ข่าว

ไม่มีเรื่องสมมติ!'บิ๊กตู่'ยึดโรดแม็พ

ไม่มีเรื่องสมมติ!'บิ๊กตู่'ยึดโรดแม็พ

14 ก.ค. 2558

'ประยุทธ์' ย้ำ อยู่ตามโรดแม็พ ไม่มีเรื่องสมมติ ต้อง 'ล็อก' เพื่อให้สานงานปฏิรูปต่อ จี้ ครม.ลงพื้นที่เอง ไม่ใช่รอไปพร้อมกัน เร่งสอบ ขรก.พัวพันทุจริต

 
                      14 ก.ค. 58  เมื่อเวลา 14.00 น.  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ยืนยันว่า การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปตามโรดแม็พ ตนไม่สมมติอะไรทั้งสิ้น อย่าถามเรื่องอื่น ตนไม่สมมติ เพราะจะสมมติไม่ได้ ซึ่งการดำเนินการขณะนี้ต้องจับประเด็นปัญหาว่าอะไรที่ทำไปแล้ว โดยส่วนหนึ่งมีผลสัมฤทธิ์ แต่บางอันต้องทำต่อ ก็ว่ากันไป ทั้งนี้เราต้องจับให้เจอ และหาว่าวันนี้ประเทศชาติมีตรงไหนบ้างที่จะต้องเร่งทำภายในปีนี้ ปีหน้าถึงเดือนกันยายน ปีงบประมาณ 2559 ระหว่างนี้เป็นเรื่องของการเดินหน้าประเทศไทยไปสู่การเลือกตั้งก็ว่ากันไป แต่เราต้องทำงานตรงนี้ให้เกิดความชัดเจน ทั้งเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูประบบราชการ ที่จับต้องได้ จะทำอย่างไร ซึ่งวันนี้ได้คุยกันหมดแล้ว และหลายอย่างได้ทำไปแล้ว การดำเนินการปฏิรูปทั้ง 11 เรื่องต้องชัดเจนตามที่วางไว้ และต้องให้คนรู้ว่าเราทำทุกเรื่อง ซึ่งเป็นการบริหารราชการแผ่นดิน ตามพันธกิจของแต่ละกระทรวง ทั้งตามนโยบายวาระเร่งด่วน และวาระแห่งชาติ โดยจะส่งต่อการปฏิรูปทั้ง 11 เรื่องให้ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ดำเนินการส่งต่อไปยังรัฐบาลต่อไป ซึ่งรัฐบาลต่อไปจะทำต่อหรือไม่ ตนไม่รู้ ทั้งนี้คงต้องมีเครื่องมือที่ให้เขาต้องดำเนินการต่อไป โดยไม่ก้าวก่าย หรือทับทาบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลต่อไปด้วย
 
                      "ผมไม่อยากสร้างภาระ และทำให้เกิดความขัดแย้งกันไปอีก แต่สิ่งใดที่มีความจำเป็นที่ทำวันนี้แล้วเกิดประโยชน์ในปีนี้หรือปีหน้า ผมต้องเร่งดำเนินการ ไม่เช่นนั้นมันจะช้าเกินไป ถ้าจะรอรัฐบาลอาจจะทำไม่ได้ เพราะมีปัญหาเยอะในส่วนที่เป็นความขัดแย้ง"
 
 
 
จี้ ครม.ลงพื้นที่เอง ไม่ใช่รอแต่จะไปพร้อมกัน
 
 
                      พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม. ว่า พลเอกประยุทธ์ กล่าวในที่ประชุม ครม.ว่าขณะนี้มีการดำเนินการเรื่องการจัดทำข้อมูลสำรวจทัศนคติ เรื่อง การปฏิบัติงานของ คสช.และรัฐบาล มีการตรวจสอบวัดผลความพึงพอใจ ปัญหา ข้อขัดข้อง สิ่งที่ประชาชนต้องการและไม่ต้องการ โดยมีผลเชิงประจักษ์ครบถ้วน ที่มีการนำเรียนมาให้นายกรัฐมนตรีทราบแล้ว จึงขอให้นำข้อมูลดังกล่าวแจกจ่ายให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม เพื่อเป็นฐานข้อมูล และพร้อมกันนี้ นายกรัฐมมนตรียังสั่งการให้รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ลงพื้นที่โดยไม่ต้องรอเดินทางไปกับนายกฯ เพื่อนำฐานข้อมูลไปตรวจสอบแก้ไขปัญหาต่างๆ ต้องหาข้อยุติในทุกเรื่องให้ได้ และต้องตอบสนองในสิ่งที่ทำได้และเป็นประโยชน์
 
