหารน่าจะเป็น กทม.

นายกรัฐมนตรี ถูกต้องครับ อันนี้ขณะนี้รัฐบาลชุดนี้โดยกระทรวงการคลังก็ไปเจรจาในเรื่องของเงินกู้ที่จะมาทำ ก็น่าจะเรียบร้อย ปีหน้าเริ่มก่อสร้าง

ผู้ดำเนินรายการ เงินกู้ตรงนี้มาจากไทยเข้มแข็งหรือเปล่าครับ

นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ครับ ตรงนี้เป็นเงินกู้ในกรอบของเงินกู้ต่างประเทศปกติ

ผู้ดำเนินรายการ อันนี้คุยไว้สักระยะหนึ่งแล้ว

นายกรัฐมนตรี ครับ เป็นปี 53 เริ่มต้น เสร็จปี 57 เพราะฉะนั้นเห็นภาพนะครับเรายืดกากบาทแล้ว และก็มีของการรถไฟฯ เขามาทำไปทางเหนือแล้วก็ไปตลิ่งชัน ถัดมาเราก็มาดูสายที่เรานั่งนี้ สายสีน้ำเงินเราก็จะทำให้มันเป็นวงกลม วันนี้ครึ่งวงกลม เราก็ต้องต่อจากบางซื่อไปที่บางพลัด แล้วต่อจากหัวลำโพงไปที่บางแค อันนี้ก็จะมีในไทยเข้มแข็ง ทีนี้ที่ผ่านมาตรงนี้ค่อนข้างที่จะช้านิดหนึ่ง

ผู้ดำเนินรายการ เพราะอะไรครับ

นายกรัฐมนตรี เพราะว่าสายนี้เป็นสายใต้ดิน แล้วก็เข้าไปในพื้นที่ซึ่งละเอียดอ่อนหน่อย คือเกาะรัตนโกสินทร์ เพราะฉะนั้นช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาคือ เราไปสะสางเรื่องปัญหาของผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะว่าเขาก็กลัวกระทบกระเทือนสถานที่สำคัญ ๆ ต่างในเกาะรัตนโกสินทร์ แต่โดยสรุปก็คือปี 54 เริ่มต้นได้

ผู้ดำเนินรายการ ปี 54 นะครับ 2 ปีข้างหน้าเริ่มต้นได้

นายกรัฐมนตรี เสร็จปี 59 ทีนี้ รฟม. ไม่ได้มีเฉพาะสายสีน้ำเงินนะครับ สายสีม่วง เดี๋ยวเราไปที่บางซื่อเขาจะต่อไปที่บางใหญ่

ผู้ดำเนินรายการ อันนี้ใต้ดินหรือเปล่าครับท่าน

นายกรัฐมนตรี อันนี้เป็นลอยฟ้าครับ แล้วก็ระหว่างนี้ก็กำลังคัดเลือกผู้รับจ้างนะครับ ผู้ดำเนินการ แล้วก็จะดำเนินการปลายปีนี้ไปเสร็จเอาปี 57 ครับ อันนี้ก็จะได้เห็นภาพแล้วว่าเมืองไทยเข้มแข็งนี้กำลังลงมาเพื่อสนับสนุนโครงการเหล่านี้ จะเห็นว่าก่อสร้างปีนี้ปีหน้า ช้าสุดปี 54 แล้วก็เริ่มเสร็จตั้งแต่ปี 55 ไปถึง 57 จน 59 ก็ยังไม่หมด

ผู้ดำเนินรายการ มีสายสีไหนอีกครับ

นายกรัฐมนตรี ก็จะมีสายสีส้ม แถวบางกะปิซึ่งรถแน่นมาก ตรงนี้จะมาเชื่อมที่มีศูนย์วัฒนธรรม บางกะปิก็จะมีไปบางบำหรุ สายนี้สายสีส้ม

ผู้ดำเนินรายการ เริ่มเมื่อไรครับท่านนายกฯ

นายกรัฐมนตรี อันนี้จะอยู่ในแผนแม่บทนะครับ กำลังจะเสนอเข้า ครม. อีกครั้งหนึ่งเพื่อจัดลำดับนะครับ แล้วก็ยังมีบางซื่อไปราษฎร์บูรณะ...

