ข่าว

อินโดฯสั่งจำคุก3อุยกูร์ร่วมไอเอสลอบเข้าเมือง

อินโดฯสั่งจำคุก3อุยกูร์ร่วมไอเอสลอบเข้าเมือง

13 ก.ค. 2558

อินโดฯสั่งจำคุก3อุยกูร์ร่วมไอเอสลอบเข้าเมือง ‘บิ๊กตู่’เผยมีในไทยกว่า50คนจีนขอส่งกลับ ส่งเลขาสมช. บินจีนพุธนี้ วอนต่างชาติประเทศดูแลสถานทูตไทย-คนไทย

            13ก.ค.2558 ศาลเขตจาการ์ตาเหนือ ประเทศอินโดนีเซียสั่งลงโทษชาวอุยกูร์ชนกลุ่มน้อยจากจีน 3 คน จำคุกคนละ  6 ปี และปรับอีก 100 ล้านรูเปียะห์ (ประมาณ 2.55 แสนบาท ) หลังถูกจับกุมตัวได้ขณะพยายามเข้าร่วมกลุ่มสุดโต่งภายใต้การนำของผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายที่อินโดนีเซียต้องการตัวมากที่สุด
   
            รายงานระบุว่า ชายทั้งสามถูกจับกุมตัวเมื่อกันยายน บนเกาะสุลาเวสี ทางภาคกลาง ขณะพยายามเดินทางไปพบกับนายซานโตโซ ผู้นำกลุ่มมูจาฮีดีนตะวันออก ที่ซ่อนตัวในป่าลึก และเป็นหนึ่งในกลุ่มสุดโต่งที่ยังเหลืออีกไม่กี่กลุ่ม ซึ่งอินโดนีเซียถือว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรง 
  
            นายซานโตโซและกลุ่มของเขา ให้คำมั่นสวามิภักดิ์กับกลุ่มก่อการร้ายไอเอส
  
            ผู้พิพากษากล่าวว่า ชาวอุยกูร์ทั้งสามซึ่งอายุระหว่าง 20- 29 ปี ละเมิดกฎหมายต่อต้านก่อการร้ายและมีความผิดในข้อหาคบคิดกระทำสิ่งชั่วร้าย นอกจากนี้ ยังละเมิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองด้วยการใช้หนังสือเดินทางตุรกีปลอม
  
            ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 6 ปี น้อยกว่า 7 ปีที่อัยการเสนอ เนื่องจากเห็นว่าไม่เคยกระทำผิดมาก่อน ขณะทนายจำเลยกล่าวว่า ลูกความกำลังพิจารณาว่าจะอุทธรธ์คำตัดสินหรือไม่ 
          
            ยังมีชายชาวอุยกูร์คนที่ 4 ที่ถูกจับกุมพร้อมกับอีกสามคน และถูกพิจารณาข้อหาเดียวกัน แต่ศาลจะตัดสินโทษในวันที่ 29 กรกฎาคม

 

บิ๊กตู่เผยมีอุยกูร์ในไทยกว่า50คนจีนขอส่งกลับ

            เมื่อเวลา16.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรัฐมนตรี(คสช.) เปิดเผยว่า วันนี้ยังมีชาวอุยกูร์เหลืออยู่ในประเทศไทยอีกประมาณ 50 กว่าคน ตอนนี้ยังไม่มีเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งเราต้องดูแลไปก่อน ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่าการทำงานที่ผ่านมาเราพยายามทำอย่างดีที่สุด ขอให้เข้าใจรัฐบาล ไม่ได้ทำเพราะถูกใครกดดันทั้งสิ้น และตนก็ไม่อยากให้เราถูกดดันโดยใครทั้งสิ้น แต่หากจำเป็นต้องตัดสินใจก็ต้องตัดสินใจเพื่อประเทศไทย และเพื่อสิทธิมนุษยชน ดังนั้นต้องดูอะไรคือหลักการที่ต้องทำ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบใด ๆ กับใครทั้งสิ้น ใครจะว่าอะไรเรา วันหน้าก็คงจะเข้าใจซึ่งที่ผ่านมา เราก็เผชิญสถานการณ์อย่างนี้มาโดยตลอด เพราะเป็นประเทศที่อยู่ตรงกลาง ต้องดูเรื่องกฎหมาย เรื่องความสำคัญระหว่างประเทศและเรื่องอะไรต่าง ๆด้วยและเราไม่ใช่ศัตรูกับใครทั้งสิ้น โดยจะเห็นได้ว่าเราดูแลทั้งสองประเทศอยู่แล้วที่จะส่งไป ติดอยู่ตรงประเด็นที่ว่า ถ้ามีคดีอยู่ก็จะไม่เข้าเคสเรื่องการอพยพ ซึ่งก็ต้องดูกัน