                      "อะไรที่เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนต้องชี้แจงทำความเข้าใจ อะไรที่เข้าใจแล้วก็ต้องขยายความให้ชัดเจน" พล.ต.สรรเสริญ กล่าวถึงข้อสั่งการของพลเอกประยุทธ์
  
 
 
เร่งสอบสวน ขรก.ที่มีชื่อพัวพันทุจริต
 
 
                      พลตรีสรรเสริญ แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ในที่ประชุม ครม. พลเอกประยุทธ์ ปรารภในที่ประชุมเกี่ยวกับนโยบายการปราบปรามทุจริตที่มีรายชื่อของข้าราชการทั้งสองรอบที่มีข้อมูลเบื้องต้นว่าอาจจะมีส่วนกี่ยวพันกับการทุจริต โดยนายกฯ แบ่งเป็นข้าราชการระดับซี 8 ขึ้้นไป ที่มีคำสั่งของ คสช.ตามอำนาจมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ที่มีการปรับย้ายให้มาทำงานในส่วนกลาง และให้หน่วยงานตรวจสอบ อาทิ ป.ป.ช. ป.ป.ท. สตง. ดำเนินการตรวจสอบ และข้าราชการระดับกลางถึงระดับล่างที่ไม่มีการโยกย้ายจากตำแหน่งเดิม เพราะคิดว่าคงไม่มีผลต่อการทำให้หลักฐานยุ่งเหยิง
 
                      "ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงกรณีข้าราชการระดับ 8 ขึ้นไป ที่ไม่ต้องการให้รีบสอบสวน ไม่ต้องการให้เกิดการรีบจนตกหล่นเรื่องสำคัญ แต่ขอให้ฝ่ายที่ตรวจสอบเข้าใจสถานการณ์ว่าชักช้ามากก็ไม่ได้ จะถูกครหาว่าใช้เวลานานเกินไป เพราะมีการเฝ้ามองจากสังคมอยู่ ส่วนข้าราชการระดับกลางถึงล่างปล่อยให้เป็นหน้าที่ของต้นสังกัดสอบสวนข้อเท็จจริงและรายงานขึ้นมา แต่ก็ยังพบว่ามีการรายงานเข้ามาน้อยอยู่ จึงขอเร่งรัดให้กระทรวงและหน่วยงานเร่งสอบสวนและเร่งรายงานขึ้นมาด้วย"
 
                      รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการแจ้งมาว่าบางหน่วยงานมีเจ้าหน้าที่ที่มีชื่อเกี่ยวข้องอยู่หลายคน อาจจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนไม่พอ จึงมีมติแก้ไขว่าให้แต่ละกระทรวงที่มีฐานข้อมูลที่เชื่อว่ามีการเกี่ยวพันกับทุจริตอยู่ในกระทรวงหรือหน่วยงานอยู่แล้วก็อาจจะใช้คณะกรรมการชุดเดียวกันในฐานข้อมูลเดียวกันได้เลย เพราะหน่วยงานเคยรวบรวมไว้แล้วแต่ไม่มีการดำเนินการหรือล่าช้า จึงขอให้ดำเนินการเร่งรัดตามขั้นตอน
 
 
 
รัฐบาลไม่มีนอกมีในกับใคร
 
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม ครม. ว่า เรื่องกฎหมายและข้อตกลงคุณธรรมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมีหลายเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยให้หารือกับทุกภาคส่วนเกี่ยวข้องที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดมาหารือกัน ไม่เช่นนั้นมันก็จะเกิดความขัดแย้ง สิ่งที่อยากจะขอความร่วมมือกับประชาชนคือว่าโครงการใดๆ ที่เป็นของรัฐบาลที่กำหนดไว้ในระยะนี้ ตนอยากจะให้เข้าใจว่า เป็นโครงการตนไม่มีนอกมีในอะไรกับใครเลย และคิดว่าคนอื่นก็ไม่มีหรอก เพียงแต่คิดว่าต้องทำให้ได้ เช่น ขยะ พลังงาน แต่จะทำอย่างไรต้องร่วมมือหาทางกันให้เจอ ขอร้องอย่างหนึ่งว่าถ้ามีปัญหาสัก 10 ปัญหา ถ้า 8 อย่างมันได้ก็ร่วมมือกันทำได้ไหมอีก 2 อย่างก็ร่วมกันแก้ไป ถ้า 10 อย่างแล้ว 2 อย่างไม่ตรงกันแล้วไม่ทำเลย วันหน้าก็ไม่เกิด และวันหน้าจะไปเรียกร้องกับใครไม่ตนจะบอกให้ วันนี้ต้องหาทางช่วยกันตรงนี้ให้ได้ต้องฝากสื่อช่วยกันสร้างความเข้าใจ
 
 
 
เผย ครม.อนุมัติมอเตอร์เวย์อีกสามเส้นทาง
 
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า มีการพิจารณาในเรื่องการปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลในหลายเรื่องด้วยกัน โดยมีเรื่องการลงทุนเป็นหลัก เกี่ยวกับเรื่องเส้นทางมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง เพื่อให้เกิดความเจริญอย่างทั่วถึง เพราะตอนนี้เรามีอยู่เพียง 2 เส้นทาง ซึ่งเราได้อนุมัติในหลักการและโครงการ เพื่อหางบประมาณในการดำเนินการ ทั้งนี้ต้องไม่มีผลกระทบในเรื่องงบประมาณแผ่นดินในอนาคตด้วย
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมที่พูดถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด ในการสรุปว่าเราจะเดินหน้าอย่างไรทำตรงไหนก่อน ตรงไหนหลัง ตรงไหนถ้างบประมาณเพียงพอทำได้ก็ดำเนินการ ส่วนตรงไหนมีปัญหาอยู่ก็ชะลอส่งต่อให้รัฐบาลหน้า สำหรับที่ไม่มีปัญหาเราก็จะทำ ซึ่งมีหลายเรื่อง เช่น การลงทุนรถไฟ รถไฟฟ้า ถนนเส้นทาง การบริหารจัดการน้ำ และการลงทุนเกี่ยวกับไฟฟ้า ประปา ซึ่งมีทั้งโครงการของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจ แต่สิ่งเหล่านี้คนไทยต้องมองในภาพรวมว่ามันจะเกิดขึ้นในระยะใกล้ ถ้าเราไม่ทำเรื่องเหล่านี้เลย ไม่มีการลงทุนเลย การที่เราจะมีรายได้เพิ่มก็เป็นไปได้ยาก จะไม่มีอะไรที่เข้ามาใหม่ได้เลย นอกจากนั้นเราก็ต้องมาทำในเรื่องเศรษฐกิจการส่งออกต่างๆ วันนี้ก็ทำทุกอย่างตั้งแต่หาตลาด ปรับปรุงคุณภาพ นวัตกรรม แบบใหม่ที่แข่งขันได้ ก็ต้องใช้เวลาในการที่จะทำให้มูลค่าการส่งออกสูงขึ้น เพราะมันเป็นการแก้ปัญหาหลายระบบทั้งโครงสร้าง ความเข้มแข็ง ภาคการเกษตร ที่เราต้องสร้างให้เขา และข้อสำคัญคือทำอย่างไรให้เกษตรกรรายได้น้อยสามารถอยู่ได้ นี่คือสิ่งที่กังวล
 
 
 
