ข่าว

‘ประยุทธ์’ห่วง‘แล้ง-น้ำหลาก’สั่งเฝ้าระวัง

‘ประยุทธ์’ห่วง‘แล้ง-น้ำหลาก’สั่งเฝ้าระวัง

13 ก.ค. 2558

‘ประยุทธ์’ห่วง‘แล้ง-น้ำหลาก’สั่งเฝ้าระวัง ปทุมฯน้ำคลอง13แห้งแถมถนนทรุดเพิ่ม ‘อนุพงษ์’ยันมีน้ำใช้เตรียมดึงน้ำจากสระช่วย

            25มิ.ย.2558 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ที่ต้องเผชิญภาวะภัยธรรมชาติที่มีความซับซ้อนทั้ง น้ำแล้ง น้ำหลาก ขอให้พี่น้องประชาชนมีกำลังใจเข้มแข็งและตรวจสอบประกาศเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์อย่างพร้อมเพรียงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลประชาชนให้ทั่วถึง

            ทั้งนี้จากรายงานล่าสุดของศูนย์ภัยพิบัติเตือนภัยแห่งชาติ(ศภช.) ได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี จันทบุรี และตราด ระหว่างวันที่ 25-26 มิ.ย.นี้ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบ่อไร่ เขาสมิง จังหวัดตราด และอำเภอทองผาภูมิ ไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ดังนั้นขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว เตรียมการป้องกันภัย และสามารถสอบถามรายละเอียดเรื่องดังกล่าวได้สายด่วน 192 หรือทางเว็บไซต์ www.ndwc.go.th

            รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯกำชับให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับท้องที่ แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างทั่วถึง รวมทั้งจัดชุดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเหตุ 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชน. ซึ่งสาเหตุที่อาจจะเกิดน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจาก ในช่วงนี้จะมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้มีฝนตกหนักได้ในบางพื้นที่บริเวณที่ลาดเชิงเขา จนอาจเกิดน้ำป่าหลากลงพื้นลุ่ม เกิดน้ำท่วมฉับพลันในระยะสั้น โดยปริมาณฝนที่วัดได้ล่าสุด( 25 มิ.ย. 58) จังหวัดตราดปริมาณฝน 174 มิลลิเมตร กาญจนบุรี 74 มิลลิเมตร


‘อนุพงษ์’ยันมีน้ำใช้เตรียมดึงน้ำจากสระช่วย
 
            ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.) การประปานครหลวง(กปน.) รวมถึงกรมชลประทาน ถึงการบริหารจัดการน้ำ และการแก้ไขปัญหาภัยแล้งว่า ในส่วนของจังหวัดปทุมธานี ขณะนี้ทราบแล้ว ทางกรมชลประทานให้น้ำดิบไปยังการประปาส่วนภูมิภาค โดยเริ่มผลิตเป็นน้ำประปาที่เรียกว่า ถังน้ำใสความจุ 10,000 ลิตร ขณะนี้ได้บรรจุเข้าไปแล้ว 4,000 ลิตร ในช่วงเย็นวันนี้คาดว่า จะบรรจุได้เต็มความจุ จากนั้นจึงจะปล่อยน้ำออกมาได้

            "กรมชลประทานยืนยันว่า ถ้าไม่มีการสูบน้ำออกจากระบบ สามารถส่งน้ำได้จนถึงเดือนสิงหาคม คาดว่าสถานการณ์นี้คงไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตามได้มีการเตรียมหาแหล่งน้ำสำรองเพิ่มในพื้นที่ดังกล่าว อาทิ สระน้ำในมูลนิธิชัยพัฒนา สระพระรามเก้า และบ่อบาดาลอื่นๆ ในกรณีที่ไม่สามารถส่งน้ำได้ตามเกณฑ์ ในช่วงกลางวันถึงกลางคืนวันนี้ ก็จะใช้ระบบการส่งน้ำ โดยความช่วยเหลือจากทุกส่วน ไม่ว่า จะเป็นกระทรวงมหาดไทย ท้องถิ่น ทหาร รวมไปถึงหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ก็เตรียมช่วยเหลือกันอยู่ ที่จะส่งน้ำให้ได้จนถึงเย็นนี้ เข้าใจว่า ภายในคืนนี้จะส่งน้ำได้ตามปกติทั้งระบบ” รมว.มหาดไทย กล่าว

