ข่าว

ติดดาบก.ม.ใหม่ป.ป.ช.ฟันทุจริตจนท.ต่างประเทศ

ติดดาบก.ม.ใหม่ป.ป.ช.ฟันทุจริตจนท.ต่างประเทศ

14 ก.ค. 2558

ติดดาบก.ม.ใหม่ป.ป.ช. ฟันทุจริตจนท.ต่างประเทศ : โอภาส บุญล้อมรายงาน

               มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 10 กรกฎาคม 2558 สำหรับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 3)  พ.ศ. 2558 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ป.ป.ช.) เดิม

               สาระสำคัญของ พ.ร.บ. ป.ป.ช. ฉบับใหม่นี้ อยู่ที่การกำหนดความผิดเกี่ยวกับการให้สินบนหรือรับสินบนที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศและเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ 

               ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้ให้คำนิยาม ของคำว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ” หมายความว่า ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งด้านนิติบัญญัติ บริหารปกครอง หรือตุลาการ ของรัฐต่างประเทศ และบุคคลใดๆ ซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับหน้าที่ราชการให้แก่รัฐต่างประเทศ

               ส่วน “เจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ”  หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากองค์การระหว่างประเทศให้ปฏิบัติงานในนามขององค์การระหว่างประเทศนั้น

               เนื้อหาสำคัญอยู่ที่มาตรา 123/2 ที่เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐของไทย เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ  หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ ที่เรียกรับสินบนขณะอยู่ในตำแหน่ง โดยได้กระทำผิดในประเทศไทยหรือการกระทำความผิดนั้น ส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย 

               มาตรา 123/2 บัญญัติว่า ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ตามที่ระบุข้างต้น เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 1-4 แสนบาท หรือประหารชีวิต

               ส่วน มาตรา 123/3 เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ที่เรียกรับสินบนไว้ก่อนเข้ารับตำแหน่ง ต้องระวางโทษในอัตราเดียวกัน

               ส่วนกรณีที่ องค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอ หวั่นเกรงว่า พ.ร.บ. ป.ป.ช. ฉบับใหม่นี้ จะออกมาเพื่อเล่นงานพวกเขา เพราะอาจเข้าข่ายการเป็นเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศนั้น

               จากการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ที่ยกร่าง พ.ร.บ. ป.ป.ช. ฉบับใหม่นี้ ได้รับคำตอบว่า “ไม่กล้าฟันธงว่า เอ็นจีโอ อยู่ในข่ายตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. ฉบับใหม่ นี้ด้วยหรือไม่ เพราะยังไม่มีคดีตัวอย่างขึ้นมา ซึ่งก็ต้องรอดูการตีความคำว่า "เจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ" ต่อไป ว่ามีความหมายแค่ไหน" 

               อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับประมวลกฎหมายอาญาที่ใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2500 ก็มีการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เรียกรับสินบนอยู่แล้ว แต่เป็นการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของไทยเท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่รัฐของต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ 

               ดังนั้น ถ้าเจ้าหน้าที่ต่างประเทศรับสินบนในประเทศไทย เมื่อก่อนเอาผิดไม่ได้ แต่ตอนนี้สามารถเอาผิดได้แล้วตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. ฉบับใหม่นี้ และจะต้องถูกไต่สวนและชี้มูลความผิดโดย ป.ป.ช. จากนั้นก็จะส่งให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลไทยเหมือนกับเจ้าหน้าที่รัฐของไทยเวลาทำความผิด

               สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 บัญญัติว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่ 2,000-40,000 บาท หรือประหารชีวิต

               และมีมาตรา 150 ของประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งโดยเห็นแก่ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งตนได้เรียกรับหรือยอมจะรับไว้ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งนั้น ต้องระวางโทษในอัตราเดียวกัน แต่ไม่ได้ระบุโทษประหารชีวิตไว้

               นอกจากนี้ มาตรา 123/5 ของ พ.ร.บ. ป.ป.ช. ฉบับใหม่นี้ ยังเอาผิดกับ คนให้สินบน แก่เจ้าหน้าที่ไทยหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ หากกระทำความผิดนั้นได้กระทำในประเทศไทย หรือการกระทำความผิดนั้นส่วนใดส่วนหนึ่งได้กระทำในประเทศไทย 

               ซึ่งมาตรา 123/5 บัญญัติว่า ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

               ก่อนหน้านี้ เราก็มีกฎหมายเอาผิดกับ “ผู้ให้สินบน” เช่นกัน แต่เป็นการเอาผิดกับการให้สินบนกับเจ้าหน้าที่รัฐของไทยเท่านั้น ซึ่งก็คือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

               นอกจากนี้ ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช.ฉบับใหม่นี้ ยังมีเรื่องให้หยุดนับอายุความระหว่างผู้กระทำผิดหลบคดี ไม่ว่าจะเป็นการหลบหนีก่อนคดีจะฟ้องศาลหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลหรือศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้ว 

               ดังนั้น หากคิดจะหนีคดีก็ต้องหนีไปตลอดชีวิต เนื่องจากที่ผ่านมามีหลายคดีที่ผู้กระทำผิดหลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ รอให้คดีหมดอายุความแล้วค่อยกลับเข้ามาใหม่

               ทั้งนี้ มาตรา 74/1 บัญญัติว่า ในการดำเนินคดีอาญา ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีไปในระหว่างถูกดำเนินคดีหรือระหว่างการพิจารณาของศาลหรือถ้าจำเลยหลบหนีไปในระหว่างต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ ไม่ให้นับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีคดีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ 

               ศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หรือ “นิด้าโพล” ได้เคยเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,250 ตัวอย่าง ผลออกมาว่าร้อยละ 58.24 ระบุว่า คดีทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ควรมีการกำหนดอายุความ เพราะสามารถลงโทษผู้กระทำผิดได้ตลอดเวลา

               นอกจากนี้ พ.ร.บ. ป.ป.ช. ฉบับนี้ ยังมีมาตรการในเรื่องการ “ริบทรัพย์สิน” ที่ต่างออกไปจากเดิม คือไม่ใช่เพียง “ริบทรัพย์สิน” ที่ได้มาจากการกระทำความผิด เช่น “สินบน” ที่ได้รับมาเท่านั้น กล่าวคือในกรณีที่มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินที่เป็น “สินบน” ที่รับมา จนตามหาไม่เจอ “ศาล” ก็สามารถสั่งริบทรัพย์สินอื่นของผู้กระทำความผิดแทนได้ โดยตีราคาเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินที่รับ “สินบน” มา หรือให้ชดใช้เป็นเงินเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ก็ได้    

               พ.ร.บ. ป.ป.ช. ฉบับใหม่ จะสามารถปราบปรามการทุจริตไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากน้ำมือของคนไทยหรือคนต่างชาติ ได้ชะงัดแค่ไหน ต้องรอดูการบังคับใช้กฎหมายในภาคปฏิบัติต่อไป

 

เนื้อหา พ.ร.บ. ป.ป.ช. ฉบับใหม่

1. เอาผิดกับ เจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศ, เจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ ,เจ้าหน้าที่ไทย ที่รับสินบน
2. เอาผิดกับ ผู้ให้สินบนแก่ เจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศ, เจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ ,เจ้าหน้าที่ไทย
3. หยุดนับอายุความระหว่างผู้กระทำผิดหลบหนีคดี
4. ศาลสามารถสั่งริบทรัพย์สินอื่น นอกจากทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดได้