
เรือดำน้ำกับความจำเป็นทางยุทธศาสตร์
เรือดำน้ำกับความจำเป็นทางยุทธศาสตร์ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น
การมีเรือดำน้ำเป็นความฝันของกองทัพเรือไทยมานานแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเกียรติภูมิที่ต้องการมีเหมือนที่เคยมีถึง 4 ลำ ในอดีต แต่เพราะเห็นความจำเป็นในด้านการรักษาผลประโยชน์ของชาติด้วย แน่นอนว่าเสียงสนับสนุนและคัดค้านนั้นดังกระหึ่มเหมือนทุกครั้งที่มีข่าวเรื่องนี้ เพราะใช้งบประมาณสูงคนจึงจับจ้องถึงความคุ้มค่า ความจำเป็นและอะไรอื่นอีกหลายอย่าง ในที่นี้จะไม่กล่าวถึงการโปรการคอนเหล่านั้น แต่จะมองถึงสองประเด็นที่ทำให้การจัดหาเรือดำน้ำยังไงก็ต้องควรมี ไม่ว่าจะเป็นเรือดำน้ำจีนหรือของใคร
เรื่องแรกคือ เรื่องกำลังรบเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านนั้นมีความสำคัญตลอดกาล เนื่องจากการเมืองระหว่างประเทศนั้นเป็นอนาธิปไตย ไม่ใช่ว่าโลกนี้อยู่กันได้ด้วยกฎหมายระหว่างประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างที่ชาวโลกสวยคิด จริงครับที่ยุคนี้เราไม่มีศัตรูถึงขั้นใช้เรือดำน้ำหรอก และจากการประเมินยุทธศาสตร์ ในอีกสิบปียี่สิบปีหากมีการปะทะกันก็จะเป็นการปะทะในระดับต่ำไม่ต่างจากสมัยรบกับเขมรปี 52 เท่าไหร่หรอก แต่ที่เราจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ หรืออย่างน้อยถ้าไม่มีก็ควรจะมีอาวุธปราบ ด.ชั้นเยี่ยมเอาไว้ใช้บ้าง ก็เพราะเพื่อนบ้านเขามีและถ้าฉุกเฉินเขาอาจจะใช้กับเรา
เราไม่ได้เป็นศัตรูกับเวียดนามเหมือนในยุคสงครามอินโดจีนแล้วก็จริง แต่พัฒนาการด้านการจัดหายุทโธปกรณ์ของเวียดนามเราต้องใส่ใจ เพราะเวียดนามกำลังมีกรณีพิพาทกับจีนในทะเลจีนใต้ เขาจึงจัดหาอาวุธมากมายมาคานอำนาจจีน เรือดำน้ำ 6 ลำ จากรัสเซียก็กำลังทยอยมาถึงคัมรานห์แล้ว ลำที่ 4 ชื่อ ดานัง เพิ่งมาถึงวันก่อนนี้เอง ส่วนลำที่ 6 จะถึงปีหน้า มีอาวุธที่ทำงานแบบเอกเทศเช่นนี้ถึงจีนจะมีขีดความสามารถทางทหารสูงลิบ ก็ห่วงสงครามไร้สมมาตรเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เรือดำน้ำเวียดนามใช่ว่าจะล็อกเป้าไว้ให้เล่นงานแต่กับชาติใดชาติหนึ่งเฉพาะแล้ว เมื่อเจอชาติอื่นอาวุธเป็นง่อยยิงไม่ได้ซะเมื่อไหร่ วันดีคืนดีชาติไหนมีปัญหาทางทะเลกับเขาก็อาจมีเรื่องเช่นกัน เราไม่สามารถบังคับให้เขาเลิกซื้ออาวุธได้ ทางที่ทำได้คือต้องรักษาอำนาจกำลังรบเปรียบเทียบเอาไว้ต่อรอง ผลกระทบจากทะเลจีนใต้นี่สำคัญมากนะครับ ชาติอื่นๆ เพิ่มประจำการยุทโธปกรณ์สมรรถนะสูงกันหมดเลย แม้แต่ชาติที่ไกลออกมาจากจุดร้อนแรงหน่อยอย่างมาเลเซียหรืออินโดนีเซีย
อีกประเด็นที่ไม่ค่อยมีคนกล่าวถึงคือการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์แบบเมกะโปรเจกท์นั้น ไม่เพียงแต่ต้องการได้อาวุธมาใช้งาน แต่เป็นการเกาะเกี่ยวมิตรประเทศตั้งแต่ในขั้นตอนของการเริ่มกระบวนการจัดหา ถ้าดูแค่ตอนจบอาจจะคิดแค่ว่าสุดท้ายจีนเป็นผู้หยิบชิ้นปลามัน แต่การให้ความสำคัญกับชาติใหญ่อื่นๆ ตั้งแต่ต้นมาเสนอมาสู้ราคานั้นเป็นการเจรจาธุรกิจระหว่างประเทศแบบสร้างมิตร โปรเจกท์นี้ไม่ได้ ยังมีโปรเจกท์อื่นมาเสนอกันอีก ไม่จำกัดสเปกจนเกินไป ในยามที่ไทยกับชาติตะวันตกมีความไม่เข้าใจกันหลายเรื่อง ช่องทางการเจรจาเรื่องอาวุธเป็นอีกช่องทางที่สำคัญในการแตะมือกันไว้ ไม่ต่างจากที่ถึงอเมริกาจะลดระดับความสัมพันธ์กับเราอย่างไรก็จะต้องมีคอบร้าโกลด์ไว้ เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์ขาด ในภายภาคหน้าเมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเราปกติแล้ว การสานต่อความสัมพันธ์จะกลับเข้าสู่ความราบรื่นโดยเร็ว