รับต้องลดการระบายน้ำจากเขื่อนให้น้อยที่สุดเพื่อใช้เป็นน้ำกินน้ำใช้
 
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ว่า ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ วันนี้รัฐบาลมีเจตนารมย์ คือ 1. ทำอย่างไรจึงจะลดความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด วันนี้กล่าวได้ว่ามันเป็นความเดือดร้อนของคนทั้งประเทศ มีผลกระทบ 3 อย่างด้วยกัน ทั้งเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งไม่ใช่เรื่องของชาวนาอย่างเดียว จะต้องพูดถึงเกษตรกรที่ปลูกผัก ผลไม้ต่างๆ ด้วย กรณีของข้าวก็จะเป็นตามช่วงฤดูกาลปลูกที่อาจเกิดความเสียหายส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก แต่ถ้าเป็นพืชไร่อื่นก็ต้องมาคำนวณว่าต้องใช้เวลากี่ปี จึงจะปลูกหรือเก็บเกี่ยวผลิตได้อีกครั้ง เรื่องเหล่านี้จะต้องดูทั้งหมด
 
                      "วันนี้ต้องขอร้องกันว่าน้ำเพื่อการเกษตรนั้นจะมีปัญหาแน่นอน ก็ต้องขอเตือนกันไว้ และการปล่อยน้ำในวันนี้ต้องลดลงหรืออาจจะจ่ายไม่ได้เลย เพราะไม่เช่นนั้นเราคงอยู่ไม่ถึงแน่ เดือนสิงหาคมประมาณกลางเดือนที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณฝนตกลงมา ซึ่งเป็นเพียงการประมาณการณ์ไว้ แต่ถ้าฝนไม่ตกก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง สถานการณ์จะยิ่งหนักขึ้นไปใหญ่ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจมีการขุดแหล่งเก็บน้ำไว้จำนวนมาก สื่อตามโซเชียลและอดีตนักการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ก็ต้องฟังด้วย และขอให้ดูว่าที่ทำมาแล้วมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง สมัยก่อนถ้ามีการขุดสถานที่เก็บน้ำไว้คงไม่มีปัญหาถึงวันนี้ที่ต้องมาเริ่มต้นใหม่ ตั้งแต่หาสถานที่กักเก็บน้ำ ที่ระบายน้ำและที่ส่งน้ำใหม่"
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าชาวนาต้องได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะการที่เราขาดแคลนน้ำส่งผลกระทบต่อการเกษตร เพราะเราต้องเก็บน้ำบางส่วนไว้เพื่ออุปโค บริโภค และไม่ใช่เพื่อคนกรุงเทพฯ อย่างเดียว เพราะทุกคนแม้แต่ชาวไร่ ชาวนา ก็ต้องมีน้ำดื่ม น้ำกิน จึงถือเป็นเรื่องสำคัญว่าทำอย่างไร จึงจะมีน้ำ โดยเฉพาะน้ำที่ต้องใช้ผลักดันน้ำเค็ม เพราะวันนี้มีน้ำเค็มทะลักเข้ามาลึกแล้ว ก็หวังว่าเราจะแก้ปัญหาได้ถูกวิธี คือการเตรียมสถานที่กักเก็บน้ำไว้กับการแก้ปัญหาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและการมาตรการช่วยเหลือทั้งเรื่องการสำรวจความเดือดร้อนของประชาชน และการหางานหาเงิน ซึ่งวันนี้มีหลายโครงการที่ได้อนุมัติไปแล้ว ประเด็นของตนคือการช่วยเหลือจะทั่วถึงหนือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับภาคเกษตรกรด้วย ต้องร่วมมือและไปแจ้งที่ศูนย์ดำรงธรรมก็ได้ เพราะถ้าอยู่บ้านเฉยๆ คงไม่มีใครรู้ เจ้าหน้าที่เดินสำรวจอย่างเดียวคงไม่ครบ ซึ่งรัฐบาลจะเร่งดำเนินการตรวจสอบให้ทั่วถึงอีกครั้ง และจะกำหนดเป็นมาตรการที่ชัดเจน ในการช่วยเหลือทั้งระยะสั้นและระยะยาว
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวคิดการตั้งกระทรวงน้ำในขณะนี้มีความเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่พูดถึงเรื่องนี้ เอาแค่ของเดิมที่มีอยู่ ตนเคยบอกแล้วว่าอย่าเพิ่งไปตั้งอะไร เอาแค่ของเดิมให้ทำงานให้ได้ เพราะตอนนี้มีการปรับเปลี่ยนสถานการณ์ตลอดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันเป็นร้อยปี อนาคตอาจจะเกิดกระทรวงนี้ขึ้นมา ก็เป็นเรื่องของอนาคต อย่างไรก็ตาม วันนี้เรามีหน่วยงานเดิมแต่ขาดการบูรณาการ ขาดคนสั่งงานในภาพรวมของทั้งหมด ส่วนใหญ่ต่างคนต่างทำงานของตัวเอง ยิ่งเป็นคนละพรรคด้วยก็ยิ่งไปกันใหญ่ แม้จะคุยบ้างก็คุยน้อยมาก แล้วถ้าจะมีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่แล้วของเก่าจะทำอย่างไร จะให้ยุบเลยหรือไม่
 
