ข่าว

อารยะขัดขืนต้าน‘โรงไฟฟ้าถ่านหิน’ขอใช้ชีวิตแลกทะเลอันดามัน

อารยะขัดขืนต้าน‘โรงไฟฟ้าถ่านหิน’ขอใช้ชีวิตแลกทะเลอันดามัน

13 ก.ค. 2558

อารยะขัดขืนต้าน‘โรงไฟฟ้าถ่านหิน’ ‘ขอใช้ชีวิตแลกกับชีวิตทะเลอันดามัน’ : ทีมข่าวภูมิภาค

               “1 ปีที่ผ่านมาเครือข่ายพยายามใช้ทุกวิถีทาง แต่ผู้มีอำนาจยังดึงดันสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน วันนี้เราพร้อมใจกันอดอาหารไปจนกว่ารัฐบาลจะประกาศยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหิน...มาถึงจุดนี้คงต้องใช้ชีวิตมาแลกกับอีกหลายชีวิต” 

               กระแสการต่อต้านของเครือข่ายปกป้องกระบี่จากถ่านหินด้วยวิธีการอดอาหารประท้วงเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม ถึงวันนี้แม้เวลาจะผ่านมาหลายวัน "ประสิทธิชัย หนูนวล" และ "อัครเดช ฉากจินดา" สองแกนนำจากเครือข่ายยังคงนั่งอดอาหารต่อต้านโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินหน้ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมเชิญชวนให้ผู้ที่เห็นด้วยกับการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินร่วมกันรักษาทะเลอันดามันด้วยการร่วมนำดอกไม้มาให้ทะเลอันดามัน เพื่อร่วมปกป้องทรัพยากรที่มีคุณค่า

               "ดอกไม้ให้ทะเลอันดามัน ขอเชิญชวนทุกท่านนำดอกไม้มาให้ทะเลอันดามันที่หน้ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถ้าวันนี้รัฐตั้งใจแล้วที่จะทำลายทะเลอันดามัน เราประชาชนต้องรักษามันไว้ เพราะมันเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของ กฟผ. ไม่ใช่ของหน้าตาไหนที่เสวยอำนาจรัฐอยู่ในขณะนี้ พวกผมจะอดอาหารต่อไป เรายินดีใช้ชีวิตแลกทะเลอันดามัน"

               ทั้งนี้ "อัครเดช" และ "ประสิทธิชัย" เปิดใจต่อ "คม ชัด ลึก" ว่า ประชาชนทุกคนต้องการโรงไฟฟ้าแบบสะอาด แต่ไม่เอาโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง วันนี้ไม่มีใครปฏิเสธการพัฒนา แต่ประชาชนในพื้นที่ขอเลือกเส้นทางการพัฒนาพลังงานที่ไม่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เพราะที่ผ่านมามีตัวอย่างให้เห็นอยู่แล้วที่แม่เมาะ และมาบตาพุด ดังนั้น ชาวบ้านจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายกระบี่หนึ่งในจังหวัดที่อุดมไปด้วยความงามจากทรัพยากรธรรมชาติลำดับต้นๆ ของโลกอย่างแน่นอน

               ส่วนแนวทางการอดอาหารประท้วงทั้งสองคนยืนยันอย่างหนักแน่นว่า "ต้องการปกป้องกระบี่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโลกให้รอดพ้นจากหายนะ"

               ประสิทธิ เล่าว่า เครือข่ายปกป้องอันดามัน เกิดจากความร่วมมือของสมาคมท่องเที่ยวหลายจังหวัดในฝั่งอันดามันเพื่อร่วมกันปกป้อง และสร้างความตื่นตัวในการรับรู้เกี่ยวกับพิษภัยของถ่านหิน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเครือข่ายลองมาแล้วทุกวิธี แต่ไม่ได้ผล เพราะไม่มีความสนใจในเรื่องนี้ โดยการอดอาหารประท้วงถือเป็นวิธีสุดท้ายที่จะปะทะกับรัฐบาลโดยตรง วันนี้ชีวิตของพวกเราขอแลกกับชีวิตที่อยู่รอดต่อไปในอนาคต ขอแลกกับความอยู่รอดของอันดามัน ส่วนตัวเชื่อว่า หลังจากนี้คนอันดามันจะลุกขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง หากล้มไปคนอื่นจะมาแทน

