
จับสัญญาณ 'รัฐบาลแห่งชาติ'
12 ก.ค. 2558
คม วิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : จับสัญญาณ 'รัฐบาลแห่งชาติ' : โดย...อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ
ภายหลังจากศาลทหารยกคำร้องขอฝากขังต่ออีกหนึ่งผัดของตำรวจ ส่งผลให้ 14 นักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ได้รับการปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข หลายคนมองว่า ที่ต้องปล่อยเพราะรัฐบาลต้องการลดกระแสกดดัน เพราะนับตั้งแต่วันที่พวกเขาเข้าจับกุมนักศึกษากลุ่มนี้ แรงเสียดทานก็เข้ามาปะทะกับรัฐบาลในทุกๆ ด้าน
แม้กิจกรรมที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นจะถูกปรามาสว่าจุดไม่ติด มีคนเข้าร่วมเป็นคนหน้าเดิม แต่สิ่งที่ไม่มีใครสามารถประเมินได้คือ กระแสนี้ได้จุดติดในใจคนมากมายเพียงใด หลายคนอาจมีประกายความคิดเพียงแต่ยังไม่กล้าออกมาร่วมเคลื่อนไหวเท่านั้น
และนี่คือสิ่งที่น่ากังวลสำหรับผู้มีอำนาจ เพราะวันนี้ แม้ว่าจะยังไม่เห็นกระแสที่รุนแรงมากนัก แต่หากปล่อยปละละเลยเพลิงก็อาจโหมกระหน่ำและกลายเป็นหายนะของผู้ถืออำนาจได้
ดังนั้นการดับไฟเสียก่อนที่จะลาม จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด และการที่ปล่อยตัวครั้งนี้พวกเขาก็ไม่ได้เสียหายอะไรมากนัก เพราะเป็นเพียงการปล่อยตัวเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าคดีสิ้นสุดลง อัยการยังคงทำคดีเพื่อฟ้องต่อไป และที่สำคัญประกาศและคำสั่ง คสช.ก็ยังคงอยู่ หากกลุ่มดังกล่าวยังคงเคลื่อนไหว พวกเขาก็อาจถูกจับกุมได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามการไม่หักหาญจับนักศึกษาขังคุกไปเรื่อยๆ ก็ยังถูกมองว่าเป็นสัญญาณที่ดี โดยเฉพาะเป็นสัญญาณปรองดองจากผู้มีอำนาจในขณะนี้
ยิ่งไปดูก้าวย่างในช่วงที่ผ่านมา ย่อมเห็นท่าทีที่เอื้อไมตรีมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นการเอื้อแบบผู้มีอำนาจเหนือกระทำต่อผู้ที่อยู่ในสถานะด้อยกว่าก็ตาม
เริ่มด้วยการออกมาเปิดเผยจาก พล.ต.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองเลขาธิการ คสช. และหัวหน้าศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ที่ระบุว่าจะเชิญ ทั้ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สองอดีตนายกรัฐมนตรี มาช่วยให้ความคิดเห็นในการปฏิรูปผ่านรายการเดินหน้าปฏิรูป ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 และช่อง 11 ทุกวันพุธ เวลา 21.00-22.00 น. จากที่ก่อนหน้านี้เคยเชิญทั้ง จาตุรนต์ ฉายแสง และ พิชัย นริพทะพันธุ์ มาแล้ว
ซึ่งนี่เป็นการเอื้อนเอ่ยให้ทั้งสองพรรคการเมืองเข้ามาร่วมอย่างเป็นทางการครั้งแรก และที่สำคัญเป็นการพูดต่อหน้าสาธารณะผ่านทางโทรทัศน์ แม้ว่าจะเป็นคนละคราวก็ตาม ซึ่งเมื่อเราได้สอบถามไปทั้งสองฝ่าย ต่างก็มีแนวโน้มความเป็นได้ที่ทั้งสองจะเข้าร่วม
