
ธีรยุทธ์งงข่าวสปช.เสนอตั้งรบ.แห่งชาติ
ธีรยุทธ์งงข่าวสปช.เสนอตั้งรบ.แห่งชาติ สปช.-สนช.ถกสถานการณ์บ้านเมือง เดินหน้าหนุนปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง กล่อม สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ
12 ก.ค.58-นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวกรณีกระแสข่าวว่าสปช.เตรียมเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รัฐบาลและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กำหนดรัฐบาลแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีคนกลางไว้ในบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญใหม่ ว่า ทันทีที่ทราบข่าวจากทางหน้าหนังสือพิมพ์ก็รู้สึกงงและแปลกใจมาก มันเลื่อนลอยมากแบบไม่รู้ว่าแนวทางดังกล่าวมีต้นตอและที่มาจากที่ใด ซึ่งข้อเสนอนี้แตกต่างจากการเสนอเปิดบ่อนกาสิโน เนื่องจากข้อเสนอนี้เรารู้ตัวตนว่ามาจากสปช.กลุ่มรักชาติ จำนวน 12 คน แต่ข้อเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติและตั้งนายกฯคนกลางไม่มีที่มาและไม่รู้ตัวตนว่าเป็นสปช.คนใดทั้งสิ้น ถ้าหากรู้ว่าเป็นสปช.กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ก็ว่ากันไป แต่นี่ไม่รู้เลยว่าเป็นใคร อีกทั้งขณะนี้แนวทางดังกล่าวก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์และคัดค้านว่าว่าอาจจะไม่เหมาะสมหากมีการผลักดันจริง
สปช.-สนช.ถกสถานการณ์บ้านเมือง
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มอดีตส.ว.ทั้งกลุ่ม 40 ส.ว. และอดีตส.ว.สรรหา ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกสนช.และสปช.ในปัจจุบันได้นัดประชุมและรับประทานอาหาร เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นการทำงานเรื่องสถานการณ์การเมือง และการยกร่างรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการนัดหมายพบปะกันเป็นประจำ เมื่อยามว่าง ไม่ได้มีวาระเรื่องการล็อบบี้การยกร่างรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด เพราะไม่สามารถไปล็อบบี้อะไรได้อยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมรับประทานอาหารร่วมกันระหว่างสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)ดังกล่าว มีสนช.และสปช. มาร่วมงานประมาณ 20 กว่าคน อาทิ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่หนึ่ง นายสมชาย แสวงการ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านถนนพระรามหก โดยได้หารือกันถึงสถานการณ์บ้านเมือง และการยกร่างรัฐธรรมนูญ และมีการประเมินสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่า ในเรื่องการปฏิรูปประเทศนั้น ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีการวางรากฐานเรื่องการปฏิรูปประเทศที่สำคัญในระยะยาว 5 เรื่อง ได้แก่ 1.การทำให้การเลือกตั้งสุจริต 2.การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น 3.การตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ 4.การปฏิรูปตำรวจ 5.การปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น เรื่องเหล่านี้ควรดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนจัดการเลือกตั้ง เพราะหากไม่ทำในโอกาสนี้ จะหมดโอกาสที่จะทำในสมัยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ประชุมจึงเห็นตรงกันว่า รัฐบาลควรผลักดันการปฏิรูป 5 เรื่องนี้ให้เสร็จก่อน จึงจัดการเลือกตั้ง มิเช่นนั้นแล้ว ปัญหาเหล่านี้จะกลับมาทิ่มตำคนที่ทำรัฐประหารว่า มีอำนาจแล้ว เหตุใดจึงไม่ยอมแก้ปัญหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนเรื่องร่างรัฐธรรมนูญนั้น ที่ประชุมวิเคราะห์ว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจากสปช.แล้ว จะผ่านการทำประชามติจากประชาชนอย่างแน่นอน เพราะพรรคการเมืองต้องการลงสนามเลือกตั้งโดยเร็ว จะช่วยรณรงค์การทำประชามติผ่าน โดยไม่สนใจกติการัฐธรรมนูญใหม่จะออกมาดีหรือไม่ และเมื่อการทำประชามติผ่านแล้ว จะเริ่มต้นนับถอยหลังรัฐบาลไปสู่การเลือกตั้ง ทำให้โอกาสผลักดันการปฏิรูปประเทศที่สำคัญ 5 เรื่อง หยุดชะงัก เป็นไปได้ยาก ซึ่งที่ประชุมเป็นห่วงเรื่องการเลือกตั้ง โดยที่ยังไม่มีการปฏิรูปประเทศ ดังนั้นจึงขอให้สมาชิกไปช่วยกันไปสร้างความเข้าใจกับสมาชิกสปช.คนอื่นๆว่า หากสปช.ลงมติผ่านร่างรัฐธรรมนูญ โดยที่ประเทศยังไม่มีความพร้อมในการปฏิรูป ทุกอย่างจะล้มเหลว เพราะสิ่งที่เป็นปัญหาในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้สำเร็จลุล่วง สุดท้ายแล้วอาจทำให้วงจรการทำรัฐประหารกลับมาอีก จึงอยากให้การลงมติของสปช.คำนึงถึงอนาคตของประเทศในวันข้างหน้าด้วย
กมธ.ยกร่างฯเตรียมถกหมวดศาล
นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึง ความคืบหน้าการพิจารณาบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ว่า ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ทางกมธ.ยกร่างฯจะเดินทางไปประชุมพิจารณาร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรานอกสถานที่ที่โรงแรมเอเชีย พัทยา จ.ชลบุรี โดยเนื้อหาที่จะนำไปหารือในครั้งนี้ก็จะเป็นบทบัญญัติรายมาตราในภาค 3 หลักนิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง รวมทั้งบทบัญญัติบางมาตราที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ และเป็นการทบทวนเนื้อหาสาระทั้งหมดให้เกิดความรอบคอบอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นจึงคาดว่ากระบวนการทุกอย่างน่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จในช่วงการประชุมนอกสถานที่ในครั้งนี้
ส่วนประเด็นที่ทางคณะผู้พิพากษาทำหนังสือคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญในหมวดศาลยุติธรรมนั้น เรายืนยันว่าเราจะนำความเห็นที่แต่ละฝ่ายเสนอมาประกอบการพิจารณา เราไม่กังวล เนื่องจากเราทำหน้าที่และตัดสินใจด้วยความรอบคอบ อีกทั้งประเด็นนี้ทางกมธ. ยกร่างฯก็ได้มีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในชั้นของการดำเนินการรายประเด็นแล้วโดยมีความเห็นร่วมกันว่าก็คงไว้ตามเดิม จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว ทั้งนี้ หากดูจากมาตราก็คาดว่าประเด็นดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของกมธ.ยกร่างฯในวันที่ 13 ก.ค.นี้
นายคำนูณ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าสปช.จะเสนอให้เขียนจะกำหนดรัฐบาลแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีคนกลางไว้ในบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีฝ่ายใดทำหนังสือถึงกมธ.ยกร่างฯ แต่มองว่ารัฐธรรมนูญไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลแห่งชาติ แต่ถ้ามีคนเสนอทางกมธ.ยกร่างฯก็คงต้องมีการพิจารณาอีกครั้ง
ปชช.มองปัญหารุมรัฐบาลเป็นเรื่องสะสมมานาน
สวนดุสิตโพลเผยผลการสำรวจความเห็นประชาชนในสัปดาห์นี้ว่า ปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่รุมเร้ารัฐบาล ณ วันนี้ ทั้งในแง่ของภัยแล้ง การประท้วงของนักศึกษาข้าวของแพง เศรษฐกิจตกต่่า และอีกหลายปัญหาที่รอให้รัฐบาลแก้ไข เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน กรณีความเชื่อมั่น/ความมั่นใจต่อการท่างานของรัฐบาลที่จะฝ่าวิกฤตต่างๆเหล่านี้อย่างไรบ้าง “สวนดุสิตโพล”มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จึงได้ส่ารวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศเรื่อง“ปัญหารุมเร้ารัฐบาล” ในทัศนะประชาชน จำนวน1,339 คน ระหว่างวันที่6-11 กรกฎาคม 2558 สรุปผลได้ ดังนี้
1. ประชาชนคิดอย่างไร? กับ กรณีที่มีปัญหาและอุปสรรคต่างๆรุมเร้ารัฐบาล ณ วันนี้
อันดับ 1 เป็นเรื่องที่สะสมมานาน มีปัญหารุมเร้าทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ 76.47%
อันดับ 2 หากไม่รีบแก้ไข อาจส่งผลกระทบในหลายด้าน โดยเฉพาะรัฐบาลและความมั่นคงของประเทศ 74.68%
อันดับ 3 รู้สึกเห็นใจ แต่รัฐบาลยังคงต้องท่าหน้าที่ต่อไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม 71.40%
อันดับ 4 เป็นเรื่องปกติที่ทุกรัฐบาลจะต้องเจอ บ้านเมืองมีเรื่องที่ต้องให้แก้ปัญหาอีกมาก 69.45%
อันดับ 5 เป็นบทพิสูจน์ความสามารถและความเข้มแข็งของรัฐบาล 62.06%
2. ประชาชนคิดว่ารัฐบาลควรด่าเนินการอย่างไร? จึงจะสามารถฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคต่างๆได้
อันดับ 1 ต้องจัดล่าดับความส่าคัญของปัญหาและเร่งเดินหน้าแก้ไขโดยเร็ว 73.41%
อันดับ 2 ท่างานด้วยความจริงใจ ตรงไปตรงมา ไม่เข้าข้างฝ่ายใด สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน 68.78%
อันดับ 3 ขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหา เสริมสร้างความสามัคคี 66.17%
อันดับ 4 กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่าให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 64.97%
อันดับ 5 มีนโยบายที่ชัดเจน มีทีมงานที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาให้ตรงจุด 56.39%
3. ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆที่รุมเร้ารัฐบาลขณะนี้ได้อย่างไร?