            รมว.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ในส่วนของพื้นที่อื่นได้สั่งการให้ กปภ. และ กปน. ประเมินสถานการณ์ ในส่วนของ กปน.  ซึ่งกรมชลฯ ยืนยันว่า สามารถให้บริการประชาชนได้เต็มพื้นที่ ไม่มีปัญหา ขณะที่พื้นที่อื่นๆของกปภ. ในวันพรุ่งนี้(14ก.ค.) จะส่งข้อมูลมายังตน คาดว่า คงจะไม่มีปัญหาอย่างใด นอกจากบางพื้นที่ของ กปภ.จะต้องจ่ายน้ำเป็นเวลา ส่วนพื้นที่ประปาหมู่บ้าน ยังไม่มีปัญหา แต่จะขอข้อมูลอย่างละเอียดในวันพรุ่งนี้ มีพื้นที่ใดบ้างยืนยันว่า ไม่มีปัญหา รวมถึงพื้นที่แล้งซ้ำซาก ถ้ายังมีปัญหาก็จะใช้รถน้ำส่งเข้าไป ในส่วนการขอความร่วมมือเกษตรกรไม่ให้สูบน้ำนั้น เรื่องนี้ทางกรมชลประทานเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันพรุ่งนี้(14ก.ค.) จะมีการเสนอแผนการส่งน้ำตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. เป็นต้นไป จากเดิมที่วางไว้ 28 ล้านลูกบาศก์เมตร ลดลงเหลือ 18 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเกษตรกรจะต้องไม่สูบน้ำไปใช้ในภาคการเกษตร เพราะเป็นส่วนของประชาชนที่จะสำรองใช้ในการอุปโภคบริโภค ทั้งนี้ที่มีการปรับลดปริมาณการส่งน้ำให้ลดลง เนื่องจากต้องการที่จะสำรองน้ำให้ใช้ได้จนถึงต้นเดือนสิงหาคม เพื่อรองรับสถานการณ์ หากฝนไม่ตกตามที่คาดการณ์ไว้ ในส่วนของกรณีที่น้ำทะเลหนุน จะเป็นทางด้านลุ่มน้ำเจ้าพระยาจากที่ปล่อยน้ำไป 1.8 ล้านลูกบาศก์เมตรแล้ว ยืนยันว่า สามารถยันน้ำทะเลหนุนได้ ด้าน กปน. ก็ยืนยันเช่นกัน สามารถให้บริการด้านประปาได้ไม่มีปัญหา


ผู้ว่าการกปภ.คาดสามารถจ่ายน้ำเขตธัญบุรีได้คืนนี้

            นางรัตนา กิจวรรณ ผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวถึงสถานการณ์น้ำของคลองระพีพัฒน์ จ.ปทุมธานี ล่าสุดว่า ในขณะนี้น้ำในคลองยังไม่ถึงจุดที่สามารถสูบได้ โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 ชม. จะสามารถสูบได้ และหากน้ำสูบได้จะต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง เพื่อผลิตน้ำประปา ส่วนจะสามารถจ่ายน้ำประปาได้กี่โมงนั้น ผู้ว่าการประปาระบุว่า คาดว่าคืนนี้จะสามารถจ่ายน้ำได้แต่ไม่สามารถระบุเวลาได้ ขณะที่น้ำในคลอง 7-15 ตอนนี้ยังไม่มี จึงต้องอาศัยน้ำจากคลองรังสิต ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ได้เตรียมเจาะบ่อบาดาลถาวรเพิ่มเติมหากฝนไม่ตก


กปภ.เตรียมดึงน้ำสระหลวงช่วยคลอง13ขาดแคลนน้ำ

            นายจิรชัย มูลทองโร่ย คณะกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค ได้ลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่คลอง 13 เพื่อทำความเข้าใจในผลกระทบจากการนำน้ำไปใช้ในการเกษตร จนส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาในพื้นที่ โดยเชื่อประชาชนมีความเข้าใจปัญหาดีขึ้นแล้ว ขณะเดียวกันจะขอความร่วมมือจากมูลนิธิชัยพัฒนาเพื่อนำน้ำสระหลวง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีน้ำอยู่ขณะนี้ 21 ล้านลูกบาศก์เมตร มาใช้เสริมการผลิตน้ำประปาในพื้นที่ช่วงนี้