            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันพุธที่ 15 ก.ค. เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเป็นผู้แทนเดินทางไปประเทศจีน เพื่อดูว่าทางการจีนดูแลชาวอุยกูร์ที่ไทยส่งกลับไปอย่างไร เดี๋ยวคงจะมีความก้าวหน้ากลับมา ทั้งนี้เพื่อให้เขายืนยันในสิ่งที่ได้ประกาศและรับรองไว้กับรัฐบาลไทยว่าจะดูแลอย่างไร ต่อผู้ที่มีคดีความ หรือมีคดีน้อยหรือไม่มีคดีก็ปล่อยทั้งหมด หาที่อยู่ที่กินให้ แต่หากมีคดีก็อยู่ในขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ฉะนั้นอย่าพูดกันไปเกินเลยว่าจะถูกลงโทษอย่างนั้นอย่างนี้ ถือเป็นเรื่องของรัฐบาลจีน ซึ่งเรื่องอย่างนี้มีตั้งแต่สมัยอพยพม้งลาวที่จ.เพชรบูรณ์ หลังจากไปดูวันนี้ก็อยู่สงบเรียบร้อยดี ตอนแรกๆก็โดนเหมือนกัน เรื่องผู้อพยพหรือหลบหนีเข้ามาไทยเราต้องดู ประเทศเราจะแบกภาระได้แค่ไหน และขั้นตอนการอพยพกฎหมายว่าอย่างไร ต้องมองหลายประเด็นแต่ท้ายที่สุดไม่ต้องการให้ใครเดือนร้อน หรือถูกทำร้าย

            ผู้สื่อข่าวถามว่า ชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งตัวกลับไปจีน เกิดจากความสมัครใจใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นความสมัครใจของผู้ที่จะส่งกลับ นั่นคือการส่งกลับผู้อพยพหรือผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบ วันนี้ยังค้างอยู่อีก 140,000 คน นั้นคือบุคคลที่จะต้องส่ง เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วก็ยังไปไหนไม่ได้ นั้นแหล่ะเขาจะกำหนดเป็นPeople Of Concern (บุคคลในความห่วงของUNHCR)และก็ต้องไปหาประเทศที่ยอมรับและวันนี้ก็ยังไม่มีประเทศไหนรับไป วันนี้เท่ากับมี 140,000 คนบวก 50 คน ซึ่งสถานที่รองรับก็เต็มไปหมดแล้ว วันนี้ต้องเข้าใจว่าชาวอุยกร์ เข้ามาในประเทศไทยอย่างไร เข้ามาแบบนี้ก็ถือว่าผิดกฎหมายหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งเราก็ดำเนินการตามขั้นตอน เราเคารพในสิทธิมนุษยชน ก็ช่วยลดความกดดันกันหน่อย ไม่ได้ทำเพื่อใคร ทำเพื่อตัวเองหรือเปล่า ทำเพื่อคุณหรือเปล่า ก็ทำเพื่อคนไทยทั้งประเทศนั้นแหล่ะ ตนพูดเสมอว่า ประเทศไทยทำหน้าที่เพื่อประเทศ ทำเพื่ออาเซียน และประชาคมโลก นั้นคือหน้าที่ต่อมนุษยชนชาติ แต่จะทำด้วยความรู้สึกไม่ได้ ต้องใช้กฎหมายและหลักการที่มีอยู่

            เมื่อถามว่าชาวอุยกร์ที่ถูกส่งกลับจีนมีคดีก่อการร้ายของจีนใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทางการจีนมีคดีความแจ้งมา มีความผิดต้องสงสัยตรงนั้น ตรงนี้ ไม่ใช่ก่อการร้ายอะไร เมื่อเขาเข้ามาไทย คนเหล่านี้ก็ต้องถูกควบคุมตัวในฐานะผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ต้องอยู่ในสถานที่ควบคุมระหว่างนั้นก็ดำเนินการฟ้องศาลตามกระบวนการยุติธรรม โดยทั้งทางการจีนและทางการตุรกีก็ขอให้เราส่งตัวกลับไปทั้งคู่ ฉะนั้นเราก็ต้องดูเรื่องพื้นฐานสัญชาติ เกิดที่ไหน มีความผิดหรือไม่ ถ้าไม่มีความผิดก็ส่งไปตุรกีซึ่งส่งไปก่อนหน้านี้แล้ว และส่งไปเยอะกว่าที่ส่งไปจีน แสดงให้เห็นความจริงใจของเรา ซึ่งเราไม่ได้รังเกียจใครแต่ก็ต้องเคารพกติกาคนอื่นเขาบ้าง

            “วันนี้เราต้องดูแลสถานทูตทุกประเทศในประเทศไทยด้วย ดังนั้นฝากทุกประเทศต้องดูแลสถานที่ของไทยด้วยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม มันเป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและต้องขอบคุณทางตุรกี ญี่ปุ่น เยอรมัน ที่ดูแลสถานทูตไทยอย่างดี ต้องแยกแยะให้ออกอะไรคือ ประเด็นความขัดแย้ง อะไรคือประเด็นความไม่เข้าใจ แต่สิ่งสำคัญทุกประเทศต้องดูแลคนที่ไปอาศัยอยู่ในประเทศนั้น รวมถึงเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ เหมือนเราดูแลทุกสถานทูตในประเทศไทยในวันนี้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว