ข่าว

ภารกิจสำรวจ‘ดาวพลูโต’เหตุใดจึงตื่นเต้น

ภารกิจสำรวจ‘ดาวพลูโต’เหตุใดจึงตื่นเต้น

16 ก.ค. 2558

ภารกิจสำรวจดาวพลูโต เหตุใดจึงตื่นเต้น

 
 
          องค์การบริหารการบินและอวกาศ (นาซา) แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศความสำเร็จในการส่งยานสำรวจ“นิว ฮอไรซอน” (New Horizon) เข้าใกล้ดาวพลูโต ดาวเคราะห์แคระที่อยู่ใกลที่สุดในระบบสุริยจักรวาล เมื่อวันอังคาร (14 ก.ค.) เป็นความสำเร็จของมนุษยชาติครั้งยิ่งใหญ่ ที่นอกจากจะเป็นบทพิสูจน์ความสามารถในการส่งยานอวกาศไปยังดินแดนอันไกลโพ้นได้อย่างแม่นยำแล้ว ยังเป็นการเปิดช่องทางการเรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ของระบบสุริยจักรวาล จากการศึกษาพื้นผิวดาวพลูโตที่ได้ชื่อว่า “ฟอสซิล แห่งสุริยจักรวาล” เพื่อการทำความเข้าใจถึงกำเนิดของโลกและดาวเคราะห์บริวารของดวงอาทิตย์ได้มากขึ้น
 
          เหตุผลสำคัญที่ทำให้การเดินทางของยานอวกาศนิว ฮอไรซอน เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและมีความสำคัญจนต้องจดบันทึกในประวัติศาสตร์นั้น เป็นเพราะ
 
          มนุษย์โลกไม่เคยเห็นดาวพลูโตมาก่อนเลย แม้ว่าดาวดวงนี้จะถูกค้นพบตั้งแต่ปี 2473 โดยนักดาราศาสตร์นามว่านายไคลด์ ทอมบอท์ แต่ตลอดเวลานับตั้งแต่นั้นมานักดาราศาสตร์ยังไม่รู้จักดาวดวงนี้สักเท่าใด เพราะดาวพลูโตนั้นอยู่ไกลเกินปัญญาของมนุษย์ที่จะทำความรู้จักกับดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ในระบบสุริยะจักรวาล (ก่อนที่จะถูกลดระดับสู่ดาวเคราะห์แคระในสุดขอบสุริยะจักรวาลในปี 2549) แม้แต่สีพื้นผิวของดาวที่เป็นปัจจัยบ่งชี้ถึงสภาพพื้นผิวส่วนประกอบของดาวดวงนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน
ก่อนหน้านี้ภาพที่ดีที่สุดที่นักดาราศาสตร์ใช้ศึกษาดาวพลูโตมาจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ ฮับเบิล ที่ถ่ายภาพดาวพลูโตที่มีพื้นผิวเป็นสีน้ำตาลเข้ม ขณะที่ภาพถ่ายความละเอียดสูงของดาวพลูโตจากยานนิว ฮอไรซอนแสดงให้เห็นว่าดาวพลูโตมีภูเขา ภูเขาไฟ ธารน้ำแข็งและมหาสมุทรที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ธารน้ำแข็งอีกด้วย


ภารกิจสำรวจ‘ดาวพลูโต’เหตุใดจึงตื่นเต้น
 
 
          พิสูจน์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
 
          การส่งยานนิว ฮอไรซอน ยังเป็นการพิสูจน์ความสามารถของมนุษยชาติในการสร้างเทคโนโลยีอวกาศที่มีความก้าวหน้า โดยบทพิสูจน์นั้นเห็นได้ชัดจากการที่ยาน นิว ฮอไรซอนสามารถเดินทางไกลจากโลกถึงดาวพลูโตเป็นระยะทางกว่า 30,000 ล้านไมล์ (ราว 48,000 ล้านกิโลเมตร) ในเวลา 9 ปี นับตั้งแต่การส่งยานขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2549
 
          ยานลำนี้ทีมีขนาดเล็กเท่าๆกับแกรนด์เปียโนขนาดย่อมต้องเดินทางในห้วงอวกาศเควิ้งคว้าง ไปตามเส้นทางที่กำหนดเพื่ออาศัยแรงส่งจากการโคจรรอบดาวพฤหัสบดี เพิ่มแรงดีดส่งยานไปยังดาวพลูโตและต่อไปยังอวกาศอันไกลโพ้นเพื่อการสำรวจอวกาศต่อไปอีกราว 20 ปี ในช่วงที่ยานยังมีเชื้อเพลิงเหลืออยู่ระหว่างทางนักวิทยาศาสตร์ต้องแก้ไขปัญหาซอฟท์แวร์ควบคุมการทำงานของยานนิว ฮอไรซอนที่เกิดขัดข้อง แม้จะอยู่ห่างไกลกันหลายพันล้านกิโลเมตร และคลื่นสัญญาณวิทยุที่ใช้ในการสื่อสาร ส่งผ่านข้อมูลจะกินเวลาถึง 4.5 ชั่วโมงกว่าจะเดินทางไปถึงนิว ฮอไรซอน เพื่อควบคุมทิิศทางให้ยานเฉียดเข้าใกล้ดาวพลูโตมากที่สุดในระยะ 7,750 ไมล์ (12,400 กิโลเมตร)เหนือพื้นผิว
 