อันดับ 1 เป็นพลเมืองดี ปฏิบัติตามหน้าที่ ไม่สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายให้กับสังคม 82.00%
อันดับ 2 ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ให้ความช่วยเหลือตามก่าลังและความสามารถ 78.34%
อันดับ 3 ช่วยเป็นหูเป็นตา ดูแลสอดส่องสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล สิ่งผิดปกติในชุมชนหรือที่อยู่อาศัย 71.17%
อันดับ 4 ช่วยแนะน่า บอกต่อในสิ่งที่ดี เป็นประโยชน์ ปลูกจิตส่านึกที่ดีให้กับลูกหลาน 67.51%
อันดับ 5 ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ต้องท่าใจ ฝ่าวิกฤตต่อไปให้ได้ 66.54%
4. จากสถานการณ์ที่รุมเร้ารัฐบาลต่างๆเหล่านี้ มีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลมากน้อยเพียงใด?
อันดับ 1 เชื่อมั่นเท่าเดิม 59.90%
เพราะ เชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรี การบริหารบ้านเมืองเป็นเรื่องยาก ต้องอาศัยเวลา มีหลายเรื่องที่รัฐบาล
ด่าเนินการแล้วดีขึ้น บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย การท่างานเป็นไปตามโรดแมปที่วางไว้ ฯลฯ
อันดับ 2 เชื่อมั่นมากขึ้น 24.02%
เพราะ ทั้งนายกฯและรัฐบาลมีความมุ่งมั่นตั้งใจ พยายามที่จะแก้ปัญหาต่างๆให้ดีขึ้น รัฐบาลเข้มแข็ง มีประสบการณ์มากขึ้น เป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลได้พิสูจน์ความสามารถและผลงานสู่ประชาชน ฯลฯ
อันดับ 3 เชื่อมั่นลดลง 16.08%
เพราะ สภาพเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น ประชาชนอยู่อย่างล่าบาก ได้รับความเดือดร้อนจากสินค้าแพง มีการเคลื่อนไหว ทางการเมืองมากขึ้น ต่างชาติยังไม่เชื่อมั่น ฯลฯ
5. ประชาชนอยากบอกนายกรัฐมนตรีกรณี “ปัญหารุมเร้ารัฐบาล” อย่างไรบ้าง?
อันดับ 1 ขอให้มีสติ ใจเย็น อดทน ไม่หลงไปตามกระแสสังคมหรือเสียงวิพากษ์วิจารณ์ 82.97%
อันดับ 2 ยึดมั่นในความถูกต้อง ยุติธรรม ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นประชาธิปไตย 81.25%
อันดับ 3 ต้องรับฟังและพูดคุย ชี้แจงให้ประชาชนรู้และเข้าใจถึงสถานการณ์ที่ก่าลังเผชิญอยู่ 77.60%
อันดับ 4 อยากให้แก้ปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นอย่างแรก 63.41%
อันดับ 5 ขอเป็นก่าลังใจให้ทุกคนไม่ว่าจะรัฐบาลหรือคนไทยด้วยกัน ต้องเป็นก่าลังใจให้แก่กัน 58.78%



