ข่าว

‘สาวชาวใต้-หนุ่มอเมริกัน’รอวันสร้างครอบครัวอบอุ่น

‘สาวชาวใต้-หนุ่มอเมริกัน’รอวันสร้างครอบครัวอบอุ่น

16 ก.ค. 2558

สาวชาวใต้-หนุ่มอเมริกันรอวันสร้างครอบครัวอบอุ่น : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ เรื่อง กวินทรา ใจซื่อ เรียบเรียง... เสาวลักษ์ คงภัคพูน

 
          การเป็นเจ้าสาวหมาดๆ ของ “ริตา” ศิริตา ตริรัตนนิมิต ควินน์ อายุ 30 ปี สาวชาวใต้จาก อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ที่เพิ่งผ่านการจดทะเบียนสมรสกับหนุ่มใหญ่ชาวอเมริกัน “เรย์ แอนโทนี ควินน์” วัย 52 ปี เมื่อวันที่ 8 เมษายน และทั้งคู่รอวันที่จะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นร่วมกันที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
 
          ชีวิตที่ผ่านมาหลังจากศิริตา เรียนจบปริญญาตรี บริหารธุรกิจ คอมพิวเตอร์ ที่บ้านเกิด เธอเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเปิดร้านกาแฟและลงทุนสร้างรีสอร์ท แต่ต้องประสบปัญหาเรื่องเงินลงทุนและมรสุมในชีวิตคู่ไปพร้อมกัน ไม่นานนักเพื่อนแนะนำให้รู้จักกับ “เรย์ แอนโทนี ควินน์” ทั้งคู่เห็นหน้ากันครั้งแรกผ่านภาพถ่าย ด้วยความรู้สึกถูกชะตาในครั้งนั้นทำให้ศิริตาจดจำชายหนุ่มได้อย่างเต็มหัวใจ แต่ด้วยความไม่พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตคู่ เธอจึงไม่ต้องการเริ่มความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับใคร
 
 
         “ในครั้งนั้นเรียกว่าเจอมรสุมทั้งเรื่องธุรกิจและชีวิตคู่เพราะเปิดร้านกาแฟและลงทุนทำรีสอร์ทร่วมกับแฟนเก่าชาวเยอรมัน พอมีปัญหาด้านการเงิน แฟนเก่าเลยหนีไป ปล่อยให้เราต้องแบกรับภาระเพียงคนเดียว กว่าจะก้าวผ่านปัญหามาได้ต้องใช้เวลาพอสมควร ถึงแม้ช่วงนั้นจะมีคนเข้ามาสานสัมพันธ์แต่เราไม่พร้อม ไม่ต้องการให้ผู้ชายที่คิดจะมาใช้ชีวิตร่วมกันต้องลำบากไปด้วย จึงใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง แต่ก็มีการไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบของแอนโทนี ผ่านทางเพื่อนบ้าง” ศิริตา กล่าว
 
         
         จนเวลาผ่านไปนานกว่า 1 ปี เมื่อ ศิริตา ได้พักเรื่องหัวใจไปพร้อมกับการทำงานประจำและพร้อมที่จะมีใครสักคน โทนี เป็นคนแรกที่เธอคิดถึงแต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าระยะเวลา 1 ปี เขาอาจจะมีคนรักใหม่ไปแล้ว เพราะทั้งคู่ไม่ได้ส่งข่าวคราวถึงกันนานกว่า 2 เดือน จู่ๆ เพื่อนติดต่อมาพร้อมทั้งถามว่ายังสนใจที่จะรู้จักโทนีไหม
 
 
         “เมื่อเราพร้อมที่จะมีความรักครั้งใหม่ อยากมีชีวิตครอบครัวไม่ต่างจากหญิงสาวคนอื่นๆ จึงตอบตกลงว่าอยากทำความรู้จัก ผ่านไปสองวันคุณโทนีตอบกลับมาว่าต้องการรู้จักเช่นกัน เราทั้งคู่จึงพูดคุยผ่านทางเฟซบุ๊ก รับเป็นเพื่อนยังไม่ถึงนาที คุณโทนีตอบรับมาทันที จากนั้นเราทั้งคู่ได้เริ่มต้นคุยกันอย่างจริงจัง ตลอดเวลาที่คุยกันเขาเป็นผู้ชายที่สุภาพ นุ่มนวล ให้เกียรติเรามาก เราเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งประทับใจที่เขาก็รักลูกสาวของเราด้วย ไม่รังเกียจที่เรามีลูกติด การได้ทำความรู้จักกันทำให้ความสัมพันธ์ของเราสองคนแน่นแฟ้นขึ้น คุยกันประมาณครึ่งปีถึงได้เจอตัวจริง”
 
 
         กว่า 6 เดือนที่ได้พูดคุยกันผ่านทางสไกป์ รวมถึงการแสดงความรู้สึกห่วงใยอย่างสม่ำเสมอ ความน่ารัก อ่อนหวาน รอยยิ้มทำให้ โทนีประทับใจ มั่นใจว่ารักและต้องการใช้ชีวิตคู่ร่วมกับศิริตา ทำให้เขาตัดสินใจบอกรักและขอแต่งงาน
 