             อย่างไรก็ตาม จะดึงน้ำจากบริเวณสระหลวงไปใช้ผลิตน้ำป้อนแนวท่อประปาคลอง 13 เป็นหลัก และเตรียมหารือจังหวัดปทุมธานี เพื่อจับเวลาการใช้น้ำเพิ่มเติมด้ว


ปทุมฯน้ำคลอง13แห้งแถมถนนทรุดเพิ่ม

            หลังจากที่นายพงศธร สัจจชัลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้ประกาศพื้นที่ 3 อำเภอ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติจากภาวะภัยแล้ง เนื่องจากระดับน้ำในคลองระบายน้ำต่างแห้งลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคลองระพีพัฒน์ หรือคลองระบายน้ำที่ 13 แห้ง ทำให้สถานีสูบน้ำผลิตน้ำประปา ไม่สามารถผลิตน้ำประปาได้ ทำให้ 60,000 ครัวเรือน ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้ชั่วคราว

            ด้านประปา กำลังเร่งสูบน้ำ เพื่อเก็บน้ำในบ่อน้ำดิบ โดยเตรียมน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาเก็บไว้ในบ่อน้ำใส ของสถานีสูบน้ำดิบธัญบุรี จากการสำรวจ พบว่า น้ำที่ประตูน้ำธรรมราชาฝั่งตะวันออก น้ำหน้าประตูแห้งสนิท และพบว่า พื้นถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ทรุดตัวเพิ่มจากเดิม พร้อมมีป้ายเตือนตลอดเส้นทาง ให้ใช้เส้นทางอย่างระมัดระวัง พบ กม. 1+500 พื้นถนนแตกร้าว เป็นระยะทาง 50 เมตร กม.12+700 พื้นถนนแตกร้าวและทรุดตัวเป็นระยะทาง 200 เมตร กม.13+100 พื้นถนนทรุดและแตกร้าวที่ไหล่ถนน ภายในคลองมีเครื่องจักรขุดลอกคลอง เพื่อให้น้ำไหลสะดวก

            ด้านนายสมศักดิ์ งิ้วไทยสง ชาวบ้าน ต.ศาลาครุ กล่าวว่า พื้นถนนแห่งนี้พื้นถนนแตกร้าวเป็นจำนวนมาก และมีดินสไลด์ริมคลองตลอดเส้นทาง เมื่อมีรอยแตก ด้านทหารได้ลงพื้นที่บอกชาวบ้านให้ร่วมมือหยุดสูบน้ำเป็นเวลา 3 วัน เพื่อให้สถานีสูบน้ำได้เตรียมน้ำดิบ เพื่อผลิตน้ำประปาแจกจ่ายให้ผู้ใช้น้ำก่อน


ลาดหลุมแก้วน้ำแห้งพื้นถนนทรุดด้วย

            ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่ามีพื้นถนนทรุดที่ถนนเลียบคลองลากค้อน ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จากการสำรวจพบว่าถนนแห่งนี้เป็นถนนพื้นคอนกรีตเลียบคลองมีรถสัญจรใช้เส้นทางตลอดเวลา  พบพื้นถนนชำรุด4แห่ง คือ บริเวณใกล้คอสะพานข้ามคลองลากค้อน หมู่3ต.ระแหง มีรอยแตกร้าวของพื้นถนนและทรุดเล็กน้อย ชาวบ้านนำเศษไม้มาปักเป็นสัญลักษณ์เตือนให้มองเห็นได้ แห่งที่2ตรงข้ามซอยแคนนอนบอล หมู่3ต.ระแหง พื้นขอบถนนทรุดตัวเป็นระยะทาง50เมตร ลึก1.6เมตร ใต้พื้นถนนคอนกรีตเป็นโพลงใหญ่

            อบต.ระแหงได้นำไฟพร้อมแผงกันและกรวยจราจรมากั่นเพื่อให้ผู้ใช้ถนนระมัดระวังเมื่อผ่านบริเวณนี้ แห่งที่ 3 พบที่หมู่2ต.ระแหง ใกล้โรงงานปูน พื้นถนนและขอบถนนทรุดเป็นระยะทาง50เมตร โดยขอบถนนทรุดตัวลึก1.2เมตร ใต้พื้นคอนกรีตเป็นโพลงขนาดใหญ่เช่นกัน สภาพพื้นถนนคอนกรีตมีรอยร้าว ทางหลวงชนบทได้นำแผงป้านเตือนสีเหลือง โปรดระวังทางทรุด มาวางไว้เพื่อเตือนไม่ให้ประชาชนเข้าใกล้ และแห่งที่4พบบริเวณหมู่2ซึ่งพบมีรอยร้าวและพื้นทรุดเล็กน้อย ชาวบ้านได้นำเศษไม้มาวางไว้เพื่อให้สักเกตเห็นได้

