
เปิดร้านเน็ต...ติวเข้มจับโจรร.ต.อ.ศานุวงศ์ คงคาอินทร์
ต้นซอยลาดพร้าว 35 ด้านซ้ายมือเป็นที่ตั้งของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เล็กๆ ขนาด 30 ที่นั่ง ป้ายหน้าร้านเป็นภาษาอังกฤษ "CURFEW" ชื่อกิ๊บเก๋ออกแนวรัฐประหารนี้ ร.ต.อ.ศานุวงศ์ คงคาอินทร์ สว.กก.1 บก.ป.เจ้าของร้านบอกว่าได้ไอเดียมาจากกำลังทาสีร้านใหม่ๆ การเมืองไทยกำ
ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต มักถูกกระแสสังคมมองว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของวัยรุ่น แต่สารวัตรกองปราบกลับใช้ร้านอินเทอร์เน็ตของตัวเองเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ให้ตัวเอง เพราะคดีสำคัญๆ หลายคดีมักเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทั้งนั้น จึงต้องศึกษาให้รู้จริงและเรียนรู้ข้อมูลจากลูกค้า เพื่อนำมาปรับใช้กับการทำงานปราบปรามโจรไฮเทคได้อย่างผู้รู้จริง แถมยังได้กำไรเป็นทุนสำรองในการใช้ชีวิตอีกด้วย
"แต่ก่อนไม่รู้เรื่องเลยนะ การเล่นพนันออนไลน์ บอลออนไลน์ แคมฟรอก โพสต์ภาพ ข้อความหมิ่นประมาท พอมีคนมาเปิดห้องเล่นก็ค่อยๆ เรียนรู้จากเขา" ร.ต.อ.ศานุวงศ์ สวมเสื้อเชิ้ตลายทางสีขาว กางเกงยีนสีเข้ม บอกพลางกวาดสายตาสาดส่องระคนอมยิ้ม เมื่อเหลือบไปเห็นลูกค้ารุ่นใหญ่แฟนคลับแคมฟรอก
"อ๋อ วันนี้เขาก็มา ผมก็จะเข้าไปพูดคุยกับเขา แต่เขาไม่รู้ว่าผมเป็นตำรวจนะ" ร.ต.อ.ศานุวงศ์แอบกระซิบกระซาบถึงวิธีล้วงข้อมูลจากลูกค้า ทั้งลูกค้าแฟนคลับแคมฟรอก ลูกค้าขาพนัน กลลวงในโลกออนไลน์ ฯลฯ ประกอบกับหน้าที่การงานที่ต้องผ่านการฝึกอบรมด้านอาชญกรรมทางคอมพิวเตอร์ ทำให้สารวัตรหนุ่มเรียนรู้ขั้นตอนต่างๆ ในการลากโจรไฮเทคมาลงโทษได้อย่างช่ำชอง แถมอีกด้านของการเปิดร้านอินเทอร์เน็ตยังเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษา และวัยทำงานอีกด้วย
"ร้านอินเทอร์เน็ตมันก็มีประโยชน์นะ เวลาเห็นน้องๆ นักเรียน นักศึกษามาพิมพ์รายงาน ส่งอีเมล มาเช็กอีเมล ผมเห็นแล้วก็ภูมิใจนะ เออมันก็มีประโยชน์เหมือนกัน ช่วงเปิดร้านใหม่ๆ มีน้องนักศึกษามาขอบคุณที่เรามาเปิดร้านใกล้ๆ ที่พัก โดยที่เขาไม่ต้องเสียค่าเดินทางไปใช้บริการร้านเน็ตที่อยู่ไกลกว่านี้" ร.ต.อ.ศานุวงศ์ ย้อนถึงความประทับใจแรกก่อร่างสร้างอาชีพเสริมเมื่อ 4 ปีก่อน
"CURFEW" ร้านอินเทอร์เน็ตแห่งนี้เริ่มแรกเป็นเพียงร้านเล็กๆ คูหาเดียว ขนาด 15 ที่นั่ง ตั้งอยู่กลางซอยลาดพร้าว 35 พอกิจการเริ่มดีขึ้นก็ขยับขยายมาเป็น 30 ที่นั่ง จากกลางซอยก็ย้ายมาอยู่ต้นซอย แม้จะไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของร้านเป็นตำรวจ แต่บรรยากาศในร้านก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ และความสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมปรากฏอยู่ ในรูปแบบสติกเกอร์ภาพและข้อความ เช่น สติกเกอร์เขตปลอดสินบนระบุว่า "ผู้ใดติดสินบนเจ้าพนักงาน มีความผิดทั้งผู้ให้และผู้รับ...ด้วยความปรารถนาดีจากกองบังคับการปราบปราม, สติกเกอร์เตือนภัยไข้หวัดใหญ่ เอช 1 เอ็น 1 แถมด้วยการนำผ้าปิดจมูกมาปิดไว้หน้าร้าน คอยเตือนลูกค้าที่มาใช้บริการให้รู้จักป้องกันตัวเอง หรือหากเห็นลูกค้ารายใดมีอาการไม่สบาย ไอ จาม ก็จะเตรียมผ้าปิดจมูกไว้ให้บริการฟรีอีกด้วย
"เทคโนโลยีพัฒนาเร็วตามอย่างไรก็ตามไม่ทัน แต่มันก็มีประโยชน์ อยากให้คนเลือกใช้ด้านที่เป็นประโยชน์ อย่าเลือกแต่เล่นเกมตลอดทั้งวัน โดยไม่ค้นหาข้อมูลความรู้เลย ผมอยากแนะนำเว็บไซต์กูเกิล (www.google.com) เว็บค้นหาข้อมูลต่างๆ อยากให้ลองเล่นดู ลองเซิร์ชชื่อตัวเองก็ได้ แหล่งเรียนรู้จากเว็บอื่นๆ ก็จะตามมา" เจ้าของร้านอินเทอร์เน็ต แนะนำ
