
ผบ.ทบ.ห่วงบึ้มใต้!สั่งล่าผู้ก่อเหตุ
11 ก.ค. 2558
โฆษก กอ.รมน. เผย ผบ.ทบ. ห่วงบึ้มใต้! สั่งจนท.เยียวยาปชช.-เร่งล่าคนร้ายมาดำเนินคดี ประณามก่อเหตุเดือนถือศีลอด
11 ก.ค. 58 พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีเหตุระเบิดหลายจุด เมื่อคืนวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และเขตเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บหลายราย และมีผู้เสียชีวิต ว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) ได้รับทราบรายงานเบื้องต้นตั้งแต่ค่ำวานนี้แล้ว โดยได้แสดงความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ พร้อมกับสั่งการ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผอ.รมน.ภาค 4 จนถึง ผู้บังคับการเฉพาะกิจจังหวัด (ผบ.ฉก.จังหวัด) ให้ควบคุมสถานการณ์ร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และกำลังประชาชนในพื้นที่ ให้เร่งคลี่คลายเหตุการณ์ ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ เตรียมให้การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น รวมทั้งให้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุโดยอาศัยวัตถุพยานต่างๆ ตามกระบวนการยุติธรรม โดยคาดว่าจะได้ตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ในที่สุด
พ.อ.บรรพต กล่าวต่อว่า กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ว่า เป็นลักษณะการก่อเหตุระเบิดและเหตุเพลิงไหม้หลายจุดในคืนเดียวกัน มุ่งหวังให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นหลัก กอ.รมน จึงขอประณามผู้วางแผนสั่งการและผู้ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ ที่ไม่คำนึงถึงชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์แต่อย่างใด ประกอบกับห้วงเดือนนี้เป็นเดือนถือศีลอด เป็นเดือนแห่งศรัทธา ศาสนิกทุกคนต่างบำเพ็ญตนตามหลักศาสนา แต่ในห้วงท้ายเดือนอันศักดิ์สิทธิ์นี้ กลับมีคนบางกลุ่มที่นิยมความรุนแรงยังคงพยายามก่อเหตุร้ายอยู่เนืองๆ ซึ่งถือว่าขัดต่อหลักศาสนาอย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ กอ.รมน. จึงใคร่ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้ช่วยกันสอดส่องดูแลพื้นที่ตนเอง หากพบเห็นเหตุผิดปกติหรือวัตถุต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่ใกล้ที่สุด ในโอกาสนี้ขอให้ความเชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับจะมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ อย่างเต็มขีดความสามารถ ตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา จชต. ภายใต้กรอบของกฎหมายและเคารพหลักสิทธิมนุษยชนต่อไป
กอ.รมน. แจงเหตุระเบิด สุไหงโกลก-ปาดัง-ธารโต
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2558 เวลา 09.00 น. พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่าจากกรณีเหตุการณ์คนร้ายได้ก่อเหตุความรุนแรงด้วยระเบิดและวางเพลิง ในเขตพื้นที่เมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส พื้นที่ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลาและพื้นที่อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เมื่อ 10 - 11 กรกฎาคม 2558 รวม 8 จุด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บ 11 ราย และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ดังนี้
1.เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2558 เวลา 19.00 - 19.30 น. เกิดเหตุในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จำนวน 6 จุด ประกอบด้วยการใช้ประทัดยักษ์ขว้างใส่ร้านครัวเจนนี่ และร้านพัฒน์เนื้อกระทะ ถนนลูกเสือนุสรณ์ 5 ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเกิดระเบิดหน้าโรงแรมท๊อปเอเชียตรงข้ามร้านบุษบาคาราโอเกะ ซอยประชาวิวัฒน์ 2 เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย ต่อมาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2558 เวลา 00.10 – 00.20 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ 3 จุด บริเวณร้านสมชายอะไหล่ยนต์ ถนนประชาวิวัฒน์ ร้านไทยอุปกรณ์ก่อสร้างถนนประชาวิวัฒน์ ซอย 1 และร้านแสงเจริญค้าส่ง ถนนหลังตลาดเก็นติ้ง ภายในเขตเทศบาลสุไหงโก-ลก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย
2.เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2558 เวลา 21.00 น. เกิดเหตุในพื้นที่ตำบลปาดังเบซาร์ฯ จำนวน 1 จุด ด้วยการใช้ระเบิดแสวงเครื่องประกอบในรถจักรยานยนต์ บริเวณหน้าร้านคาราโอเกะครกทอง ในเขตเทศบาลปาดังเบซาร์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย
3.เมื่อ 11 กรกฎาคม 2558 เวลา 07.00 น. เกิดเหตุในพื้นที่ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จำนวน 1 จุด ด้วยการวางระเบิดแสวงเครื่องบริเวณเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย 8 ต้น และเกิดไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่
จากกรณีเหตุการณ์ดังกล่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจดังนี้
1.พลเอกอุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้รับทราบเหตุการณ์ในขั้นต้นแล้ว ได้แสดงความเสียใจและห่วงใยต่อญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บพร้อมกับได้กำชับให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เร่งคลีคลายสถานการณ์ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนปฏิบัติด้วยความระมัดระวังตามมาตรการรักษาความปลอดภัย
2.ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการเน้นย้ำให้หน่วยในพื้นที่เร่งสร้างความเข้าใจกับเจ้าของกิจการและสถานบันเทิงทุกชนิด ซึ่งเป็นเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงให้เพิ่มความระมัดระวังโดยให้มีระบบรักษาความปลอดภัยภายในร้านและช่วยกันสังเกตสิ่งผิดปกติ รวมทั้งได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยในเขตพื้นที่เมืองเศรษฐกิจ โดยใช้กำลังทุกภาคส่วนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการประกอบศาสนกิจของพี่น้องประชาชน รวมทั้งให้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนต่อไป
3.เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นความพยายามของผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่มุ่งสร้างสถานการณ์ความรุนแรงตามความเชื่อที่ถูกบิดเบือนว่าจะได้ผลบุญเป็นทวีคูณ ซึ่งขัดกับบทบัญญัติของศาสนาอิสลามและความต้องการของ พี่น้องประชาชนที่ต้องการให้เป็นเดือนแห่งสันติสุข ปราศจากความรุนแรง ทั้งนี้ผู้นำศาสนา 8 องค์กรในพื้นที่ได้ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และขอให้พี่น้องมุสลิมประกอบศาสนกิจในห้วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนอย่างเคร่งครัด จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนในสังคมร่วมกันประณามการใช้ความรุนแรงดังกล่าวอย่างกว้างขวาง เพราะถือเป็นการกระทำที่สุดโต่ง เผด็จการ และไร้มนุษยธรรม ซึ่งนอกจากได้สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายในชีวิติและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนแล้วยังเป็นการทำลายบรรยากาศการประกอบศาสนกิจในเดือนอันศักดิ์สิทธิ์ของพี่น้องมุสลิมอย่างร้ายแรง