                      เมื่อถามถึงมาตรการลดการระบายน้ำจากเขื่อนเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การลดการระบายน้ำย่อมมีผลกระทบต่อภาคการเกษตร โดยเฉพาะชาวนา ซึ่งรัฐบาลก็ต้องดูแลและต้องมาดูว่าจะดูแลอย่างไร ทุกคนก็ต้องไปชี้แจงทำความเข้าใจว่าอย่าออกมากดดันหรือเรียกร้องอะไร เพราะไม่เช่นนั้นจะเดือดร้อนไปถึงน้ำกิน น้ำใช้และสิ่งสำคัญก็ต้องมาประเมินตอนนี้ ว่าฝนที่จะตกในกลางเดือนสิงหาคมนั้นจะล้าช้าไปหรือไม่ น้ำที่เรากักเก็บไว้ในขณะนี้ก็จะพยายามดันให้ถึงเวลานั้น ซึ่งเป็นน้ำสำหรับกินอย่างเดียว ยังไม่เกี่ยวกับน้ำเพื่อการเกษตรเลย ในส่วนภาคการเกษตรรัฐบาลก็ต้องหามาตรการในการดูแล และวิธีการช่วยเหลือ เพราะถ้าฝนเลื่อนออกไปการปลูกข้าวในฤดูกาลนี้ก็จะเสียหายอีก ซึ่งขณะนี้กำลังคิดถึงมาตรการในการช่วยเหลือในด้านตัวเงิน เพื่อให้เกษตรกรที่ไม่สามารถเพาะปลูกตามฤดูกาลได้มีรายได้ก็จะมีการจ้างงาน แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าทำอย่างไรไม่ให้กระทบกับการใช่จ่ายงบประมาณในภาคอื่นๆ ด้วย ดังนั้นวันนี้เราก็จะลดการระบายน้ำให้น้อยที่สุด เพราะถ้าไม่ลดการระบายลงจะส่งผลกระทบต่อน้ำอุปโภค บริโภค
 
                      เมื่อถามถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยเฉพาะที่จังหวัดปทุมธานี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีการดำเนินการแก้ไขแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะน้ำมาไม่ถึง มีการกักน้ำเพื่อทำการเกษตรก็ต้องขอร้องว่าอย่าเพิ่มทำการเกษตรกันเลย ถ้าเดือดร้อนรัฐบาลก็จะดูแลให้ การส่งทหารไปคุมในพื้นที่ก็มีการดำเนินการแล้ว ทหารเข้าไปจัดระเบียบ แต่จะไปบังคับกันก็คงไม่ได้ ซึ่งท้องถิ่นก็พยายามทำความเข้าใจ
 
                      เมื่อถามถึงมาตรการจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการไปแล้ว แต่ปัญหาคือมันไม่มีน้ำและน้ำมีเท่าที่อยู่ในเขื่อนและการขุดเจาะน้ำบาดาลเท่านั้น “ต่อให้ขุดบ่ออีกหมื่นบ่อ แต่ฝนไม่ตกมันก็ไม่มีน้ำ”
 
