
โค้งสุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญ
โค้งสุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญโดยสำนักข่าวเนชั่น
เข้าสู่ “โค้งสุดท้าย” ของกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ตลอดสัปดาห์นี้คณะกรรมาธิการจะเก็บตัว 7 วัน 7 คืน อยู่ที่พัทยาเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จเรียบร้อย
เนื่องจากจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงต้องทำงานโดยยึดกรอบเวลาเดิม คือ ต้องร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จและพร้อมส่งให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ภายในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้
แต่ทางคณะกรรมาธิการก็เชื่อว่าน่าจะมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไขเพิ่มเติมก่อนวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ หากเป็นเช่นนั้นคณะกรรมาธิการก็จะขอขยายเวลาในการทำงานออกไปอีก 30 วัน ตามที่มีการแก้ไขในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งกรรมาธิการบอกว่า จริงๆ คณะกรรมาธิการไม่จำเป็นต้องขยายเวลา เพราะทำงานเสร็จทันอยู่แล้ว แต่ที่จะขอขยายเวลาเพราะอยากให้ สปช.มีเวลาในการทำงานต่อไปอีก 30 วัน ไม่เช่นนั้น สปช.จะต้องหมดวาระไปตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม เพราะในร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ สปช.ต้องหมดวาระทันทีหลังจากให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ
สำหรับช่วงโค้งสุดท้ายที่คณะกรรมาธิการไปเก็บตัวที่พัทยานั้น ประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง โดยเฉพาะข้อเสนอของ ครม.ที่ให้มี “คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ” ซึ่งมีกรรมการ 20 คน ได้แก่ ประธานรัฐสภา, นายกฯ, ประธานศาลฎีกา, อดีต ปธ.รัฐสภา อดีตนายกฯ และอดีตปธ.ศาลฎีกา เลือกกันเองตำแหน่งละ 1 คน, ผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน และผู้นำเหล่าทัพทุกคน คือ ผบ.ทสส. ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ.และ ผบ.ตร.
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีการมองข้ามช็อตไปถึงเรื่องการทำ “ประชามติ” ที่เปิดให้ สปช. และสนช. ตั้งคำถามควบคู่ไปกับการทำประชามติเรื่องร่างรัฐธรรมนูญด้วย
2 คำถามที่มาแรง คือ “ต้องการให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งหรือไม่?” และ “ให้คนนอกเป็นนายกฯ ได้หรือไม่?” โดยคำถามแรกทาง สปช.โดยเฉพาะ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ประกาศเอาไว้ชัดเจนนานแล้วว่าจะเสนอคำถามนี้ให้มีการทำประชามติ ขณะที่คำถามหลังถูกเปิดออกมาจากรองประธาน สนช. “สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ถามว่าในเมื่อร่างรัฐธรรมนูญล่าสุดก็กำหนดอยู่แล้วว่าให้ “คนนอก” เป็นนายกฯ ได้ และมีแนวโน้มว่าสุดท้ายก็คงออกมาเช่นนั้น แล้วจะทำประชามติเรื่องนี้อีกทำไม? มีคำอธิบายว่า เพราะต้องการให้ประชาชนออกความเห็นชัดๆ เลยว่าต้องการหรือไม่ หากเสียงประชามติออกมา “ต้องการ” จะได้เป็นการยืนยัน จะได้ไม่ต้องมาโต้เถียงกันอีก แต่ถ้าผลประชามติบอกว่า “ไม่ต้องการ” จะได้ไปแก้ร่างรัฐธรรมนูญตัดประเด็นนี้ออกไป
เรื่องปฏิรูปก่อนเลือกตั้งก็เช่นกัน หากผลประชามติบอกให้ปฏิรูปก่อน ก็ต้องไปแก้ไขบทเฉพาะกาลเพื่อขยายวันเลือกตั้งออกไป
เรียกว่าเป็นการประชามติเพื่อยืนยันหรือแก้รัฐธรรมนูญกันอีกรอบ!!



