ข่าว

‘รัฐบาล’ย้ำทำดีที่สุดแล้วแก้ปัญหา‘อุยกูร์’

‘รัฐบาล’ย้ำทำดีที่สุดแล้วแก้ปัญหา‘อุยกูร์’

12 ก.ค. 2558

'รัฐบาล' ย้ำ ทำดีที่สุดแล้ว แก้ปัญหา 'อุยกูร์' เชื่อสถานการณ์คลี่คลาย ขอทุกฝ่ายยึดหลักเหตุผลมากกว่าอารมณ์ 'บิ๊กโด่ง'สั่งเกาะติดหลังไทยส่งอุยกูร์กลับจีน

 
          วันที่ 12 ก.ค.58 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการดำเนินการกับชาวอุยกูรย์ที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายว่า มั่นใจว่ารัฐบาลไทยดำเนินการทุกอย่างถูกต้องเหมาะสมที่สุดแล้ว ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นการตัดสินใจของรัฐบาล
 
          “เมื่อผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และมีหลักฐานว่าเคยกระทำผิดในประเทศอื่นมาก่อน รวมทั้งพิสูจน์สัญชาติแล้วว่าเป็นพลเมืองของประเทศนั้น ประเทศไทยก็ไม่มีทางเลือกเป็นอื่นที่จะต้องส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง และอยากถามประเทศที่ประณามไทยเช่นกันว่า หากมีผู้กระทำผิดกฎหมายร้ายแรงจากประเทศหนึ่งหลบหนีมาพำนักในประเทศของท่าน จะดำเนินการส่งตัวกลับไปดำเนินคดียังประเทศต้นทาง หรือสนับสนุนให้ส่งต่อไปยังที่อื่น” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
 
          พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ในทางกลับกัน ถ้าเป็นผู้กระทำผิดในประเทศของท่าน แล้วหลบหนีไปประเทศอื่น ท่านต้องการให้ส่งตัวกลับไปรับโทษในประเทศของท่านหรือไม่ คำตอบนั้นชัดเจนด้วยหลักเหตุผลที่สมบูรณ์ จึงไม่มีความเหมาะสมใดๆ เลยที่จะกล่าวร้ายต่อการปฏิบัติของประเทศไทย และในส่วนผู้ที่พิสูจน์แล้วว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับการก่อคดีใดๆ รวมทั้งผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว ประเทศไทยก็ดำเนินการดูแล ส่งไปยังประเทศปลายทางตามประสงค์อย่างปลอดภัย โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนเสมอมา
 
          พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า เชื่อว่าสถานการณ์ความไม่พอใจ จะคลี่คลายลงได้ เมื่อทุกฝ่ายยึดหลักเหตุและผล มากกว่า ใช้อารมณ์ และเคารพต่อกฎหมายทั้งภายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งมีความพยายามร่วมมือกันที่จะทำให้สถานการณ์เป็นปกติโดยเร็ว




วอนสื่อร่วมสร้างความเข้าใจ-เปิดช่ององค์กรเข้าร่วมสังเกตการณ์
 
          พลตรีวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่สื่อจีนและสื่อต่างประเทศ เสนอข่าวและภาพทางการจีนคุมตัว อุยกูร์ ด้วยการคลุมถุงดำใส่กุญแจมือประกบตัวต่อตัวบนเครื่องบิน ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่า คนมองภาพก็จะคิดไปต่างๆ นานา แต่ควรน่าจะเข้าใจว่า ในสถานการณ์แบบนั้น ถ้าไม่ควบคุมให้รัดกุมบนเครื่องบิน หากเกิดการต่อสู้หรือพยายามจะจี้เครื่องบิน แล้วจะเกิดผลจะร้ายแรงแค่ไหน ขณะเดียวกันจีนระบุว่า ในจำนวนนี้ มีคนที่เชื่อมโยงกับ ขบวนการการก่อการร้ายด้วย จึงต้องคุมเข้ม ดังนั้นจึงขอความร่วมมือสื่อไทยในการเสนอข่าว เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด เพราะมันเป็นเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยบนเครื่องบินของทางการจีน ส่วนเรื่องคดีทางการจีน ยืนยันกับรัฐบาลไทยแล้วว่า จะให้ความเป็นธรรม ใครเกี่ยวข้อง หรือไม่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ไทยองค์กรต่างๆส่งตัวแทนไปร่วมสังเกตุการณ์ได้
 