         “ผมเคยผ่านการแต่งงานกับคนไทยที่ไปโตที่อเมริกา มีลูกด้วยกันแล้ว แต่ด้วยความที่่เราทั้งคู่ยังเด็ก ทำให้ชีวิตคู่ไม่สมหวัง จากนั้นก็ลองคบหาแฟนเก่าที่เรียนมัธยมมาด้วยกัน แต่ก็ไปกันไม่ได้ เพราะฝ่ายหญิงไม่ยอมรับลูกติด ทำให้ตัดสินใจอยู่คนเดียว จริงๆ แล้วอยากมีใครสักคนมาคอยให้คำปรึกษา เดินไปด้วยกัน ไม่อยากตายคนเดียว อยากจะใช้ชีวิตคู่กับใครสักคนที่รักและเข้าใจเราจนนาทีสุดท้ายของชีวิต จนได้มาเจอศิริตา ความน่ารักและความห่วงใยของเธอที่เราสัมผัสได้ทำให้มั่นใจว่าเธอจะเป็นคู่ชีวิตที่พร้อมใช้ชีวิตคู่กับเราได้อย่างมีความสุข จึงตัดสินใจเดินทางมาพบศิริตาที่เมืองไทย” โทนี กล่าว
 
         วันที่เจอกันครั้งแรก ศิริตาไปรอรับโทนี ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ครั้งแรกเธอยืนแอบมอง จนเมื่อโทนีมาถึงเขาเดินเข้ามาสวมกอดพร้อมจูบที่หน้าผากเธออย่างนุ่มนวลและอบอุ่น การพูดคุยผ่านทางสไกป์กับการเจอกันครั้งแรกไม่ต่างกันนัก เพราะโทนียังคงสุภาพ คอยดูแลเอาใจใส่
 
 
         “วันที่สวมแหวนหมั้นคุณโทนีเรียกไปนั่งใกล้ๆ แล้วหยิบแหวนขึ้นมา ถามว่าพร้อมที่จะใช้ชีวิตคู่กับเขามั้ย ตอนนั้นรู้สึกตื้นตันมากๆ ค่ะ นิ่งไปพักนึงก่อนที่จะตอบตกลง ส่วนเรื่องการแต่งงานจะไม่เรียกร้องค่าสินสอด ไม่ต้องการสิ่งใด ไม่จัดงานแต่งงาน เพราะไม่อยากตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ขอแค่ใจที่รักกันมั่นคงก็พอ เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดแล้ว วันที่เราสองคนสวมแหวนแต่งงาน มีลูกสาววัย 6 ขวบของศิริตาเป็นพยานรัก”
 
 
         แม้หลังแต่งงานกันแล้ว ด้วยหน้าที่การงานของทั้งคู่จึงยังไม่ได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน แต่ความรักที่ทั้งคู่มีให้กันต่างช่วยเติมเต็มความคิดถึงเมื่ออยู่ห่างไกล ยิ่งหลังแต่งงานกันแล้วทั้งคู่กลับรับรู้ได้ถึงความรักความอบอุ่นที่ต่างมีให้กัน ทั้งคอยเป็นห่วง คอยแคร์ความรู้สึกกัน ช่วงที่รอวีซ่าเพื่อเตรียมไปอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าที่อเมริกา นอกจากทำงานประจำแล้ว เวลาทั้งหมดของศิริตาจึงหมดไปกับการเตรียมตัวเรียนภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง และเรียนวิชาชีพเพื่อหวังทำงานช่วยเหลือครอบครัว
 
         
         “อยากช่วยแบ่งเบาภาระของสามี เพราะสามีไม่ได้รวยเขาเป็นคนทำงาน อีกอย่างเราพาลูกสาวไปด้วย ทำให้รายจ่ายของบ้านเพิ่มขึ้นมาเป็น 2 เท่า แค่นี้สามีก็ทำงานหนักมากพอแล้ว ถ้าเราได้ทำงานอีกคนทุกอย่างก็จะดีขึ้น รายรับเพิ่มขึ้นและสามีจะได้มีเวลาให้ครอบครัวเพิ่มขึ้น ตอนนี้อยู่ห่างกันและเรายังไม่ได้อยู่กับแบบครอบครัว ทำให้เราสองคนคิดถึงกันมาก คุยกันไปสามีร้องไห้เพราะไม่ชอบให้เราต้องอยู่ไกลกัน จึงได้แต่บอกให้สามีเข้มแข็ง และให้รอว่าสักวันเราจะได้อยู่พร้อมหน้ากันอย่างแน่นอน” สิริตากล่าว
 
 

......................................
(หมายเหตุ สาวชาวใต้-หนุ่มอเมริกันรอวันสร้างครอบครัวอบอุ่น : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ เรื่อง กวินทรา ใจซื่อ  เรียบเรียง...  เสาวลักษ์ คงภัคพูน