            สอบถามนางจันทนา เล็กน้อย อายุ48ปี บ้านเลขที่59หมู่2ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นภัยแล้งน้ำในคลองลดระดับอย่างต่อเนื่องทำให้ดินริมตลิ่งสไลด์ตัวหลายแห่ง ซึ่งปีนี้น้ำในคลองลากค้อนแห้งกว่าทุกปี ในส่วนของคลองเล็กซึ่งเป็นคลองซอยได้แห้งจนไม่มีน้ำในคลองแล้ว อยากให้หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเข้ามาแก้ไขเพราะว่าอันตราย หากผู้ที่ใช้ถนนไม่ใช้คนในพื้นที่ก็จะอันตรายเนื่องจากเขามาจากที่อื่นไม่ชำนาญเส้นทาง หรือจุดเสี่ยงที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้


เร่งส่งน้ำเข้าคลองชัยนาทป่าสักคาดถึงจังหวัดลพบุรี16ก.ค.นี้

            นายกริช พูลสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ สชป.10 กล่าวว่า ที่บริเวณปากคลองประตูน้ำ(ช่องเรือผ่าน)มโนรมย์ การติดตั้งซัมเมิร์ทสูบน้ำด้วยไฟฟ้าสามารถสูบน้ำได้ปริมาณเครื่องละ 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 3 เครื่อง ขณะนี้ติดตั้งเสร็จและเดินเครื่องสูบแล้วตั้งแต่เมื่อค่ำวานนี้(12ก.ค.) 2 เครื่อง ส่วนอีก 1 เครื่อง วันนี้จะเร่งติดตั้งให้เสร็จ และคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องได้ในค่ำวันนี้ (13ก.ค.)

            ทั้งนี้ หากเดินเครื่องได้ได้ครบ 3 เครื่อง จะได้ปริมาณน้ำ 9 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับเครื่องสูบน้ำด้วยน้ำมันดีเซล ท่อขนาด 12 นิ้ว อีกจำนวน 15 เครื่อง ปริมาณน้ำ 4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และการผลักดันน้ำหน้าประตูระบายมโนรมย์ อีก 4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้มีปริมาณน้ำส่งเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก รวมประมาณ 17 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

            สำหรับคลองชัยนาท-ป่าสัก มีระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาในการเดินทางไปถึงจังหวัดลพบุรีประมาณ 3 วัน โดยขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท หยุดสูบน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 16 ก.ค. 58 เวลา 18.00 น. เพื่อเร่งผลักดันน้ำให้ถึงจังหวัดลพบุรีก่อน จากนั้นจะแบ่งปันน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรที่ปลูกข้าว


น้ำในเขื่อนหลักยังอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก

            ส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุด( 13 ก.ค. 58) ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 3,959 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 29 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 159 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 3,180 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 33 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 330 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 11 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 57 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาณน้ำ 44 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 5 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 41 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้ง 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันประมาณ 587 ล้านลูกบาศก์เมตร

            สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่ง(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯและเขื่อนป่าสักฯ) ยังอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก คงเหลือน้ำไว้ใช้สำหรับการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศน์ เท่านั้น เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกทางตอนบนยังคงอยู่ในเกณฑ์น้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ

            สำหรับในพื้นที่ที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในการผลิตน้ำประปา โดยเฉพาะในพื้นที่จ.ลพบุรี นั้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ต่ำกว่าระดับปากคลองส่งน้ำชัยนาท – ป่าสัก ทำให้น้ำไม่สามารถไหลเข้าคลองได้ กรมชลประทาน โดยสำนักชลประทานที่ 10 จึงได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ลงสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก พร้อมระดมเครื่องจักรเครื่องมือ เข้าไปเปิดทางน้ำให้น้ำไหลเข้าคลองส่งน้ำสะดวกมากขึ้น พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือจากพื้นที่ต้นคลองให้งดสูบน้ำ เพื่อให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ให้สามารถสูบน้ำผลิตน้ำประปาได้ตามปกติ วอนทุกภาคส่วนร่วมมือกันใช้น้ำอย่างประหยัด ร่วมใจกันฝ่าวิกฤตภัยแล้งในปีนี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี