
ผบ.ทบ.กำชับทุกหน่วยแก้ภัยแล้ง
13 ก.ค. 2558
ผบ.ทบ. กำชับทุกหน่วยแก้ภัยแล้งในทุกมิติ พร้อมส่งกำลังพลเข้าระงับเหตุหากเกิดปัญหาชาวบ้านแย่งน้ำ ขณะที่ ศภช.แจ้ง ภัยแล้ง ประกาศภัยพิบัติแล้ว 4 จังหวัด
13 ก.ค.58 พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการให้ทุกหน่วยดำรงความต่อเนื่อง สนับสนุนแนวทางการแก้ปัญหาภัยแล้งตามนโยบายของรัฐบาลและ คสช. ให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด โดยขณะนี้กองทัพบกได้ดำเนินการต่อปัญหาภัยแล้งใน 3 ลักษณะ คือ 1. สนับสนุนการจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตรอย่างเร่งด่วน โดยหน่วยทหารในพื้นที่นำน้ำสะอาดไปแจกจ่ายให้กับประชาชนตามบ้านเรือนและสถานที่สาธารณะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วนจากปริมาณน้ำในพื้นที่ที่ขาดแคลน ตามโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” โดยได้แจกจ่ายน้ำไปแล้ว 35 ล้านลิตร ในพื้นที่ประสบภัยแล้ง 44 จังหวัด นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนรัฐบาลในการขุดเจาะบ่อบาดาล
2. สนับสนุนการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืนตามแนวทางที่คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลและ คสช. ได้มอบหมายให้ดำเนินการ โดยขณะนี้กำลังดำเนิน “โครงการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งน้ำ ระยะเร่งด่วน ประจำปีงบประมาณ 2558(เพิ่มเติม)” จำนวน 169 โครงการใน 38 จังหวัด ระยะเวลา พ.ค.-ก.ค.58 มีหน่วยทหารช่างจาก4กองทัพภาคและกรมการทหารช่าง รับผิดชอบ ปัจจุบันมีความคืบหน้า 58 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเร็วกว่าแผนงานที่กำหนดไว้ นอกจากนี้กองทัพบกยังได้สนับสนุนมูลนิธิปิดทองหลังพระ เข้าดำเนิน “โครงการขุดลอกและพัฒนาแก้มลิงหนองเลิงเปลือย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.กาฬสินธุ์ (เพิ่มเติม) ปี 2558"” โดย กรมการทหารช่าง และกองทัพภาคที่ 2 เพื่อให้ประชาชนโดยรอบได้มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้งและได้รับประโยชน์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มั่นคงและยั่งยืนยิ่งขึ้น
3.สนับสนุนการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ในเรื่องค่าครองชีพ โดย กองทัพบกได้ให้การสนับสนุน “โครงการ ธงฟ้าเคลื่อนที่สู่ชุมชน” นำสินค้าราคาถูกไปจำหน่ายใน 19 จังหวัดที่ประสบภัยแล้ง ระหว่าง 3-31 ก.ค.ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ คสช. ยังมอบหมายให้กองทัพบก โดย กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย เข้าสำรวจความเดือดร้อนของชาวนาจากปัญหาภัยแล้ง เพื่อเป็นข้อมูลให้รัฐบาล นำไปกำหนดมาตรการช่วยเหลือในระยะต่อไป รวมทั้งในขณะนี้ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ยังคงติดตามและเร่งรัดการดำเนิน “โครงการ สร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชน เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง” ให้เป็นไปตามกรอบเวลา และประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการทหารบก ได้กำชับให้หน่วยทหารได้ช่วยกันสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนถึงสถานการณ์น้ำและการให้ความรู้กับเกษตรกร เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และปริมาณน้ำที่มีอยู่ รวมทั้งการปลูกจิตสำนึกในการใช้น้ำอย่างมีคุณค่า ส่วนพื้นที่ใดที่อาจมีปัญหาการแย่งชิงน้ำ ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งของประชาชนและชุมชนนั้น หน่วยทหารของกองทัพบกจะเร่งเข้าดำเนินการชี้แจง ประสานกับส่วนราชการและชุมชน เพื่อร่วมในการจัดสรรน้ำให้อย่างเหมาะสม ภายใต้แนวทางที่ว่าประชาชนทุกคนในพื้นที่มีสิทธิ์ใช้น้ำอย่างเท่าเทียมกัน
ศภช.แจ้ง ‘ภัยแล้ง’ ประกาศภัยพิบัติแล้ว 4 จว. คาดตลอดเดือน ก.ค.ฝนไม่มาก
13 ก.ค.58 ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) รายงานสถานการณ์ภาวะภัยพิบัติประจำวันที่ 13 ก.ค.ว่า ทุกภาคอากาศค่อนข้างร้อนมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบางพื้นที่ถึงเกือบทั่วไปและฝนตกหนักบางพื้นที่สภาพน้ำท่าแม่น้ำสายหลักทุกภาคอยู่ในเกณฑ์น้อยสำหรับปริมาณน้ำในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ภาพรวมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย ส่วนภาคใต้ปริมาณน้ำในเขื่อนยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยรวมส่วนใหญ่เขื่อนและแม่น้ำสายหลักหลายแห่งมีปริมาณน้ำใช้เพื่อการเกษตรอยู่ในเกณฑ์น้อยส่วนสถานการณ์ภัยแล้งซึ่งเป็นภาวะของความแห้งแล้งยังคงส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมใน 6 จังหวัด แม้จะมีฝนตกกระจายในหลายพื้นที่และความแห้งแล้งบรรเทาลงก็ตามแต่ภาพรวมยังอยู่ในภาวะเสี่ยงอยู่ต่อไป
ศภช. รายงานอีกว่า ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ รวม 6 จังหวัด 24 อําเภอ 156 ตําบล 1,401 หมู่บ้าน โดยมีภาคเหนือ 3 จังหวัดได้แก่ จ.นครสวรรค์ จ.ตาก จ.น่าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา จ.ขอนแก่น และภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ จ.สระแก้ว โดยภาวะภัยมีแนวโน้มลดลง แต่ยังมีบางพื้นที่ที่ยังอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อไป ขณะที่ภาวะฝนแล้ง พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.ถึงวันที่ 13 ก.ค.2558 มีพื้นที่ที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภาวะฝนแล้ง 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.แพร่ จ.ชลบุรี จ.สุโขทัย และจ.ปทุมธานี รวม 15 อําเภอ 79 ตําบล 601 หมู่บ้าน
ศภช. รายงานด้วยว่า ด้านสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จากปริมาณฝนที่ตกและปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำยังคงอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก ซึ่งจากการคาดการณ์ปริมาณฝนในเดือน ก.ค.จะมีไม่มากและไม่สม่ำเสมอ โดยฝนจะเริ่มตกชุกในเดือน ส.ค.และก.ย.2558 ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำทั้งระบบ กรมชลประทานจึงมีการปรับลดแผนการระบายน้ำจากเดิมวันละ 33 ล้านลูกบาศก์เมตรลงเหลือวันละ 28 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อการอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลูกข้าวนาปีที่ปลูกไปแล้วก่อนวันประกาศ ขอให้ชะลอการเพาะปลูก