จับผิดตป.เล่นงานไทยส่งอูยกูร์กลับจีน

          นายสมชาย แสวงการ รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์สหรัฐและนานาชาติร่วมประนามไทยว่า น่าเป็นความผิดปกติอย่างตั้งใจเล่นงานไทยมากกว่าเนื่องจากก่อนหน้านี้ประเทศไทยส่งชาวอุยกูร์ 172 คนไปประเทศตุรกี ทางสหรัฐ อียู ยูเอ็นเอชซีอาร์ ไม่โวยวายว่าละเมิดสิทธิส่งคนจีนไปให้ตุรกี แต่ทันทีที่ประเทศไทยส่งชาวอุยกูร์ 109 คน ที่บางคนต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุร้ายในซินเกียงออกจากไทยปรากฏว่า ม็อบที่ตุรกีร์นำโดยผู้นำอุยกูร์ที่สหรัฐหนุนหลังก็พากำลังบุกไปสถานกงสุลไทยเกือบทันที ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแห่งชาติตุรกีร์ที่มีหน้าที่เฝ้าสถานกงสุลหายไปไหน และหลังจากเกิดเหตุขึ้นทางสหรัฐ และ อียู ยูเอ็นเอชซีอาร์ ควรจะตำหนิตุรกีที่ปล่อยให้บุกพังสถานกงสุลไทยเพราะถือเป็นสถานการณ์ที่อันตรายต่อทุกชาติอย่างยิ่ง แต่กลับออกเเถลงการณ์เล่นงานไทยทันที

          นายสมชาย กล่าวว่า นอกจากนี้ทางรัฐบาลตุรกีควรจะขอโทษรัฐบาลไทยที่ปล่อยให้ม็อบบุกพังสถานทูตไทย แต่กลับออกแถลงการณ์โจมตีประเทศไทย. ทั้งๆที่ตุรกีรู้ดีว่าบุคคลที่ไทยส่งกลับจีนเป็นไปตามคำร้องขอของจีนในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุร้ายเพื่อกลับไปสอบสวนดำเนินคดีตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามเเดน ซึ่งตุรกีกลับทำพาสปอร์ตทั้งหมดให้ชาวอุยกูร์เหล่านั้นทุกคน โดยอ้างว่าเป็นชาวตุรกี ทั้งๆที่ชัดเจนว่าคนเหล่านั้นเเม้มีเชื้อชาติเผ่าพันธุ์สืบสายมาจากตุรกี โดยคนทั้งหมดเป็นคนที่เกิดในเเผ่นดินจีน เช่นเดียวกับคนไทยที่เกิดในสหรัฐ ในอังกฤษ หรือคนจีน ที่มาเกิดในเเผ่นดินไทย ก็คือคนไทยเชื้อสายจีน  

          นายสมชาย กล่าวว่า สหรัฐเองก็เคยขอร้องเเกมบีบรัฐบาลไทยให้ส่งชาวต่างชาติที่ไม่ใช่อเมริกันไปสหรัฐ เท่าที่จำได้คือฮัมบาลี ชาวมุสลิมเเละวิคเตอร์ บูทชาวรัสเซีย ไม่เห็นว่าสหรัฐ อียูจะโวยวายอะไรไทยว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนขณะที่ยูเอ็นเอชซีอาร์เป็นตัวการที่ช่วยเหลือคนทำผิดในไทยหลายคนไปเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองในนิวซีเเลนด์เเละฝรั่งเศส
 
 
'บิ๊กโด่ง'สั่งเกาะติดหลังไทยส่งอุยกูร์กลับจีน


             พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและผบ.ทบ. กล่าวถึงปัญหาการส่งกลับอุยกูร์ว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตีท่านมีความตั่งใจในการแก้ปัญหา แต่มีความระมัดระวังในฐานะฝ่ายความมั่นคงเองก็ต้องติดตามสถานการณ์ด้านการข่าว ซึ่งตนได้มอบหมายให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส.)เฝ้าสังเกตุพร้อมที่จะคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งสถานการณ์ภายในประเทศก็ไม่มีอะไร คิดว่าทางกระทรวงการต่างประเทศพยายามสร้างความเข้าใจในส่วนต่างๆที่เกี่ยวกับต่างประเทศ พยายามสร้างความเข้าใจเพราะเราได้ดำเนินการภายใต้ข้อมูลหลักฐานที่เรามีก็ควรปฏิบัติตามนั้น

             พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เราคงไม่สามารถปล่อยให้ผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ผู้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่ไม่ถูกต้อง หรือผู้หลบหนีภัยจากการสู้่รบตามแนวชายแดนทางด้านตะวันตกจำนวนมาก อยู่ไปได้เรื่อยๆเราต้องแก้ไขเพราะมันเป็นปัญหา เราต้องแก้ไขให้ถูกต้องโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งรัฐบาลก็คำนึงถึงตรงนี้ แต่ก็ต้องดำเนินการกฎหมายของเราตามความเหมาะสม ไม่ใช่ปล่อยให้อยู่กันดดยที่ไม่มีแนวทางเลยคงไม่ได้ ซึ่งการดำเนินการก็ระมัดระวัง แต่คงต้องทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย