ข่าว

ตร.เพิ่มมาตรการเข้มดูแล“ฮิลลารี"ประชุมอาเซียน

ตร.เพิ่มมาตรการเข้มดูแล“ฮิลลารี"ประชุมอาเซียน

19 ก.ค. 2552

"กษิต"ยันไม่มีผลกระทบ4ปท.คู่เจรจาส่งตัวแทนร่วมถกอาเซียน ตร.เพิ่มมาตรการเข้มดูแล “ ฮิลลารี คลินตัน ” ป้องกันเหตุร้าย หลังก่อการร้ายระเบิดโรงแรมดังอิเหนา เอ็นจีโอจับตาจัดตั้ง“องค์การสิทธิมนุษยชนอาเซียน”

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางถึงสนามบินภูเก็ต เมื่อเวลา 08.35 น. วันที่ 19 ก.ค. เพื่อร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 42 ที่ จ.ภูเก็ต โดยกล่าวยืนยันว่า แม้รัฐมนตรีต่างประเทศ 4 ประเทศ ประกอบด้วย เกาหลีเหนือ แคนาดา มองโกเลีย และปาปัวนิวกีนี ไม่ได้เดินทางมาด้วยตัวเอง ก็ไม่มีผลกับการประชุม และการที่รัฐมนตรีไม่เดินทางมา ก็ไม่ใช่เพราะเกรงความปลอดภัยจากความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ เหตุวางระบิดในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ส่วนวาระงานที่รัฐมนตรีต่างประเทศมองโกเลียจะเข้าหารือทวิภาคีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีก็ไม่มีผลกระทบเช่นกัน 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า ล่าสุดไม่มีรัฐมนตรีต่างประเทศในกลุ่มอาเซียน และประเทศคู่เจรจาขอถอนตัวจากการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีและประเทศคู่เจรจาอีก หลังจากทั้ง 4 ประเทศได้มอบหมายให้ผู้แทนที่ต่ำกว่ารัฐมนตรีต่างประเทศเข้าร่วมเป็นคู่เจรจาแทน

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯอภิสิทธิ์ว่า ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีในการจัดการประชุมครั้งนี้ และช่วงนี้มีการออกมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเป็นพิเศษ จึงขอให้ชาวภูเก็ตเข้าใจในมาตรการที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตบ้างในบางจุด แต่มั่นใจว่า หากการประชุมสำเร็จลงด้วยดี จะเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศและจังหวัดภูเก็ต รวมถึงจะส่งผลดีต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศได้ หลังได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นที่เมืองพัทยา

ตร.เพิ่มมาตรการเข้มดูแล“ฮิลลารี"ประชุมอาเซียน

เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.อ.วิเชียร์ พจน์โพธิ์ศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ารับฟังบรรยายสรุปจาก สภ.เมือง จ.ภูเก็ต ถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน โดยเฉพาะมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยให้ นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากที่กลุ่มก่อการร้ายวางระเบิดโรงแรมในกรุงจากาต้า อินโดนีเซียเมื่อกลางสัปดาห์ก่อน โดยหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ และผู้ติดตามของนางฮิลลารี คลินตัน ได้มีการประสานพูดคุยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว โดยนางฮิลลารี คลินตัน ตอบรับว่าจะเดินทางมาเข้าร่วมประชุมกับประเทศไทยแล้ว เนื่องจากมั่นใจในมาตรการการรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานด้านความมั่นคง

  พล.ต.อ.พัชราวาท กล่าวว่า วันนี้จะมาดูความพร้อม และดูงานด้านการข่าว รวมถึงมาตรการสกัดผู้ชุมนุม นอกจากนี้จะมีการตรวจค้นรถยนต์ต่าง ๆ จะต้องทำอย่างเข้มเข้ม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้งานด้านการข่าวยังไม่มีกลุ่มใดเคลื่อนไหว แต่ก็ยังไม่ได้ไว้วางใจ และไม่ได้ประมาท ขณะเดียวกันการตรวจค้นผู้ที่จะเดินทางเข้ามายังภูเก็ต ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ

 เมื่อถามถึงมาตรการเข้มในการดูแลความปลอดภัยให้กับ นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา หลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่โรงแรมในอินโดนีเซีย พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า เราเพิ่มเติมความเข้มงวดมากขึ้น เฉพาะของทีมของ นางฮิลลารี ที่จะเดินทางมาประชุม โดยเฉพาะโรงแรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่คิดว่ามีความสำคัญ ทั้งนี้ นางฮิลลารี ยังจะเดินทางมาเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ตามปกติยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง

 “มาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับนางฮิลลารี ไม่ได้เพิ่มมาตรการอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่มั่นใจในมาตรการที่มีอยู่เข้มแข็งพอเพียง แต่ภาพรวมทหารดูแล และทำคู่กับทางตำรวจ แต่ในส่วนภาพรวมของในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จะเป็นแผนที่นี้ ส่วนรอบนอกภูเก็ตจะให้ตำรวจภูเก็ตเป็นผู้ดูแล อย่างไรก็ตาม การดูแลนางฮิลลารี เขาก็จะเอาคนของเขามาดูแลอยู่แล้ว   เพียงแต่ของเราเข้าไปเสริมร่วมกันเท่านั้น ” พล.ต.อ.พัชรวาท ระบุ  

 เมื่อถามว่า หน่วยข่าวมีการรายงานหรือไม่เกี่ยวกับกลุ่มเจไอ ที่เข้ามาแฝงตัวก่อเหตุในพื้นที่การประชุม พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ยังไม่มีข่าวเรื่องนี้   และกลุ่มที่เคยก่อเหตุในพื้นที่ต่าง ๆ ก็ไม่พบว่าจะเข้ามาเคลื่อนไหว

จับตาจัดตั้ง“องค์การสิทธิมนุษยชนอาเซียน”

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน คณะทำงานอาวุโส ( High Level Panel) ซึ่งมีหน้าที่ในการร่าง TOR ของการจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ( ASEAN human rights body) จะเข้าพบรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเพื่อยื่นร่าง TOR ดังกล่าว เพื่อขอรับรอง

 นายศีนาพัน สไมโดไร ผู้ประสานงานของคณะทำงานด้านคนงานพลัดถิ่นในอาเซียน กล่าวว่า ยินดีที่จะมีการจัดตั้งองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน และเห็นว่าได้มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาต่างๆในระดับภูมิภาค สิ่งสำคัญอย่างแท้จริงคือสิ่งที่จะทำให้อาเซียนแข็งแกร่งคือการมีองค์กรที่จะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนที่เข้มแข็ง และมิใช่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเพียงบางเรื่อง แต่ต้องเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างบูรณการ

 “ มาตรา 1.7  ในกฎบัตรอาเซียนระบุว่าวัตถุประสงค์ของอาเซียนคือ “ เพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตย ธรรมาภิบาลและการบังคับใช้กฎหมาย และเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานโดยคำนึงถึงสิทธิและความรับผิดชอบของประเทศสมาชิกอาเซียน ”

 ภาคประชาสังคมเรียกร้องให้มีการผสานการทำงานและร่วมมือกันมากขึ้นระหว่างกลไกด้านสิทธิมนุษยชนทั้งสามองค์กรที่กำลังมีการจัดตั้งขึ้นโดยอาเซียน ซึ่งประกอบด้วยองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ( ASEAN human rights body) คณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของสตรีและเด็ก และคณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองคนงานพลัดถิ่น   องค์กรทั้งสามนี้ควรได้บูรณการเข้าด้วยกันภายใต้กรอบทำงานและกระบวนการตัดสินใจเดียวกันเพื่อให้มีสถานะเดียวกันภายใต้กรอบของอาเซียน

 นางสาวมิซุน วู เจ้าหน้าที่จากเครือข่ายด้านสตรี กฎหมายและการพัฒนาในเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งมี 150 องค์กรในภูมิภาคเป็นสมาชิก กล่าวว่า ควรยอมรับกันว่าสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องที่ติดมากับตัว สิทธิด้านต่างๆนั้นเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน และแบ่งแยกจากกันไม่ได้ ฉะนั้นจึงควรถือว่าสิทธิด้านต่างๆมีความสำคัญเท่าๆกัน และไม่มีประเด็นสิทธิมนุษยนชนด้านใดเป็นเรื่องปลีกย่อย กลไกด้านสิทธิสำหรับสตรี เด็ก คนงานพลัดถิ่น คนพิการ ชนพื้นเมือง หรืออื่นๆ ไม่อาจแยกจากกรอบใหญ่ขององค์กรสิทธิมนุษยชน ”