ข่าว

'กมธ.ยกร่างฯ'กั๊ก'รัฐบาลแห่งชาติ'

'กมธ.ยกร่างฯ'กั๊ก'รัฐบาลแห่งชาติ'

13 ก.ค. 2558

'กมธ.ยกร่างรธน.' กั๊ก 'รัฐบาลแห่งชาติ' ชี้ ยังไม่ถึงบทที่ต้องพิจารณา

 
                       13 ก.ค. 58  พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีการเสนอ 'รัฐบาลแห่งชาติ' ว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงบทที่ต้องพิจารณาเรื่องนี้ และที่ผ่านๆ มา ไม่มีการบัญญัติเรื่องนี้ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญถึงกฎกติกาการได้มาซึ่งสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี ส่วนข้อเสนอต่างๆ ตนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะในช่วงนี้รัฐธรรมนูญใกล้เสร็จ และเตรียมจะส่งให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยตนมองว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ออกมาแสดงความคิดเห็นกันเช่นนี้ ส่วนขั้นตอนจะเป็นอย่างไรเป็นเรื่องที่ กมธ.ยกร่างฯ และ สปช.ต้องตัดสินใจ
 
                       ส่วนเรื่องที่ว่าการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมจะเอื้อต่อการมีรัฐบาลแห่งชาติหรือไม่นั้น ระบบสัดส่วนผสมที่นำมาใช้ในร่างรัฐธรรมนูญมีการใช้ในหลายประเทศและมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ไม่เกี่ยวกับความเป็นรัฐบาลแห่งชาติ ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองแต่ละพรรค เพราะการจะได้ ส.ส.ในสภาเข้ามา เกิดตามสัดส่วนที่ประชาชนเลือกทั้งนั้น โดยการเลือกตั้งหากเราดูที่ผ่านๆ มา พรรคอันดับหนึ่งที่ได้คะแนน 50 - 60 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ความนิยมของประชาชนในแต่ละห้วงเวลา
 
                       ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน กล่าวว่า ขณะนี้ยังมองไม่ออกว่ารัฐธรรมนูญจะไปเขียนให้มีรัฐบาลแห่งชาติได้อย่างไร เพราะการจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องของ ส.ส.ที่จะรวบรวมเสียง ซึ่งก็จะเห็นได้จากตอนที่ยืนเลือกนายกรัฐมนตรี และเท่าที่มีการพิจารณารัฐธรรมนูญมา ก็ยังไม่เคยมีการพูดเรื่องดังกล่าว ส่วนจะบรรจุเรื่องนี้ไว้ในบทเฉพาะกาลหรือไม่นั้น ตอนนี้ยังไม่พิจารณาถึงบทเฉพาะกาล
 
                       เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องขบวนการสร้างความปรองดอง หลังจากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้ง อาจจะกลับคืนมาหลังมีรัฐบาลใหม่ ในร่างรัฐธรรมนูญจะมีการหาวิธีการควบคุมหรือไม่ นายคำนูณ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์วิกฤต คือ แนวคิดที่ว่าการประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วจะต้องมีหลักประกันที่จะต้องดำเนินการปฏิรูปการเปลี่ยนแปลงประเทศ ควบคู่กันไปไม่ว่ารัฐบาลใหม่นั้นจะเป็นใคร จะเป็นรัฐบาลแห่งชาติหรือไม่แห่งชาติก็ตาม แต่จะต้องมีกลไกการปฏิรูปประเทศเดินหน้าไปพร้อมกัน เพราะเราเล็งเห็นว่ารากฐานความขัดแย้งที่แท้จริงนั้น คงไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างบุคคล กลุ่มคนเท่านั้น แต่รากฐานที่แท้จริง คือ ประเทศต้องการการเปลี่ยนแปลง และอีกอย่างที่จะต้องเดินหน้าควบคู่กันไปก็คือการสร้างความปรองดองที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้จะบัญญัติไว้ในภาคสี่ ส่วนเรื่องรัฐบาลแห่งชาติหรือไม่รัฐบาลแห่งชาตินั้น ยังไม่มีการพูดกันอย่างเป็นทางการ
 
                       เมื่อถามว่า เรื่องการประกาศใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2558 ประกาศใช้มีการเพิ่มบทลงโทษถึงขั้นประหารชีวิต แต่ กมธ.ยกร่างฯ กลับลดบทลงโทษน้อยลง นายคำนูณ กล่าวว่า นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่บท แต่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญสามารถไปบัญญัติมาตรการในรายละเอียดได้ ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ขัดหรือแย้งแต่ประการใด แต่เป็นเรื่องเสริมซึ่งกันและกันมากกว่า เพราะว่ากฎหมายดังกล่าวก็ใช้มาตั้งแต่แต่ปี 2540 มีการพัฒนายกระดับขึ้นตามกฎหมายเฉพาะ หรือตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเรื่องที่ชอบ ซึ่ง กมธ.ยกร่างฯ ก็จะนำมาพิจารณาในร่างรัฐธรรมนูญ และวางไว้ในหลักสำคัญๆ