                      เมื่อถามว่า ในการแก้ปัญหาระยะยาว เรามีแผนที่จะหาแหล่งน้ำเพิ่มอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาไปศึกษาดูแล้ว และตนก็ชี้แจงไปแล้วว่า น้ำมันมี 2 ส่วนคือถ้ามีปริมาณฝนตกตามปกติก็จะไหลลงสู่แม่น้ำ แต่บางส่วนก็ไหลออกนอกประเทศบ้าง แต่ถ้าเป็นน้ำตามปกติก็มีการวางแผนว่าจะนำน้ำมาใช้อย่างไร โดยเฉพาะน้ำจากแม่น้ำสายหลัก แต่วันนี้อย่าลืมว่าน้ำในแม่น้ำต่างๆ ก็ลดลงทั้งหมด ทั้งเจ้าพระยา สาละวิน แม่น้ำโขงก็ต้องมาพึ่งแม่น้ำในแลประเทศเราอย่างเดียวก็กำลังศึกษากันอยู่ แต่ก็คงไม่ทัน ทำไมรัฐบาลที่ผ่านๆ มาจึงไม่ทำกัน วันนี้ตนจึงได้มีการศึกษาและเตรียมการไว้ในอนาคต ถ้าไม่ทำอีก 3 - 4 ปีข้างหน้าไปไม่ได้ จำเป็นต้องศึกษา วางท่อขุดอุโมงค์ ซึ่งคงไมีใช่แค่ 3 วันจะเสร็จ “ไม่ใช่ผมคิดไม่เป็น ผมคิดเป็นทั้งหมด ข้อมูลมีอยู่แล้ว มีการประเมินเพียงแต่มันยังทำไม่ได้ เพราะ 1. ไม่มีงบประมาณ 2. ไม่อยากจะทำ”
 
 
 
เห็นชอบห้ามขายเหล้าใกล้สถานศึกษาในระยะ 300 เมตร
 
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงความคืบหน้าการออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีห้ามขายเหล้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใกล้สถานศึกษาในระยะ 300 เมตร ว่า เรื่องดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบแล้ว ขณะนี้กำลังหามาตรการ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังหาวิธีการทำให้เป็นกฎหมายโดยเร็ว
 
 
 
แจงเบิกจ่ายงบล่าช้า เพราะโครงการยังไม่เสร็จ
 
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ถึงการเบิกจ่ายงบประมาณในขณะนี้ ว่า ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้าอยู่ แต่ว่าที่มันช้าเพราะว่าโครงการแต่ละโครงการนั้นยังไม่เสร็จ จึงยังเบิกจ่ายไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาของเรา ต้องไปดูในส่วนของบริษัทก่อสร้างอะไรต่างๆ ว่ามีปัญหาอย่างไร ขีดความสามารถถึงหรือไม่ เป็นต้น ส่วนข้าราชการตนก็เร่งรัดไปทุกส่วนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าการเบิกจ่ายต้องทำต่อเมื่อโครงการเสร็จสิ้นแล้ว ตามสัญญาว่ามีกี่ช่วง เมื่อช่วงใดเสร็จก็เบิกเงินช่วงนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเป็นไปตามบันทึกข้อตกลง (ทีโออาร์) ก็คือต้องเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เสร็จตามกำหนดต้องเสียค่าปรับตามปกติ
 
 
 
สั่งตรวจสอบห้ามมุสลิมคลุมฮิญาบ
 
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวต่อกรณี 1 มหาวิทยาลัย และ 2 โรงพยาบาล มีการห้ามมุสลิมคลุมฮิญาบอยู่ ทั้งที่ผ่านมานโยบายรัฐบาลไม่ได้ห้าม ว่าตนเห็นลงในหนังสือพิมพ์ เดี๋ยวจะให้กระทรวงสาธารณสุขไปตรวจสอบ “ปัญหาสามที่มันเหมือนกันหรอ เดี๋ยวตนจะให้เขาไปตรวจสอบทั้งสามที่” และให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ไปตรวจสอบ ว่ามีปัญหาอย่างไร ตนคิดว่าในทางปฏิบัติไม่น่าจะพลาด ไม่น่าจะไม่ทำ จะต้องไปดูว่าทำไมถึงไม่ทำ มีปัญหาอะไรรึเปล่า ฟังอย่างนี้ตนสบายใจ เดี๋ยวตนจะแก้ให้