ข่าว

แองเจลิน่า...รสไทยในบรรยากาศฝรั่งเศส

แองเจลิน่า...รสไทยในบรรยากาศฝรั่งเศส

19 ก.ค. 2552

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1903 เป็นที่ทราบกันดีในหมู่หนุ่มสาวชาวแฟรงกี้ผู้ชื่นชอบการละเลียดเครื่องดื่มร้อนเย็นกับขนมปังรสเลิศ ว่าจะต้องไปจับจองพื้นที่ว่างภายในร้าน "แองเจลิน่า" ชิมฝีมือ "อองดวน รัมเพลเมเยอร์" นักทำขนมชาวออสซี่ ผ่านมากว่า 100 ปี

 จวบจนปัจจุบันใช่ว่าเฉพาะแต่ชาวปารีส แต่หมายถึงผู้คนจากทั่วโลกยังคงแวะเวียนเข้าไปดื่มด่ำกับรสชาติและบรรยากาศอันแสนคลาสสิกแห่งนี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน รวมถึง ยุวดี จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ก็เป็นผู้หนึ่งที่หลงใหลติดใจในรสชาติของ Mont Blanc จนถึงขั้นขอซื้อแฟรนไชส์กลับมาเพื่อให้คนไทยได้ลิ้มลอง

 ที่บริเวณชั้น 3 ของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาชิดลม "แองเจลิน่า" ถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวนวลเย็นตาอยู่ท่ามกลางสวนพฤกษา พร้อมกับประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราบ่งบอกถึงความประณีตอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้อย่างเหนียวแน่น ความอร่อยของขนมนมเนยก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ดึงดูดให้ลูกค้าแวะเวียนเข้ามาใช้บริการอย่างไม่ขาดสายเช่นกัน

 ประสพโชค ตระกูลแพทย์ เชฟใหญ่ประจำร้านเล่าว่า พูดถึงร้าน "แองเจลิน่า" คนทั่วไปอาจจะคิดว่าเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสหรูที่อยู่ตามโรงแรม แต่จริงๆ แล้วเป็นร้านที่คนทั่วๆ ไปเข้าถึงได้ มีอาหารทั้งคาวและหวาน แม้จะโดดเด่นด้านขนมนมเนยมาช้านาน โดยเฉพาะเซ็ตของ "ช็อกโกแลตร้อน-เย็น เสิร์ฟพร้อมขนมปังต่างๆ" อันเป็นสูตรลับเฉพาะของร้านเป็นพระเอกแล้ว แต่เพื่อเอาใจนักชิมชาวไทยรวมถึงนักชิมต่างชาติที่หลงใหลในรสชาติอาหารไทย ทางร้านจึงได้เพิ่มเมนูใหม่ๆ ขึ้นอีกหลายรายการ อาทิ สปาเกตตีปลากระพงผัดแอนโชวี่และพริกแห้ง ซึ่งจานนี้ได้ไอเดียมาจากผัดขี้เมาซึ่งมีพริกแห้งและพริกสดเป็นตัวชูรสเผ็ดจัดจ้านเล็กๆ แต่มีจุดเด่นหรือความต่างตรงที่ความสดความหวานของเนื้อปลากระพงแดงและมิติของแอนโชวี่และขนมปังกรอบอบเนยโรยหน้าเป็นเทคเจอร์เพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น
 ขณะที่อีกจานถัดมาก็ยังคงคอนเซ็ปต์เอาใจคนชอบอาหารรสจัดและคนที่ชอบอาหารจำพวกเส้นๆ โดยเฉพาะมื้อกลางวันที่เน้นความสะดวกด้วย "สปาเกตตีผัดต้มยำกุ้ง" ซึ่งก่อนจะนำลงกระทะผัดจนได้รสเข้มข้นนั้น ต้องนำเครื่องปรุงต้มยำทั้งหมดไปเคี่ยวให้แห้งจนกลายเป็นซอสเสียก่อน จึงค่อยนำมาผัดกับเครื่องปรุง แต่ต้องไม่ลืมเพิ่มกระเทียมเข้าไปด้วยเพื่อให้มีรสชาติของการผัด และที่สำคัญการปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะนาวควรปรุงก่อนยกลงจากเตาเพียงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้รสเปรี้ยวกลายเป็นรสขม ขณะเดียวกันก็ให้หั่นผักชีไทยและฝรั่งทั้งสองชนิดใส่พร้อมกันด้วย

 นอกจากอาหารจานเดียวแล้วเชฟหนุ่มยังเล่าว่า อาหารว่างรสชาติไทยๆ อย่าง "กุ้งทอดกะปิและไก่ทอดกะปิ" ก็ได้รับความนิยมจากลูกค้ามากอีกจานหนึ่งเช่นกัน สำหรับขั้นตอนการปรุงก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำเอากะปิเพียงเล็กน้อยห่อใบตองแล้วนำไปย่างไฟอ่อนๆ จากนั้นจึงนำมาคลุกเคล้ากับสมุนไพรไทยต่างๆ อาทิ ตะไคร้ ใบมะกรูด กระเทียม พริกไทย หากเป็นไก่ก็ใช้เวลาหมักนานหน่อยประมาณ 1 คืน แต่ถ้าเป็นกุ้งก็ใช้เวลาเพียงสั้นๆ ไม่นานเกินชั่วโมง จากนั้นก็ทอดด้วยไฟแรงในช่วงแรกแล้วค่อยๆ ลดไฟลงเพื่อให้กรอบนอกนุ่มใน

 ใช่ว่าร้านแองเจลิน่าจะมีอาหารรสชาติไทยๆ ให้บริการเท่านั้น แต่ยังมี "โคร้กมองซิเออร์ไข่ทอดเสิร์ฟ" ที่จัดได้ว่าเป็น คลาสสิกเฟรนช์ฟู้ดส์ ซึ่งประกอบด้วย เบซาแมลซอส หรือซอสขาว (ซอสสุดคลาสสิกของอาหารฝรั่งเศสเขาล่ะ) ราดแทรกกลางอยู่ระหว่างชั้นของชีส แฮม ประกบด้วยขนมปังกรุบกรอบเสิร์ฟใส่จานพร้อมสลัดผักสดรสเปรี้ยว รับประทานคู่กันแก้เลี่ยนให้ชะงัดนักล่ะ

 และที่ขาดไม่ได้หลังจากลิ้มรสอาหารคาวทั้งไทย-เทศแล้ว ก็ต้องไม่ลืมล้างปากด้วยของหวานที่ไม่หวานจัดอย่าง "กล้วยทอดราดคาราเมล" ซึ่งประกอบด้วยขนมปังฝรั่งเศสชุบไข่ คัสตาร์ด และเครื่องเทศ ก่อนจะนำไปทอดให้เกรียมนอกกรอบนุ่มใน วางทับด้วยกล้วยหอมผัดจนเริ่มเกรียมแล้วราดด้วยคาราเมลเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา เป็นอันว่าจบคอร์สความอร่อย

 สัมผัสวัฒนธรรมแห่งรสอย่างผู้มีศิปละในการดื่มกินได้ที่ "แองเจลิน่า" วิหารแห่งความอร่อย ซึ่งเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 10.00-22.00 น. และสำหรับผู้ชื่นชอบขนมนมเนย วันนี้เชิญพบกับ ไฮ ที บุปเฟ่ต์ แอท แองเจลิน่า (High Tea Buffet at Angelina) ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ในราคาพิเศษเพียง 295 บาท ตั้งแต่เวลา 14.30-17.30 น.