โดย “อภิสิทธิ์” ยอมรับว่าได้รับการติดต่อจากทหารจริงและมีการนัดหมายว่าจะให้ไปบันทึกเทปในวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม เวลา 13.00 น. ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ซึ่งเขายืนยันว่าจะไปร่วมด้วยอย่างแน่นอน
ขณะที่ฟากฝั่งของ “ยิ่งลักษณ์” ยังไม่ชัดเจนว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ โดย “ก่อแก้ว พิกุลทอง” อดีต ส.ส.เพื่อไทย และแกนนำ นปช. ก็ออกมาระบุว่า เชื่อว่าหากชวน “ยิ่งลักษณ์” ก็คงไปร่วม เพราะที่ผ่านมาก็ให้ความร่วมมือ คสช.ด้วยดีมาตลอด เรื่องที่เป็นประโยชน์กับประเทศไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรเชื่อว่า "ยิ่งลักษณ์" พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
แต่ด้าน “สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล” อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กลับระบุว่า “ยิ่งลักษณ์” คงไม่ไปร่วม
จึงต้องขึ้นกับว่าทหารจะส่งเทียบเชิญอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ เมื่อนั้นเราจึงจะเห็นท่าทีที่ชัดเจน
ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงก็เท่ากับว่ารัฐบาลได้เดินหน้าไปอีกหนึ่งระดับ แม้จะไม่ถึงขั้นเอาทั้งสองมาออกในเวทีเดียวกัน เวลาเดียวกันได้ แต่ก็ทำให้เห็นว่า มีแนวโน้มที่จะพูดคุยกันมากขึ้น
มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการหยั่งเสียงพรรคการเมืองต่างๆ ว่า หากจะเชิญเข้ามาหารือเจรจาปรองดองร่วมกันจะร่วมหรือไม่ ปรากฏว่ามีระดับหัวหน้าพรรคคนหนึ่งยืนยันว่า พรรคภายใต้การนำของเขาจะไม่เข้าร่วม ทำให้การเจรจายังไม่เกิด
หากมาถึงวันนี้แล้ว แม้จะมีเงื่อนไขบ้าง แต่สภาพการณ์ดูเหมือนว่าจะเปลี่ยนไปทำให้หลายคนมองว่าประตูเจรจาเริ่มแง้มออก
สัญญาณต่อมาที่เริ่มมีการพูดถึงคือ เรื่อง “รัฐบาลแห่งชาติ” ซึ่งเสนอโดย “นพ.ประเวศ วะสี” โดยมีคอนเซ็ปต์ว่า เป็นรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองทุกพรรคร่วมเป็นรัฐมนตรี โดยคัดคนที่มีความสามารถ และเมื่อทุกพรรคมาทำงานร่วมกันก็จะทำให้ชินและเมื่อกลับเข้าสู่สภาวะปกติก็จะทำให้ไม่เกิดการแข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนที่แล้วๆ มา
ซึ่งจริงๆ แล้วแนวคิดการสร้างรัฐบาลแห่งชาติ หรือ รัฐบาลปรองดองนี้ ไม่ได้เพิ่งเกิดจาก “หมอประเวศ” หากแต่ในรัฐบาลนี้ก็เคยถูกหยิบยกขึ้นมาพูดในกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งหนึ่ง และหากดูการออกแบบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็เชื่อว่ามีความเอื้อต่อการเกิด “รัฐบาลแห่งชาติ” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบเลือกตั้งสัดส่วนผสมที่ไม่สนับสนุนให้มีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเป็นผู้กุมเสียงข้างมากในสภา
หรือกระทั่งการเปิดช่องให้มี “คนนอก” เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเห็นได้ว่า แม้จะมีเสียงต่อต้านประเด็นนี้ แต่ผู้ที่มีอำนาจเสนอแก้รัฐธรรมนูญกลับไม่แตะ และกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ไม่เปลี่ยนหลักการ มีแค่เพียงการกำหนดเงื่อนไข เช่น ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของสภา ซึ่งหากจะเอากันจริงๆแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากในสภาวการณ์เช่นนี้
สำทับด้วยอีกหนึ่งสัญญาณที่ออกมาจากคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ที่นำโดย “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” ที่เสนอเรื่องนิรโทษกรรมให้แก่ทุกฝ่าย แม้ข้อเสนอเบื้องต้นยังไม่ถึงขนาดสุดซอย แต่ในอนาคตก็ไม่สามารถละเลยได้
มีเสียงจากกูรูการเมืองบอกให้จับสังเกตว่า บรรดาเหล่าคนที่มีคดีเกี่ยวข้องทางการเมืองทั้งหลาย ต่างก็ไม่มีใครขยับเรื่องนี้เท่าใดนัก และมองอย่างนิ่งๆ นัยหนึ่งเพราะยังจำบทเรียนสมัยปลายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบสุดซอย จนกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบ
แต่อีกนัยหนึ่งคือ หากเรื่องนิรโทษกรรมผ่านเขาเหล่านี้ก็จะเป็นผู้รับอานิสงส์โดยตรง และมีหวังปลดพันธนาการทางคดีที่แกนนำแต่ละฝ่ายมีเป็นหางว่าว
เหล่านี้อาจจะคล้ายแต่ละฝ่ายเสนอมาแบบคนละด้านคนละทาง แต่หากนำมาเชื่อมโยงกันเราก็อาจจะพอมองเห็นภาพร่างของอนาคตได้
ซึ่งหากจับทั้งหมดมาเชื่อมโยงทำให้เห็นได้ว่า พรรคการเมือง และนักการเมืองต่างก็เริ่มจับสัญญาณได้แล้วว่า ผู้มีอำนาจในขณะนี้เริ่มมองไปถึงอนาคตต้องการให้เกิดรัฐบาลแห่งชาติขึ้น เพื่อให้เกิดความปรองดองโดยที่ไม่มีใครต้องเป็นฝ่ายค้านและต่างก็สมประโยชน์กันถ้วนหน้า และมี “คนนอก” คนหนึ่งขึ้นมาเป็นนายกฯ
โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ หากยอมคดีความที่มีติดตัวกันนั้น ก็จะถูกเซตกลับไปที่ “0” และเงื่อนไขเช่นว่านี้จะต้องทำในสภาวะที่บ้านเมืองปกครองด้วยอำนาจพิเศษเท่านั้น
คราวนี้ก็เหลือเพียงว่า หากเกิดจริงรัฐบาลแห่งชาติที่ว่าจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังเลือกตั้ง ที่สำคัญหากยอมคดีความที่มีติดตัวกันนั้นก็จะถูกเซตกลับไปที่ “0” และเงื่อนไขเช่นว่านี้จะต้องทำในสภาวะที่บ้านเมืองปกครองด้วยอำนาจพิเศษเท่านั้น คราวนี้ก็เหลือเพียงว่า หากเกิดจริงรัฐบาลแห่งชาติที่ว่าจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังเลือกตั้ง
หากเกิดหลังเลือกตั้งก็จะถูกจำกัดโดยวาระปกติคืออยู่ไม่เกิน 4 ปี แต่หากเกิดก่อนเลือกตั้งก็ไม่มีใครตอบได้ว่าจะอยู่นานเท่าไหร่
แต่ข้อเสนอเช่นว่านี้ต้องถามประชาชนเช่นกันว่ารับได้หรือไม่ เพราะคำว่า “รัฐบาลแห่งชาติ” หรือ “รัฐบาลปรองดอง” นั้น หมายถึงการไม่มีใครเป็นฝ่ายค้าน และไม่มีใครที่จะเข้ามาตรวจสอบการบริหารประเทศ และใกล้เคียงกับคำว่า “ฮั้ว” อยู่ไม่น้อย
และที่สำคัญคือเป็นการฝืนหลักธรรมชาติอย่างยิ่ง
-------------------
(คม วิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : จับสัญญาณ 'รัฐบาลแห่งชาติ' : โดย...อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)



