ข่าว

'ค่ารักษาต้องไม่แพงเกินไป'

'ค่ารักษาต้องไม่แพงเกินไป'

15 ก.ค. 2558

เล่าสู่กันฟัง : 'ค่ารักษาต้องไม่แพงเกินไป' : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์

 
                      ผมมีเรื่องหัวอกคนป่วย...มาเล่าสู่กันฟัง คราวนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่เห็นว่าน่าจะเป็นข้อคิดที่เป็นประโยชน์ต่อผู้คนส่วนรวม ก็เลยขอนำมาแชร์ เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อเดือนที่แล้ว ผมไปเล่นกีฬาในเช้าวันเสาร์เหมือนปกติ แต่เล่นรุนแรงไปหน่อย ทำให้ข้อเท้าเจ้ากรรมเกิดพลิกขึ้นมา เป็นการพลิกที่รุนแรงเอาการ ที่สำคัญแทนที่จะเลิกเล่นกลับฝืนเล่นต่อไปอีกครึ่งวัน คราวนี้เลยเห็นผลชัดเจน คือพอเลิกเล่นปรากฏว่าข้อเท้าระบม เล่นเอาเดินกะเผลกๆ อยู่สามสี่วัน แต่ก็ยังไม่ได้ไปหาหมอเพราะคิดว่าไม่กี่วันอาการน่าจะดีขึ้นเอง
 
                      ผิดคาดครับ สี่วันก็แล้วห้าวันก็แล้วก็ไม่มีวี่แววว่าจะหายสักที เห็นท่าไม่ดีจึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เสียค่ายาครั้งแรกหมดไปพันกว่าบาท แต่หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปยาที่หมอให้มาก็หมด อาการไม่ดีขึ้น จึงลองไปหาหมออีกแห่งที่คลินิกกายภาพบำบัดใกล้ที่ทำงาน ซึ่งดูวิธีการรักษาของเขาก็ทันสมัยมาก มีการใช้เครื่องไม้เครื่องมือสมัยใหม่มารักษา จ่ายค่ารักษาไปอีกราวๆเจ็ดพันบาท ครั้งนี้อาการดีขึ้นมาหน่อยในตอนแรก แต่ปล่อยไว้สักสองสัปดาห์ก็พบว่าอาการยังไม่ดีขึ้นจริง จนต้องตัดสินใจไปหาหมออีกโรงพยาบาลหนึ่งเป็นโรงพยาบาลที่สาม  
 
                      คราวนี้มีการศึกษาวิเคราะห์เชิงลึกมากๆ เริ่มจากถามอาการ ตามด้วยเอกซเรย์ แล้วต่อด้วยการทำเอ็มอาร์ไอเพื่อให้เห็นอาการที่แท้จริง พบว่าเส้นเอ็นตรงข้างๆ เท้าฉีก หมอบอกว่าต้องรักษาอย่างจริงๆ จังๆ และต้องระมัดระวังเวลาเดิน ข้อสำคัญอย่าฝืนไปเล่นกีฬาอีกจนกว่าจะหายขาด มิเช่นนั้นอาจกลายเป็นเรื้อรัง หมดค่ารักษา ค่าใช้เครื่องไม้เครื่องมือสมัยใหม่ ค่ายา ค่าอุปกรณ์ ไปสามหมื่นกว่าบาท แต่ก็ได้ผลนะครับ สองสัปดาห์ผ่านไปสามารถเดินได้เกือบปกติ แต่ที่ผมคิดว่าไม่ปกติก็คือเบ็ดเสร็จข้อเท้าแพลงรอบนี้หมดเงินไปเกือบห้าหมื่นบาทหรือครึ่งแสน โอ....พระเจ้า
 
                      กลับมานั่งทบทวนดูว่าค่าใช้จ่ายคราวนี้ ถ้าผมกลับไปเล่าให้ญาติพี่น้องที่บ้านนอกฟังคงจะตกใจกันยกใหญ่ เพราะเงินจำนวนนี้เขาน่าจะรักษาเท้าแพลงกันทั้งหมู่บ้าน และคิดต่อไปว่าถ้าค่ารักษา ค่ายา แพงขนาดนี้ แล้วเวลาที่ผู้คนในชนบทเจ็บป่วย เขาจะเอาเงินที่ไหนมารักษา เดาได้ว่าก็คงปล่อยๆ มันไป ทนเจ็บ ทนปวดเอา หวังว่าสักวันมันคงจะหายเอง
 
                      ก่อนหน้านี้เคยได้เห็นข่าวคราวเรื่องค่ารักษาพยาบาลระหว่างโรงพยาบาลของรัฐกับโรงพยาบาลเอกชน ที่มีการเปรียบเทียบค่ารักษาโรคเดียวกัน แต่ราคาต่างกันหลายเท่า แต่แน่นอนละว่า การบริการที่ได้รับย่อมต่างกัน และผลจากการเจ็บป่วยคราวนี้ก็เลยเกิดความคิดว่า หากภาครัฐมีนโยบายการจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างความเท่าเทียมกันหรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียงกันในการรักษาพยาบาลให้คนในชาติก็คงจะดีไม่น้อย
 
                      เพราะเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญมาก คนไทยทุกคนจึงย่อมมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะได้รับการดูแลรักษาจากรัฐในยามที่เขาต้องเจ็บป่วย โดยเฉพาะในยามสูงวัยหลังจากที่เขาเสียภาษีให้รัฐมาตลอดในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา และด้วยมาตรการหรือวิธีการที่ไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะไม่อยากให้เงินที่เราๆ ท่านๆ อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาตลอดชีวิตต้องหมดไปกับค่ายา ค่าโรงพยาบาล จึงคงจะดีไม่น้อยถ้าหากรัฐมีสวัสดิการที่เรียกว่า “บริการสุขภาพเสมอภาค” เริ่มจากผู้สูงวัยก่อนก็ได้ โดยที่ไม่ว่าคนไข้คนนั้นจะอยู่ในส่วนไหนของประเทศจะได้รับการเยียวยาที่ดีพอสมควร และในราคาที่ไม่แพงเกินไปจนถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว
 
 
 
 
 
--------------------
 
(เล่าสู่กันฟัง : 'ค่ารักษาต้องไม่แพงเกินไป' : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์)