
ไลฟ์สตางค์...เครดิตอยู่ในมือเรา
ถ้ารู้จัก หุ้นกู้ จะรู้ว่าเป็นทางเลือกของการออมเงินแบบหนึ่งที่ให้ดอกผลไม่ขี้เหร่ เมื่อเทียบกับการฝากเงินในธนาคาร หรือการลงเงินในตลาดทุนที่มีความผันผวน ประเภทเสี่ยงสูง แต่ผลตอบแทนก็สูง
คนจะซื้อก็ต้องเสาะหาข้อมูลให้พร้อมก่อนตัดสินใจ คล้ายๆ กับการเลือกชีวิตคู่ ที่ต้องใช้หัวใจกับสมองสอดประสาน ป้องกันความผิดพลาดในภายหลัง
หุ้นกู้ที่ดีนั้น ทุกตำราสอนคล้ายกัน ให้ดูว่าอัตราดอกเบี้ยคุ้มแค่ไหน สูงหรือต่ำกว่าตลาด กำหนด จ่ายดอกเป็นแบบใด ช้าหรือเร็ว และที่สำคัญต้องดูระยะเวลาการถือครองเพื่อให้ได้เงินต้นคืนด้วย หุ้นกู้บางประเภทไถ่ถอนนานถึงสิบปีก็มี คนลงทุนจึงต้องใจเย็น สามารถเอาเงินไปจมไว้ก่อนได้
แต่ถ้าคิดจะถือยาว แนะนำให้ใคร่ครวญสักนิด คิดจนมั่นใจว่าเบ็ดเสร็จคุ้มค่า คุ้มแรงที่ได้รอ เพราะมีต้นทุนเสียโอกาสที่จะนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนให้งอกเงยด้วยวิธีอื่นๆ
ขณะเดียวกันก็ต้องวัดใจกับความเสี่ยงแนวโน้มดอกเบี้ยที่จะปรับตัวสูงขึ้นในอีกสิบปีข้างหน้า
หากมองในข้างสถาบันที่ออกหุ้นกู้บ้าง ผมว่าการย้ำความมั่นใจให้เกิดขึ้นในหมู่นักลงทุนเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ ผู้ขายต้องทำให้ผู้ซื้อรู้สึกได้ว่าจะได้รับดอกเบี้ยตามที่กล่าวอ้างไว้
ที่สำคัญ ต้องโชว์ขีดความสามารถให้เห็นว่า การตัดสินใจนั้นๆ ไม่ผิด เงินต้นที่ลงไปจะไม่สูญเปล่า
โดยขณะนี้ ดัชนีที่ใช้วัดความมั่นใจหนีไม่พ้นการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ หรือพูดกันติดปากว่า เครดิตเรตติ้งที่ ก.ล.ต.กำหนดไว้ชัดเจนให้ผู้ออกหุ้นกู้ทำอย่างโปร่งใส ผ่านคนกลางที่เป็นที่ยอมรับ
ใครมีเครดิตดี ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง ไม่เฉพาะแค่มีโอกาสจะระดมเงินได้ครบตามที่ต้องการ ในบางครั้งคนมีเรตติ้งดีกว่า ยังสามารถลดผลตอบแทนที่ตั้งไว้ได้บ้าง เพราะถือว่ามีความเสี่ยงต่ำกว่า
ถ้าถามว่าสถาบันต่างๆ จะได้อันดับหรือคะแนนดีแค่ไหน มีปัจจัยอะไรเกี่ยวข้องบ้าง
คงตอบว่ามีหลายหลักเกณฑ์ด้วยกัน แต่ในภาพรวมผู้ประเมินจะดูผลการดำเนินงานของบริษัท การบริหารจัดการ ปัจจัยแวดล้อม โครงสร้างธุรกิจ และความสามารถในการทำกำไรประกอบกัน
ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจถดถอย ใครที่โชว์ศักยภาพในเชิงบริหาร การจัดการสภาพคล่อง และมีขีดความสามารถในการชำระหนี้ได้ ก็ยิ่งดีใหญ่ มีผลต่อการให้คะแนนด้วย
อย่างที่บอก ผมใช้ใจในการพิจารณาคู่กับสมอง สถาบันไหนที่สร้างแบรนด์ได้ดี มีวอยซ์ในตลาด คนพูดถึงแต่ในทางบวก ผมให้คะแนนพิเศษส่วนตัว เพราะเท่ากับว่ามีโอกาสจะเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว
ไหนๆ เมื่อพูดถึงเรื่องเครดิตแล้ว ผมอยากให้ทุกคนหันกลับมามองเรื่องนี้กับตัวเองด้วย
ถ้าคิดจะก่อหนี้ ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม สถาบันปล่อยกู้ส่วนใหญ่ต้องเพลย์เชฟ และใช้บูโรเพื่อเข้าถึงตัวตนของผู้บริโภคแต่ละราย
บนฐานข้อมูล เขาจะดูว่าเรามีหนี้กี่ประเภท วงเงินสูงมั้ย ใช้ไปเท่าไหร่ แถมเวลาจ่ายจ่ายยังไง จ่ายขั้นต่ำ หรือจ่ายเต็ม ประวัติโดยรวมดีมั้ย ติดแบล็กลิสต์หรือเปล่า
แต่ไม่ต้องกังวลหรือระแวงเกินไป เพราะเครดิตเป็นเรื่องที่สร้างได้ ระวัง และป้องกันได้
เมื่อคิดจะเป็นลูกหนี้ ก็ต้องจ่ายดี ใจเขาใจเรา พยายามรักษาประวัติการชำระให้ตลอดรอดฝั่ง เจ้าหนี้ไม่ใช่ยักษ์ ไม่ใจร้าย ถ้าเกิดไม่ไหวหาทางพูดคุยประนีประนอมแต่เนิ่นๆ เพื่อคงระดับเครดิตดีกว่า
ถ้าคิดจะสมัครบัตรเครดิตโดยคิดว่าเยอะใบ วงเงินเหลือเฟือ แต่จ่ายดีก็ไม่เป็นไร ขอบอกว่าเข้าใจผิด คนอนุมัติมองต่างมุม เคสอย่างนี้เข้าข่ายก่อภาระหนี้ไม่รู้จบ สุ่มเสี่ยงเช่นกัน
หากเกิดฉุกเฉินขึ้นมา จ่ายไม่ได้ ผ่อนไม่ไหว เครดิตก็อาจเสียไปในที่สุด
เห็นหรือยังครับว่า เครดิตจะดีหรือเปล่า มีมิติการมองหลายมุม และทั้งหมดอยู่ในมือเราจริงๆ
บางอย่างฟ้าเป็นผู้ลิขิต แต่เรื่องนี้คุณขีดเขียนชีวิตตัวคุณเองนะครับ…
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์



