
ปทุมถนนเลียบคลองทรุดตัวอย่างต่อเนื่องทุกวัน
ปทุมถนนเลียบคลองทรุดตัวอย่างต่อเนื่องทุกวัน
วันที่ 14 ก.ค.58 เมื่อเวลา 08.00 น. นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธรณภัยจังหวัดปทุมธานีได้สรุปรายงานเหตุถนนทรุดและเสียหายอันเนื่องจากน้ำในคลองแห้งขอดจากภาวะภัยแล้งจังหวัดปทุมธานี พบว่า อ.หนองเสือ ถนนทรุด40แห่ง ซ่อมแล้ว 7 แห่ง รองบประมาณ 17 แห่ง อยู่ระหว่างดำเนินการ 16 แห่ง อ.คลองหลวง ถนนทรุด 42 แห่ง รองบประมาณ 23 แห่ง อยู่ระหว่างดำเนินการ 19 แห่ง อ.เมืองปทุมธานี ถนนทรุด 3 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ อ.ลาดหลุมแก้ว ถนนทรุด 3 แห่ง ซ่อมแล้ว 1 แห่ง รองบประมาณ 2 แห่ง อ.ธัญบุรี ถนนทรุด 3 แห่ง ซ่อมแล้ว 2 แห่ง รองบประมาณ 1 แห่ง อ.ลำลูกกา 1 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ รวมทั้งจังหวัดปทุมธานี พื้นถนนทรุดทั้งหมด 93 แห่ง ซ่อมแล้ว 10 แห่ง รองบประมาณ 43 แห่ง อยู่ระหว่างดำเนินการ 39 แห่ง
ในพื้นที่ อ.หนองเสือ และ อ.คลองหลวง พื้นถนนทรุดตัวมากที่สุด เนื่องจากเป็นถนนเลียบคลองระบายน้ำตั้งแต่คลอง 1 ถึงคลอง 14 ซึ่งถนนเลียบคลองระบายน้ำ หลายแห่งถนนทรุดตัวและมีรอยแตกร้าวเป็นจำนวนมาก ระดับน้ำในคลองแห้ง บางคลองแห้งสนิท เช่นคลอง10 บริเวณหน้าวัดนพรัตน์สามารถเดินผ่านคลองได้ และคลอง14 ที่แห้งสนิทนานแล้ว ทั้งนี้คลองระบายน้ำที่13 หรือคลองระพีพัฒน์ เป็นคลองน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาแก่สถานีสูบน้ำดิบธัญบุรี ตลอดเส้นทางมีเขื่อนขนาดใหญ่กั้นชายถนน ปัจจุบันเนื่องจากภาวะภัยแล้งน้ำในคลองลดระดับรวดเร็ว เขื่อนริมตลิ่งแตกพื้นถนนทรุดหลายแห่งแตกร้าว
จากการสำรวจพบถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ฝั่งตะวันออก มีรอยร้าวตั้งแต่ กม.1+500 เป็นระยะทาง50เมตร กม.12+700 พื้นถนนแตกร้าวและทรุดตัวเป็นระยะทาง 200 เมตร กม.13+100 พื้นถนนทรุดตัวเป็นระยะทาง100เมตร กม.13+200 บริเวณใกล้คอสะพานมีรอยแตกร้าวยาว 50 เมตร ส่วนฝั่งตะวันตก กม.4+850เริ่มมีรอยแตกร้าว กม.5+520 พื้นถนนทรุดยังไม่ลึกสามารถขับรถผ่านได้เป็นระยะทาง 30 เมตร กม.6+200 พื้นถนนทรุดเล็กน้อย กม.7+200 พื้นถนนทรุดเล็กน้อยเช่นกัน กม.13+900ทรุด 100 เมตร กม.14+200 ทรุด 100 เมตร ลึก1.4 เมตร กม.14+500 และ 15+500 พื้นถนนทรุด กม.19+300และกม.19+400 พื้นถนนทรุดลึกกว่า2เมตร
ด้านธัญญารัตน์ อินทรสิริ อายุ 30 ปี เจ้าของร้านค้าเลขที่26 หมู่2ต.นพรัตน์ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี กล่าวว่า พื้นถนนแห่งนี้มีรอยแตกร้าวนานแล้วและเมื่อ 2 วันก่อนพื้นถนนเริ่มทรุดไปแต่ไม่มาก จนกระทั่งเมื่อวานพื้นถนนค่อยๆ ทรุดตัวลง หากเรามองดูจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อเราละสายตาไปทำกิจกรรมอื่นแล้วกลับมาดู พบว่าพื้นได้เคลื่อนตัวไปจากเดิม อีก 1 เมตรก็จะถึงร้านขายของที่อยู่ริมถนนอยู่แล้ว ตนก็เฝ้าดูว่าจะถึงร้านของตนหรือไม่ เนื่องจากกลัวว่าพื้นถนนจะทรุดมาถึงร้าน แล้วทำให้ร้านของตนพังลงมาได้
ส่วน นายบรรจง อินศิริ อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 16 หมู่ 6 ต.ศาลาครุ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ตนเองเป็นห่วงเด็กที่มาจะเรียนหนังสือเนื่องจากพื้นถนนทรุดตัวหลายแห่ง ทำให้การเดินทางลำบาก อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดูและแก้ไขโดยเร็ว จากที่ตนเองได้สำรวจ พบว่า พื้นถนนที่ทรุดตัวเป็นถนนที่ลาดด้วยยางแอสฟัลต์ วัดจากที่พื้นถนนทรุด วัดความหน้าของยางแอสฟัตน์ได้เพียง 4 -5 เซนติเมตรเท่านั้น โดยเฉพาะกม.19+300 และกม.19+400 วัดความลึกได้ถึง 2.4เมตร เป็นที่น่าสงสัยของชาวบ้านในเรื่องของโครงสร้างถนนเลียบคลองแห่งนี้ สร้างได้มาตรฐานตามแบบที่ผู้รับเหมาสร้างมาหรือไม่ อย่างให้หน่วยงานต่างๆช่วยเข้ามาตรวจสอบอย่างจริงจัง
