
มท.1สั่งทำความเข้าใจปชช.งดสูบน้ำเข้าไร่นา
14 ก.ค. 2558
มท.1 สั่งฝ่ายปกครอง-ความมั่นคง ทำความเข้าใจปชช.ถึงสถานการณ์ภัยแล้ง หลังยังมีคนสูบน้ำเข้าไร่นา ขณะที่ กรมชลฯ เผยชง ครม. ลดระบายน้ำ 4 เขื่อน
14 ก.ค.58 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาภัยแล้ง ว่า ต้องให้ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคงช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ถึงสถานการณ์ภัยแล้งขณะนี้ ไม่เช่นนั้นก็จะยังคงมีการสูบน้ำเข้าไร่นา และเชื่อว่าขณะนี้ยังมีประชาชนสูบน้ำเข้าพื้นที่ของตัวเองอยู่ ซึ่งการจะไปทำความเข้าใจต้องมีความชัดเจนในระดับนโยบาย ว่า ต้องยอมรับเกี่ยวกับน้ำสำหรับการทำการเกษตร โดยจะต้องหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป
ส่วนจะสามารถผ่านสถานการณ์ภัยแล้งนี้ไปได้หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า จากการรายงานคาดว่าฝนจะมาในช่วงกลางเดือน ส.ค. แต่ก็อาจจะตกใต้เขื่อนทำให้น้ำต้นทุนในปีหน้าอาจจะน้อยลง ส่วนที่นักวิชาการออกมาพูดให้ข้อมูลจนอาจส่งผลให้ประชาชนเกิดความตกใจนั้น ต้องให้การยอมรับบ้านเรามีทั้งช่วงที่น้ำมากและน้ำน้อย การบริหารจัดการจังมีความจำเป็น
‘กรมชลฯ’ ชง ครม.ลดระบายน้ำ 4 เขื่อน ยืดเวลามีน้ำถึง 17 ส.ค.
14 ก.ค.58 เมื่อเวลา 09.15 น. นายทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 97.0 MHz ถึงสถานการณ์ภัยแล้งในขณะนี้ว่า ปัจจุบันการระบายน้ำใน 4 เขื่อนหลักระบายน้ำรวมกัน 28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และหากระบายอย่างนี้จะอยู่ได้ถึงวันที่ 3 สิงหาคมนี้ และเราจะต้องคำนึงถึงช่วงหน้าแล้งครั้งหน้าคือช่วง 1 พฤศจิกายน 2558 - 30 เมษายน 2559 ด้วย
นายทองเปลว กล่าวอีกว่า โดยประเมินกันว่าถ้าลักษณะนี้ ปริมาณฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ จะส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างนั้นแทบไม่มี ยกเว้นช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสิริกิติ์ประมาณ 20 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร และแนวโน้มในอนาคตฝนจะมาช่วงต้นเดือนสิงหาคม เป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงและแปรปรวนของสภาพอากาศค่อนข้างสูงจากที่ติดตามกันมา ถึงแม้จะมีการคาดหมายว่าฝนจะตกบริเวณชายขอบของประเทศ คือ บริเวณแถบตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตก แต่ไม่ตกในภาคกลาง ซึ่งการบริหารน้ำในปัจจุบันจะมีประสิทธิภาพที่สุดในช่วงฤดูฝน อย่างน้อยก็มีน้ำกินน้ำใช้อย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ฤดูแล้งถัดไปเราจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นจึงต้องหามาตรการหลายๆแนวทางเพื่อตัดสินใจว่าถ้าทำลักษณะนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้น ภาครัฐจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างไร มีมาตรการเข้าไปควบคุมอย่างไร ซึ่งปัญหาที่เกิดคือน้ำต้นทุนออกจากระบบจนหมด จนปลายน้ำไม่มีน้ำใช้ อย่างเช่นกรณีที่เกิดกับการประปาฯ สาขาธัญบุรี เป็นต้น