ช่วงที่  3

ผู้ดำเนินรายการ  สวัสดีค่ะท่านผู้ชม  ดิฉัน  วีณารัตน์  เลาหภคกุล  วันนี้ได้รับเกียรติให้มาพูดคุยกับท่านนายกฯ อภิสิทธิ์  สวัสดีค่ะท่านนายกฯ ขอย้อนกลับไปช่วงแรกที่ท่านนายกฯ  ได้พูดว่าได้ทำอะไรมาบ้าง  เอาเรื่องไข้หวัดใหญ่ก่อน เพราะเป็นประเด็นใหญ่ที่ผ่านมาในรอบหลายสัปดาห์นี้  ท่านได้วางมาตรการ การเตรียมแผนรับมืออย่างไร  แต่ในแง่หนึ่งอย่างเช่น มติคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมามีการปิดโรงเรียนกวดวิชา แต่ดูอาจจะไม่ค่อยเด็ดขาดไหมคะ  เพราะว่าสถานที่อื่น หรือเป็นการจัดคอนเสิร์ต  งานบอลที่กำลังจะมีขึ้น  หรือว่าสถานที่อื่นที่เป็นสถานที่ที่คนไปกันเยอะ ๆ  ก็ไม่มีการปิด  เลยดูมาตรการไม่ค่อยเด็ดขาดไหมคะ

นายกรัฐมนตรี  มาตรการเราอย่าไปมองว่าเป็นขาวดำ  ทำไม่ทำ เปิด ปิด จริง ๆ แล้วมาตรการที่เหมาะสม  คือการดูความหนักเบาของสถานการณ์  หลักสากลเลยเวลามีโรคระบาด  มันไม่ใช่เป็นเรื่องที่สามารถที่จะไปบอกว่าหยุดทุกอย่างหรือให้ทำทุกอย่าง  และเขาต้องการให้ชีวิตประจำวันของคนทั่วไป สังคม และเศรษฐกิจสามารถเดินไป  โดยสามารถบริหารจัดการได้  จริง ๆ แล้วโรคในลักษณะนี้ซึ่งกลายเป็นโรคประจำถิ่นของเกือบทุกประเทศ  ก็จะมีการระบาด  และจะมีขึ้นสูงเร็ว  และจะค่อย ๆ ลด  หลักก็คือเราต้องพยายามชะลอการระบาด  และให้จุดที่แรงสุดลดระดับลงมา  เพราะฉะนั้น  เขาจะมีจุดของเขาว่าหนักเบา  ต้องติดตามสถานการณ์ไป   ไม่สามารถที่จะไปบอกว่าเด็ดขาดตรงนี้แล้ว  แปลว่าปัญหาจะหมดไป  มันไม่เป็นอย่างนั้น  

ทีนี้ทำไมเราเลือกอย่างโรงเรียนกวดวิชาหรืออะไร  คือเราดูจากตัวเลขที่เราเก็บในแง่ของคนที่ติดเชื้อ  และเราพบความเป็นจริงว่า เด็กนักเรียนและกลุ่มวัยรุ่น  คือกลุ่มที่ติดมากเรียกว่าประมาณร้อยละ 60-70 ทีนี้ในโรงเรียนเราพอควบคุมได้  เพราะเราก็ออกมาตรการไป   ผมก็ดูโรงเรียนลูกผมเป็นตัวอย่างว่า ตอนเช้าไปเขาจะตรวจ  ใครไม่สบายส่งกลับบ้าน  ตรงนี้ควบคุมได้  แต่โรงเรียนกวดวิชาควบคุมไม่ได้  ตอนนั้นเราก็สั่งปิด  แต่ว่าสมาคมของโรงเรียนเขาก็มาพบ  เขากำลังจะไปดูว่าถ้าเขาทำข้อเสนอมาว่า ต่อไปเขาจะมีระบบการคัดกรองอย่างไร  ถ้าเขาทำแล้วเป็นที่พอใจ  เราก็จะเปิด  นอกจากนั้น ก็มีปัญหาว่าปิดร้านเกมไหม  หรือว่าคนมาทำพิธีร่วมกันเป็นจำนวนมาก  คอนเสิร์ตหรืออะไรก็ตาม  เราก็บอกว่า หนึ่ง ทุกคนต้องรู้ว่ามีความเสี่ยงอย่างไร  และขอให้มีมาตรการคัดกรองที่เหมาะสม  แม้กระทั่งจุดที่เป็น  อย่างเช่น ศูนย์การค้า ศูนย์การประชุม  ผมไปงานที่เมืองทองธานี  ไบเทค  จะบอกเขาว่าเขาต้องมีเจลล้างมือไว้ให้คน  อะไรอย่างนี้เป็นต้น