นอกจากทำอาชีพเสริมสบายๆ กับร้านอินเทอร์เน็ตที่ควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ ร.ต.อ.ศานุวงศ์ไม่ต้องทุ่มเทเวลามาดูแลมากนัก จึงทำหน้าที่ในงานหนักคือ การสืบสวนคลี่คลายคดีอาชญากรรมได้อย่างเต็มที่ ทั้งคดีที่ดินภูเก็ต คดียักยอกเงินธนาคารอาคารสงเคราะห์ 400 ล้าน และคดีฆ่ายกครัว 5 ศพ เป็นต้น
ส่วนวันสบายๆ คลายเครียดจากการทำงานจริงๆ ของสารวัตรหนุ่มกองปราบฯ คือ การชมภาพยนตร์คุณภาพที่ลงทุนสูงนับสิบๆ ล้านบาท ตามโรงภาพยนตร์ชั้นนำ โดยชอบทั้งภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศ เพราะมองว่าคุ้มแสนคุ้มที่จ่ายเงินเพียงร้อยกว่าบาท เพื่อสิ่งที่ลงทุนไปนับสิบๆ ล้าน แต่ถ้าภาพยนตร์เรื่องใดลงทุนต่ำ เน้นแต่ฮาเฮไร้สาระก็ทำให้รู้สึกเสียดายเงินบ้างเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม ในจำนวนภาพยนตร์ที่ผ่านหูผ่านตามามาก มีอยู่เรื่องหนึ่งที่สารวัตรหนุ่มศานุวงศ์ประทับใจเป็นพิเศษคือ บทสนทนาจากภาพยนตร์เรื่อง "สุริโยไท" ที่มีการใช้ถ้อยคำที่สุดแสนจะสละสลวยและไพเราะเพราะพริ้งจนติดใจ คิดอยากจะลอกเลียนแบบเป็นมธุรสวาจาจีบสาวซะงั้น (ฮา ฮา)
แบบฉบับไลฟ์ไตล์ของ ร.ต.อ.ศานุวงศ์ นายตำรวจกองปราบฯ ไฟแรงด้านหนึ่งคลุกคลีกับเทคโนโลยี ใช้ชีวิตตามกระแสทุนนิยม แต่ชีวิตอีกด้านกลับใฝ่ฝันถึงโลกสีเขียวแห่งสวนป่าชุมชน ที่อยากสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชน ด้วยเหตุนี้เมื่อมีเวลาว่างก็มักจะชวนครอบครัวไปปลูกต้นไม้ตามข้างทาง รวมถึงบนที่ดินที่ซื้อไว้ใน จ.นครสวรรค์ 30 ไร่ ซึ่งเขาอยากทำเป็นสวนป่าปลูกไม้ยืนต้น ตั้งแต่ต้นสำโรง ประดู่ ตะแบก หรือแม้แต่ยางนา เป็นต้น โดยส่วนตัวแล้วชอบยางนาเป็นพิเศษ ด้วยอยากเห็นลูกมันหมุนหล่นลงมาจากต้น แม้ว่ากว่าจะเป็นเช่นนี้ได้ต้องใช้เวลานานเป็นร้อยปีก็ตาม
ความฝันที่อยากเห็นสวนป่าเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการอยากเป็นครูหรือวิทยากรคอยบอกเล่าความรู้เรื่องทรัพยากรป่าไม้ในท้องถิ่นตัวเอง สมัยยังเป็น ด.ช.ศานุวงศ์ ถูกส่งมาเรียนหนังสือในตัวเมือง ทำให้รู้สึกว่าชีวิตวัยเด็กที่วิ่งเล่นตามท้องทุ่งท้องนาขาดหายไป เลยคิดจะเติมเต็มความฝันที่ขาดหาย ด้วยการปลูกสวนป่าให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ได้รู้ถึงพรรณไม้และทรัพยากรในท้องถิ่นของตัวเอง
"ผมเคยถามคนเฒ่าคนแก่ถึงที่มาของชื่อ ต.สำโรงชัย อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ บ้านเกิดของผม เขาก็เล่าว่าแถวนี้มีต้นสำโรงเยอะ เมื่อเจ้าขุนมูลนายล่องเรือมาถูกรากสำโรงทำให้เรือล่ม แต่เมื่อถามว่าเคยเห็นต้นสำโรงไหม กลับไม่มีใครเคยเห็น ผมจึงลองสืบเสาะหาต้นสำโรงก็ไปเจออยู่ที่วัดต้นหนึ่ง จึงให้เพื่อนที่จบเกษตรศาสตร์ไปเพาะเป็นต้นกล้า แล้วนำมาปลูกไว้ตามข้างทาง เพื่อจะได้ตอบคำถามเด็กๆ ได้"
แนวคิดสีเขียวของสารวัตรหนุ่มกองปราบฯ ได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตของ ด.ต.วิชัย สุริยุทธ ที่ปลูกต้นไม้ตามสองข้างทาง 2 ล้านต้น แต่ฝันของ ร.ต.อ.ศานุวงศ์ คงคาอินทร์ ไม่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ขอแค่สวนป่าแบบพอเพียงให้เป็นที่พักใจและให้ความรู้แก่ผู้คนเท่านี้ก็สุขใจแล้ว
ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง
กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร : ภาพ