          แต่ด้วยความที่ยาน นิว ฮอไรซอน มีความเร็วเดินทางถึง 30,800 ไมล์ต่อชั่วโมง (49,600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ทำให้ระยะเวลา่ในการเฉียดเข้าใกล้ดาวพลูโตที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง1,440 ไมล์ (2,370 กิโลเมตร) เป็นช่วงสั้นๆ แต่ในเวลานั้นยาน นิว ฮอไรซอนได้เก็บภาพและข้อมูลต่างของดาวฟอสซิลแห่งสุริยะจักรวาลไว้มากที่สุดและทะยอยส่งข้อมูลดังกล่าวกลับมายังโลกด้วยความเร็วเพียง 1 กิโลบิตต่อวินาที โดยนาซาต้องใช้จานรับข้อมูลขนาดใหญ่ความกว้างราว 200 ฟุต ในสหรัฐอเมริกา ออสตรเลียและเปรูในการรับภาพและข้อมูลอันทรงคุณค่าดังกล่าว โดยภาพขนาด 1024 พิกเซลจะใช้เวลารอนานถึง 42 นาที
 
 
 
 
 
ภารกิจสำรวจ‘ดาวพลูโต’เหตุใดจึงตื่นเต้น
 
          ขยายขอบเขตแห่งความเข้าใจกำเนิดจักรวาล
 
          นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าดาวพลูโตเป็นฟอสซิลแห่งสุริยะจักรวาล เพราะบนดาวดวงนี้มีธาตุดั้งเดิมที่เกิดจากการรวมตัวของฝุ่นผงในอวกาศในยุคเริ่มต้นของสุริยจักรวาลอยู่เต็มไปหมด เนื่องจากดาวดวงนี้ก่อตัวขึ้นมาในช่วงเดียวกับกำเนิดสุริยะจักรวาลเมื่อราว 4,568 ล้านปีที่แล้วและเคยโคจรอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่านี้ก่อนที่จะเคลื่อนตัวออกไปโคจรรอบดวงอาทิตย์ในวงที่กว้างขึ้นถึง 248 ปีของโลกมนุษย์ หรือ เท่าๆกับการเกิดประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อหลายพันล้านปีที่แล้ว
 
          การเดินทางไปยังดาวพลูโตครั้งนี้ ยังทำให้มนุษยชาติได้รับรู้ว่าสุริยะจักรวาลนี้กว้างใหญ่เพียงใด หากเปรียบโลกมีขนาดเท่าลูกบาสเก็ตบอล ดาวพลูโตจะมีขนาดราวลูกกอล์ฟที่ตั้งอยู่ห่างออกไปราว 50-80 ไมล์ (ขึ้นอยู่กับตำแหน่งในการโคจรของดาวทั้งสองดวง)
 
          เป็นครั้งแรกในชั่วอายุคนที่มนุษย์โลกได้เห็นดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งในสุริยะจักรวาล ต่อจากการระดมสำรวจดาวศุกร์ และ ดาวอังคาร ในช่วงทศวรรษ 2503 ดาวเสาร์ ดาวพฤหัสบดี และ ดาวพุธ ในช่วงทศวรรษ 2513 ก่อนที่จะมีการสำรวจดาวยูเรนัส และ เนปจูน ในช่วงทศวรรษ 2523 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวเกิดขึ้นในสงครมเย็นที่มีการแข่งขันในด้านกิจการอวกาศระหว่างสหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต แต่เมื่อสิ้นสุดสงครามเย็นทำให้การแข่งขันสำรวจอวกาศนั้นกลายเป็นเรื่องที่ยากจะคิดถึง
 
          นอกจากนั้นองค์กรด้านอวกาศในประเทศแนวหน้าในการสำรวจอวกาศในอดีตยังถูกปรับลดงบประมาณลงมาก ทำให้การสำรวจอวกาศกลายเป็นเรื่องยากมากขึ้น ซึ่งตามแผนงานขององค์การนาซาจะมีการส่งยาน OSIRIS-REx ขึ้นสู่อวกาศเพื่อเดินทางสำรวจดวงจันทร์ยูโรปา ของดาวเสาร์ ในปี 2559 และมีกำหนดเดินทางกลับมายังโลกพร้อมกับชิ้นส่วนตัวอย่างพื้นผิวดาวยูโรปาในปี 2566 แต่ในความเป็นจริงจากปัญหาหลายประการทำให้นาซาต้องเลื่อนโครงการนี้ออกไปเป็นการส่งยานอย่างเร็วที่สุดในปี 2568
 
          ความสำเร็จในการสำรวจดาวพลูโต ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จเดียวของยาน นิว ฮอไรซอน ที่ได้ชื่อด้วยว่าเป็นยานอวกาศที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างขึ้นมาเพราะยานนักสำรวจลำนี้ ยังจะส่งข้อมูลการสำรวจอวกาศเบื้องหลังดาวพลูโตออกไปอีกมาก เพื่อการตอบคำถามว่ากำเนิดโลกและจักรวาลนั้นเริ่มต้นขึ้นมาจากใด
 
ภารกิจสำรวจ‘ดาวพลูโต’เหตุใดจึงตื่นเต้น