นายทองเปลว กล่าวอีกว่า จากการประชุมอนุกรรมการฯเสนอว่าต้องลดการระบายน้ำลงทั้ง 4 เขื่อนหลัก โดยจะเริ่มลดตั้งแต่สัปดาห์นี้ โดยลดทีละระดับ แต่จะเท่าไหร่เป็นทางเลือกที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) จะตัดสินใจ แต่การลดนั้นเป็นแนวทางที่ค่อนข้างจะชัดเจน โดยจะเริ่มลดการระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.เป็นต้นไป เขื่อนภูมิพล กับเขื่อนสิริกิติ์ จะทะยอยลดวันละ 1 ล้านลบ.ม. ทั้ง 2 เขื่อน โดยเขื่อนภูมิพลทุกวันนี้ระบายอยู่ที่ 8 ล้านลบ.ม. และจะลดจาก 8 ล้านลบ.ม. วันละ 1 ล้านลบ.ม. เป็นเวลา 3 วันจนเหลือระบายน้ำวันละประมาณ 5 ล้านลบ.ม. ต่อวัน ส่วนเขื่อนสิริกิติ์ปัจจุบันปล่อยน้ำอยู่วันละ 17 ล้านลบ.ม. ก็จะลดวันละ 1 ล้านลบ.ม. จนเหลือระบายน้ำ 11ล้านลบ.ม.ต่อวัน ส่วนเขื่อนแควน้อยปัจจุบันระบายที่ 1.7 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ส่วนเขื่อนป่าสักฯระบายที่ 1.3 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ซึ่ง 2 เขื่อนนี้จะคงสภาพนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนก.ค. และหลังจากนั้นจะลดการละบายเหลือเขื่อนละ 1ล้านลบ.ม.ต่อวัน เท่ากับว่าเขื่อนแควน้อยลดการระบายละ 7 แสนลบ.ม.ต่อวัน ส่วนป่าสักลดลง 3 แสนลบ.ม.ต่อวัน
“ซึ่งถ้าครม. ถ้าเห็นชอบตามแนวทางนี้ และตามตัวเลขเป้าหมายอย่างนี้ จะประคองน้ำไปได้ถึง 17 สิงหาคม ซึ่งช่วงนั้นฝนค่อนข้างที่จะมีแน่นอน แต่ถ้าไม่ทำอะไร ภายใน 3 สิงหาคมนี้น้ำหมด ถ้าหากหลังจากนี้ฝนไม่มาก็ถือว่าเป็นกรณีเลวร้ายของประเทศ ถือเป็นวิกฤต หากฝนไม่มาตามที่คาดไว้ก็จะมีการหารือกันต่อไปตามสเต็ปของปัญหา” นายทองเปลว กล่าว
‘อธิบดีปภ.’ ย้ำ ‘นายกฯ’ สั่งแก้ภัยแล้ง พื้นที่แล้งซ้ำซากต้องลด-ปชช.ไม่ขาดแคลนน้ำ
14 ก.ค.58 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาภัยแล้งว่า พื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องน้ำประปาส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ในส่วนของ จ.ปทุมธานี ได้รับการแก้ไขแล้ว โดยใช้น้ำดิบจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขณะนี้พื้นที่ที่ยังมีปัญหาอยู่เช่น อ.พระพุทธบาท ก็ต้องบริหารจัดการน้ำให้ยืนระยะให้ได้ วันนี้เราเน้นน้ำอุปโภคบริโภคเป็นหลัก โดยการหาแหล่งน้ำต้นทุน จุดไหนที่มีปัญหาก็ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนที่ใช้น้ำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เขตชลประทานที่เป็นประเด็นขึ้นมาเพราะมีการใช้น้ำร่วมกัน ระหว่างเกษตรกรและระบบอุปโภคบริโภค วันนี้ได้ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนเชื่อว่าปัญหาต่างๆจะคลี่คลายได้ดี
“น้ำประปาเรามีการบริหารจัดการ ตรงไหนน้ำน้อยก็มีการหาแหล่งน้ำสำรอง ทั้งในและนอกระบบชลประทาน ขอให้มั่นใจว่าระบบประปาจะทำให้ประชาชนได้ทั่วถึง ตรงไหนมีปัญหาจะได้รับการแก้ไขหาน้ำไปส่ง ประชาชนจะไม่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค วันนี้ทุกคนวันนี้ต้องช่วยกันประหยัดน้ำ และเราแก้ปัญหาภัยแล้งกันอย่างเป็นขั้นเป็นตอน นายกฯสั่งการตั้งแต่ปีที่แล้วว่า พื้นที่แล้งซ้ำซากต้องลดและค่อยๆหมดไป และประชาชนต้องไม่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค” นายฉัตรชัย กล่าว