               ประสิทธิชัย ยืนยันว่า สิ่งที่พวกเขาต้องทำขณะนี้่คือ ใช้กระบวนการเพื่อสื่อให้รับรู้ถึงการหยุดสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบนพื้นที่การท่องเที่ยวของโลก ด้วยเหตุผลคือไม่อาจนำชีวิตคนนับแสน ธุรกิจนับร้อย การเกษตร และการประมง มาแลกกับกำไรทางธุรกิจของบริษัทถ่านหิน บริษัทที่ได้กำไรบนซากปรักหักพังของอันดามัน ที่ผ่านมาสิ่งที่ได้รับการสะท้อนก็คือ นักท่องเที่ยวต่างชาติถามเสมอว่า คนไทยกำลังคิดอะไรอยู่ จึงเอาโรงไฟฟ้าถ่านหินมาสร้างในพื้นที่การท่องเที่ยวของโลก

               "ความหายนะทางการท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่องจะกระทบมหาศาล จะเกิดขึ้นในอนาคต สวนทางกับรัฐบาลประกาศว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะกลายเป็นรายได้หลักของประเทศ แต่กลับไม่ทำอะไรเลยกับกระทรวงพลังงานที่ประกาศสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่อันดามัน สำหรับทางออกเรื่องนี้ มีมากมายหลายทาง หากไม่ปิดทางตัวเองว่าต้องเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน หากไม่มีนัยซ่อนเร้นกับผู้ค้าถ่านหิน และหากลืมตาดูความเป็นไปของโลก ก็จะพบความจริงว่าโลกไปไกลแล้วเรื่องพลังงานสะอาด" ประสิทธิชัย กล่าว
       
               ไม่แตกต่างจาก อัครเดช บอกว่า ทุกคนจะนั่งอดอาหารกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ  แม้วันนี้มีใครล้มไปก็จะมีคนมานั่งแทนต่อไปเรื่อยๆ มาถึงจุดนี้คงยอมกันไม่ได้ที่จะให้กระบี่ หรืออันดามันต้องเจอกับพิษภัยจากถ่านหิน ขณะนี้เครือข่ายกำลังดูว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างไร ท่านจะเลือกรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ความสวยงามระดับโลก วิถีชีวิตของชาวบ้าน หรือโรงไฟฟ้ากันแน่” อัครเดช อธิบาย

               อัครเดช ยืนยันว่า หากโรงไฟฟ้าถ่านหินนี้เกิดขึ้นได้ สิ่งที่จะตามมาทันที คือ ผลกระทบกับนักท่องเที่ยวที่มาจากทั่วโลก เพราะสาเหตุที่นักท่องเที่ยวต้องการมาเที่ยวกระบี่ และอันดามัน เนื่องจากทุกคนรับรู้ถึงความงดงามทางธรรมชาติ พลังงานถ่านหินไม่เป็นที่ต้องการ เพราะในต่างประเทศต่างยกเลิกพลังงานถ่านหินกันไปหมดแล้ว แต่ไม่ทราบเหตุผลว่า ทำไมประเทศไทยถึงเร่งรีบเรื่องถ่านหิน
 
               “กระบี่เป็นพื้นที่ได้รับความคุ้มครองเป็นแหล่งชุ่มน้ำสำคัญระดับโลก หรือแรมซาร์ไซต์ สิ่งนี้จะคงอยู่ต่อไปหรือไม่ในวันที่ไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้น เมื่อเดินเครื่องโรงไฟฟ้า กลุ่มท่องเที่ยวจบแน่ๆ ประมงพื้นบ้าน จะทำอย่างไร กระบี่จะอยู่อย่างไร โรงไฟฟ้ามูลค่า 5 แสนล้านบาท กับรายได้ท่องเที่ยวในอนาคตจะมากกว่านี้แน่ แนวคิดยุทธศาสตร์จังหวัดที่ว่ากระบี่โกกรีน กำลังถูกทำลาย”