พิจิตร-เร่งเจาะบ่อบาดาลช่วยชาวนา
เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 7 กำแพงเพชร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งดำเนินการเจาะบ่อบาดาลในพื้นที่ ตำบลหอไกร อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร เพื่อแก้ปัญหาให้กับชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งจนหมด ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ระดับน้ำใต้ดินลดระดับลงจากปกติจนบ่อบาดาลปกติของชาวนาที่เคยสูบน้ำ ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาเลี้ยงต้นข้าวได้ ส่งผลให้ข้าวที่ปลูกไว้ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 7 กำแพงเพชร เร่งลงพื้นที่ดำเนินการเจาะบาดาลความลึก 30 เมตร ซึ่งลึกกว่าบ่อของชาวนาเพื่อสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาช่วยชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อนตามคำร้องขอ
สำหรับการดำเนินการเจาะบ่อบาดาลของเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีการระดมทั้งเครื่องมือหนักและเจ้าหน้าที่จำนวน 6 ชุด กระจายเจาะบ่อในพื้นที่ต่างๆทั่วทั้งจังหวัดพิจิตรที่ได้รับผลกระทบและมีการร้องขอความช่วยเหลือ เป้าหมายแรกจะเจาะบ่อบาดาลจำนวน 20 บ่อ โดยแต่ละบ่อจะใช้เวลา 3-5 วัน แล้วแต่ความ ยาก ง่าย ของพื้นที่ โดยบ่อแต่ละบ่อสามารถที่จะสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาเลี้ยงต้นข้าว 100-120 ไร่ ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งที่รุนแรงจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
อ่างทอง - อบต.ระดมรถน้ำช่วยเจาะบ่อบาดาลหลังชาวนาลงทุนเจาะเอง
หลังจากที่กรมชลประทานหยุดระบายน้ำเข้าคลองสาขาและคลองชลประทานในระบบ ทำให้ชาวนาในจังหวัดอ่างทอง ร้อยละ80 จากพื้นที่ปลูกข้าว 400,624 ไร่ ได้รับความเดือดร้อนจากการที่ต้นข้าวที่กำลังเพาะปลูกเริ่มขาดน้ำ เนื่องจากแหล่งน้ำที่มีเคยมีน้ำอยู่เริ่มแห้งลง ทำให้ชาวนาจังหวัดอ่างทองได้รับความเดือดร้อนจากการหาแหล่งน้ำมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังออกรวง บางรายอยู่ใกล้บ่อทรายได้อาศัยน้ำจากบ่อทรายมาช่วยชโลมพื้นนาข้าวให้รอดจากการยืนต้นตาย โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดอ่างทอง ต่างระดมความช่วยเหลือทุกวิธีทางให้ชาวนาอยู่รอดในฤดูกาลปลูกข้าวนี้
อย่างเช่นชาวนาในตำบลตลาดใหม่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เร่งจ้างรถขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลของเอกชน มาทำการเจาะน้ำบาดาลเพื่อนำน้ำมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังออกรวง แม้ว่าจะต้องลงทุนค่าขุดเจาะน้ำบาดาลเพิ่มขึ้นถึง20,000 - 30,000บาทต่อหนึ่งบ่อบาดาลก็ตาม
นางเฉลียว จูจวง อายุ60ปีชาวนาตำบลตลาดใหม่ กล่าวว่าปีนี้ตนทำนา18ไร่ เคยอาศัยน้ำจากคลองตลาดใหม่ แต่ปีนี้น้ำคลองตลาดใหม่แห้งสนิท ทำให้ตนและชาวนาในตำบลตลาดใหม่ ต่างต้องหาแหล่งน้ำมาช่วยหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังออกรวง ด้วยการจ้างรถขุดเจาะน้ำบาดาลมา แม้ว่าจะต้องลงทุนเพิ่มถึงบ่อละ20,000 - 30,000บาทก็ตาม เพราะอย่างไรก็ขาดทุนอยู่แล้วดีกว่าปล่อยให้ต้นข้าวยืนต้นตาย
ด้านนายธวัช ทองโอภาส นายก อบต.ตลาดใหม่ กล่าวว่าชาวนาในตำบลตลาดใหม่ได้เพาะปลูกข้าวไปแล้วกว่า2,000ไร่โดยตอนนี้ต้นข้าวของชาวนากำลังตั้งท้อง ถ้าไม่ได้น้ำในช่วงนี้จะทำให้ต้นข้าวที่กำลังตั้งท้องจะเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยเบื้องต้นทาง อบต.ตลาดใหม่ ได้จัดรถน้ำมาช่วยสนับสนุนชาวนาที่พอจะมีเงินลงทุนขุดเจาะน้ำบาดาล เพราะการขุดเจาะบ่อบาดาลต้องใช้น้ำไปนำล่องในการเจาะดินกว่าจะถึงแหล่งน้ำใต้ดินต้องใช้น้ำหลายพันลิตร ตนจึงนำรถน้ำของ อบต.ตลาดใหม่วิ่งส่งน้ำใช้ในการขุดเจาะบ่อบาดาล หลายสิบเที่ยวแล้วตั้งแต่เช้า



