ข่าว

คลังเดินหน้ารีดภาษีที่ดินคนรวยพบ10%ถือครองเกิน100ไร่

คลังเดินหน้ารีดภาษีที่ดินคนรวยพบ10%ถือครองเกิน100ไร่

19 ก.ค. 2552

คลังเร่งประชาพิจารณ์ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคาดสรุปได้สิงหาคมนี้ ก่อนเสนอเข้าสภาปลายปีนี้เพื่อให้บังคับใช้ทัน 1 มกราคม 2553 เล็งเก็บภาษีเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมหลังพบประชากร 10% ถือครองที่ดินมากกว่า 100 ไร่ แถมไม่ได้ใช้ประโยชน์ ยกเว้นคนจน เกษตรกร แต่ไม

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ....ว่า ขณะนี้ สศค.ได้จัดทำประชาพิจารณ์ไปตามจังหวัดต่างๆ ของทุกภาคเพื่อนำมาประกอบร่างกฎหมายและเสนอให้ รมว.คลังนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดือนสิงหาคม จากนั้นในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาในสภา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นไป

 ทั้งนี้ ปัจจุบันพบว่า ประชาชนทั่วประเทศกว่า 90% ถือครองที่ดินโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 1 ไร่ มีเพียง 10% ที่ถือครองที่ดินมากกว่า 100 ไร่ขึ้นไป ชี้ให้เห็นว่าการถือครองที่ดินในประเทศไทยยังลักลั่นอยู่ และรัฐบาลไม่มีกลไกใดๆ ที่จะแก้ปัญหา อีกทั้งในสัดส่วน 10% นี้ มีถึง 75% ที่ถือครองที่ดินโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ เป็นเพียงการซื้อที่ดินเปล่าทิ้งไว้ เพื่อเก็งกำไร ขณะที่ปัจจุบันรายได้ของ อปท.ที่จัดเก็บเองมีเพียง 10% ซึ่งน้อยมากหากเทียบกับประเทศอื่น ซึ่งการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างยึดหลักการว่าทุกคนจะเสียภาษีที่ดินเหมือนกันหมด แต่จะมีฐานภาษีต่างกันไปตามขนาดและมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นๆ โดยขณะนี้กรมธนารักษ์กำลังจัดทำราคาประเมินที่ดินใหม่ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงทุก 4 ปี ซึ่งประเทศไทยมีที่ดิน 30 ล้านแปลง ประเมินไปแล้ว 5 ล้านแปลง ยังเหลืออีก 25 ล้านแปลงที่ต้องเร่งประเมินให้เสร็จก่อนปี 2555 ส่วนกรมที่ดินต้องจัดทำแผนที่ดิจิทัลทั่วประเทศพร้อมทั้งราคาประเมินสิ่งปลูกสร้างรายแปลงทั่วประเทศ

 ขณะที่อัตราภาษีจะกำหนดเพดานไว้ คือ ในเชิงพาณิชย์อัตรา 0.5% ของมูลค่า โดยจะมีคณะกรรมการกลางพิจารณาว่าจะจัดเก็บเท่าใด และจะปรับทุกๆ 4 ปี ส่วนที่ดินทำการเกษตรกรรม อาจกำหนดเพดานน้อยกว่า 0.05% แต่ที่ดินรกร้างว่างเปล่า จะคิดแพงที่สุดและหากยังคงปล่อยที่รกร้างอีก 3 ปี จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว แต่จะไม่เกิน 2% ของมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ส่งผลให้ อปท.สามารถจัดเก็บภาษีเพิ่มเป็น 70-80% หรือจาก 2 หมื่นล้านบาท เป็น 4 หมื่นล้านบาทในช่วง 2 ปีแรก และหากเก็บเต็มเพดานจะได้กว่า 9 หมื่นล้านบาทเนื่องจากช่วง 2 ปีแรกจะให้เวลาปรับตัวทำให้เริ่มมีผลบังคับใช้จริงปี 2555 และใช้วิธีเก็บแบบขั้นบันได คือ ปีแรกจะเก็บ  50% ปีที่ 2 จัดเก็บเพิ่มเป็น 75% และปีที่ 3 จึงเก็บเต็ม 100%

 "คนจนจะไม่เก็บภาษี โดยจะกำหนดเกณฑ์ว่าจะต้องมีที่ดินถือครองเท่าใด แต่ขณะนี้ยังไม่สรุปตัวเลข แต่คนชราจะไม่ยกเว้นให้ เพราะอาจมีช่องโหว่ทางกฎหมายที่ลูกหลานจะอ้างชื่อมาใช้เพื่อเลี่ยงไม่จ่ายภาษี ขณะที่พื้นที่เกษตรกรรมจะคิดอีกอัตราหนึ่ง และหากมีมูลค่าไม่ถึงเกณฑ์ก็ได้รับการยกเว้นภาษี" นายสมชัยกล่าว