ส่วนที่จะลักษณะที่ปิดและห้ามไปเลย  จะมีบางประเทศที่ทำเมื่อปัญหาการระบาดหรือการเสียชีวิตถึงระดับที่ตามมาตรฐานสากลเขาบอกว่าควรจะทำ  ขณะนี้ของเรา  ถ้าสถานการณ์ของเราเทียบเคียงตอนนี้จะใกล้เคียงกับอังกฤษ  อาจจะใกล้เคียงกับออสเตรเลีย  แคนาดา  ซึ่งผมเชื่อว่าคนฟังชื่อประเทศเหล่านี้ก็จะมองว่าประเทศเหล่านี้ก็ไม่หย่อนยานเหมือนกัน  แม้กระทั่งสหรัฐอเมริกาเอง   ฉะนั้น มาตรการตรงนี้ผมถึงอยากจะย้ำว่าเราจะปรับไปตามสถานการณ์  และเป็นเรื่องการบริหารจัดการของการแพร่ระบาด  ซึ่งเป็นหลักสากลที่ทำกัน  มันจะไปเปรียบเทียบกับไข้หวัดนกก็ไม่ได้  เพราะไข้หวัดนกคนไม่ได้ติดจากคน  เพราะฉะนั้น คงจำได้นะครับ  ในที่สุดเราต้องฆ่าสัตว์ปีกเกือบหมดเลย  แม้กระนั้นตอนนั้นเรารู้สึกจะตายสูงเป็นอันดับ 2 หรือ  3 ของโลกด้วยซ้ำ  หรือกรณีของซาร์ส  ซาร์สนี่ก็จะไม่เหมือนกัน  เพราะซาร์สลักษณะการแพร่เชื้อจะเป็นในช่วงที่มีอาการหนักแล้ว  ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในโรงพยาบาล  เพราะฉะนั้น จะควบคุมได้  อันนี้จะไม่ใช่  และเป็นโรคใหม่ซึ่งไม่มีใครมีภูมิคุ้มกัน 

ทีนี้ความเสี่ยงขณะนี้จะอยู่ที่ว่า มันเป็นโรคซึ่งค่อนข้างที่จะทำลายระบบการหายใจเร็วกว่าไข้หวัดใหญ่ธรรมดา  เราก็ต้องหาความพอดี  คือไม่ต้องการให้คนแห่กันไปที่สถานพยาบาล  เพราะคน 70-80 เปอร์เซ็นต์ไม่จำเป็น  แต่ว่าต้องดูว่ากรณีที่เกิดความรุนแรงขึ้นจะต้องเข้าไปทันท่วงที  เพราะฉะนั้น เกณฑ์ที่ใช้ขณะนี้คือว่า 2 วันไข้ไม่ลด หรือว่าโรคประจำตัวหรือกลุ่มเสี่ยง  ต้องไปรับการรักษาพยาบาล  ที่เหลือคืออยู่กับบ้าน  และก็รักษาดูแลตัวเอง  อันนี้จะเป็นแนวที่ค่อนข้างจะตกผลึกแล้วในทุกประเทศ

ผู้ดำเนินรายการ  พูดคล่องกว่าคุณหมออีกนะคะว่าจะต้องป้องกันอย่างไรบ้าง

นายกรัฐมนตรี  ผมติดตามเรื่องนี้ตลอด  บอกเลยนะครับว่าผมก็เป็นห่วงมาก  ทุกเช้าผมก็นั่งเปิดอินเตอร์เน็ตดูเฉพาะเรื่องไข้หวัด  ประมาณ 20 นาที

ผู้ดำเนินรายการ  ท่านนายกฯ พกเจลหรือหน้ากากบ้างไหมคะ

นายกรัฐมนตรี  ผมพกเจลล้างมืออยู่  เวลาที่จะไปตามที่ต่าง ๆ หน้ากากก็พกไว้  จะไปใช้ในกรณีซึ่งสมมติไปอยู่ในที่ที่อยู่ห่างจากคนไม่เกิน 1 เมตร ก็ควรจะใส่

ผู้ดำเนินรายการ  อีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้น  จริง ๆ เกิดขึ้นมานานแล้ว  แต่ว่าได้รับความสนใจครั้งหนึ่ง คดีลอบยิงคุณสนธิ  ลิ้มทองกุล  หนักใจไหมคะ  ด้านหนึ่งก็สีเขียว  ด้านหนึ่งก็สีเหลือง  เราก็อยู่ตรงกลาง

นายกรัฐมนตรี  คดีต้องไม่มีสีครับ  เพราะฉะนั้น ทุกคดีไม่มีสีสำหรับผมนะครับ ทีนี้กรณีคดีของคุณสนธิ  ผมไม่ค่อยหนักใจ  ด้วยเหตุผลที่ว่าตั้งแต่ตนพอคุณธานี (พล.ต.อ.ธานี  สมบูรณ์ทรัพย์  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) เข้ามารับผิดชอบ  ได้มีการพูดคุยกัน  และหลังจากนั้นมาคุณธานีก็จะพบปะกับผมอ