               อัครเดช ชี้แจงต่อว่า จากตัวเลขการผลิตไฟฟ้าถูกซ่อนเร้น จำนวนไฟฟ้า 100 ของกระบี่ เราผลิตได้เองถึง 400 และใน 47 เปอร์เซ็นต์นั้นผลิตจากโรงน้ำมันปาล์มที่กระจายอยู่ทั้งจังหวัด รัฐควรส่งเสริมในเรื่องระบบสายส่ง เพราะกระบี่มีขีดความสามารถด้านนี้มาก หากรัฐส่งเสริมโรงไฟฟ้าจากน้ำมันปาล์มทั้งหมดเชื่อว่า จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 2,000 เมกะวัตต์ เท่ากับโรงไฟฟ้าถ่านหิน 3 โรง

               "วันนี้เรามีทางเลือกที่ดีกว่าเหตุใดจึงไม่เลือก เรารณรงค์กระบี่โกกรีนมาแล้วนับสิบปี เป็นทิศทางที่จะประเมินค่าไม่ได้กับมูลค่าของโรงไฟฟ้า เมื่อใดที่รัฐบาลเดินเครื่องเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จบแน่ๆ คือ การท่องเที่ยว ดังนั้นต้องปกป้องไม่ให้เกิดหายนะกับกระบี่ เพื่อลูกหลานได้มีที่อยู่อาศัย" อัครเดช ยืนยัน

               ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินกำลังสร้างความหนักใจให้ฝ่ายความมั่นคงไม่น้อย เพราะแรงกดดันดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวจากกลุ่มองค์กรต่างๆ เป็นวงกว้าง ทั้ง กระบี่ สงขลา ตรัง รวมไปถึงเครือข่ายท่าศาลารักษ์บ้านเกิด เครือข่ายปกป้องลุ่มน้ำปากพนัง เครือข่ายขาหุ้นปฏิรูปพลังงานก็เริ่มขยับตัว เพื่อแสดงออกถึงการสนับสนุนการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ
 
               นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ อ.จะนะ จ.สงขลา ออกจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สอบถามแบบตรงๆ ว่า “ทำไมต้องเป็นกระบี่” ทั้งๆ ที่กระบี่ เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอันดามัน ผลกระทบจากมลพิษจะทำลายการท่องเที่ยว ผลกระทบจากอุบัติเหตุการขนส่งถ่านหินที่ไม่รู้จะเกิดขึ้นเมื่อไร จะสร้างหายนะต่อภาคเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของคนในพื้นที่ แต่กลับไม่ได้รับการใส่ใจรับฟังเสียงสะท้อนนี้จากรัฐบาล 

               "ขอให้ท่านแสดงจุดยืนในฐานะผู้นำด้านนโยบายการท่องเที่ยวของประเทศไทยในการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่อย่างเปิดเผย อย่าให้ถ่านหินสีดำมาทำลายหาดทรายขาว น้ำทะเลใส และอากาศที่บริสุทธิ์ โดยเฉพาะใน จ.กระบี่ ทั้งนี้ การที่กระทรวงพลังงาน จะสนับสนุนถ่านหินนั้นเป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ แต่การที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไม่มีจุดยืนใดๆ ต่อการปกป้องการท่องเที่ยวนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ หากไม่มีจุดยืนในด้านการปกป้องหายนะของการท่องเที่ยวอันดามันจากถ่านหิน ก็ควรที่ท่านจะลาออกไปให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน วันนี้ขอเรียกร้องให้จัดเจ้าหน้าที่มาดูแล 2 ผู้กล้าปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ที่อดข้าวประท้วงที่หน้ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ปลอดภัยจากการคุกคามใดๆ ทั้งจากฝ่ายความมั่นคง และกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงต่อตัวแทนผู้กล้าจากเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินทั้ง 2 ท่าน" นพ.สุภัทร ระบุ
 
               จากผลการคัดค้านโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินดังกล่าว หากรัฐบาลยังลังเลเมินเฉยต่อเสียงคัดค้านของประชาชนในพื้นที่เชื่อว่า กระแสการต่อต้านโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินอาจจะลุกลามการเป็นไฟกองใหญ่ถาโถมใส่รัฐบาลอย่างไม่คาดคิด