
สูตรสำเร็จ'เร เนเรเดส'สู่แคทวอล์กเครื่องประดับ
สูตรสำเร็จ'เร เนเรเดส' สู่แคทวอล์กเครื่องประดับ : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยปทุม กลิ่นหอม : เรื่องธนาชัย ประมาณพาณิชย์ : ภาพ
"ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง" เป็นสำนวนไทยที่เปรียบเสมือนกระจกสะท้อนความจริงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับหญิงสาวสมัยนี้
สำนวนไทยดังกล่าวหมายถึง ไก่จะดูสวยงามก็ตรงที่มีขนสวย เหมือนกับคนเราหากได้แต่งหน้าทาแป้ง แต่งตัวให้ดูดีก็สวยงามขึ้นมาได้เช่นกัน และจะให้ดูสวยงามขึ้นไปอีกก็ต้องมี "เครื่องประดับ" เข้ามาเสริมสักหน่อย อาจจะสวมสร้อยคอสักเส้น แหวนสักวง แถมด้วยต่างหูอีกสักคู่
จะว่าไปแล้ว เครื่องประดับในบ้านเราก็มีให้เลือกหลายแบรนด์ บางทีก็เลือกไม่ถูกเพราะแต่ละชิ้นก็แตกต่างกันไปทั้งความสวยและราคา ล่าสุดก็มีให้เลือกอีก 2 แบรนด์ ที่กำลังถูกจับตาในวงการแฟชั่นเครื่องประดับของเมืองไทยคือ "เร เนเรเดส ปารีส" (Les Nereides paris) และ "เอ็น ทู" (N 2) ที่นำเข้ามาจากเมืองแฟชั่นชื่อดังก้องโลกอย่าง กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
2 แบรนด์นี้มีความน่าสนใจอย่างไร "จ๋า" น.ส.อรณิชา เจริญเลิศ สาววัย 32 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแอล ลุกซ์ จำกัด เจ้าของกิจการพร้อมให้คำอธิบาย ซึ่งไม่เฉพาะแค่ความพิเศษของตัวเครื่องประดับ แต่ยังรวมถึงจุดเริ่มต้น เส้นทางการดำเนินงาน และกลเม็ดเคล็ดลับที่ทำให้เกิดรอยยิ้มจากความสำเร็จ
อรณิชาเปิดด้วยเรื่องความฝัน
เธอฝันอยากมีกิจการและธุรกิจเป็นของตัวเอง อยากประสบความสำเร็จ ตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจบเมื่อปี 2548 โดยได้รับแรงสนับสนุนความคิดจากครอบครัว สำหรับธุรกิจแรกที่วาดหวังคือ การนำเข้าสินค้าแบรนด์เนม เนื่องจากในยุคนั้น ธุรกิจนี้ค่อนข้างได้รับความสนใจ และเป็นที่นิยมของตลาดเมืองไทย รวมถึงตัวเธอด้วย ส่วนก้าวแรกที่เดินคือ เข้ารับการอบรมคอร์สนักธุรกิจรุ่นเยาว์ ซึ่งทำให้เธอยิ่งสนใจด้านการลงทุนทำธุรกิจมากขึ้นและวางแผนเรียนปริญญาโทด้านการตลาด ที่มหาวิทยาลัยเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยทำโปรเจกท์จบเกี่ยวกับการนำแบรนด์โดนัทเข้ามาเปิดตัวที่เมืองไทย เมื่อเรียนจบก็หาประสบการณ์จากการทำงานด้านการตลาดให้แบรนด์เครื่องสำอางแอนนาซุย ที่บริษัท ลุกซ์เอเชีย ไทยแลนด์ ต่อด้วย แบรนด์เคเรสตาส ลอรีอัลโปรเฟสชั่นแนล และลอรีอัลปารีส
ผ่านมา 8 ปี หลังจากได้ทำงานในบริษัทชื่อดัง อรณิชาได้ประสบการณ์อย่างล้นแก้ว จึงถึงเวลาแล้วที่ต้องก้าวออกมาสานต่อความฝัน และเธอก็นึกถึง "เร เนเรเดส ปารีส" เป็นแบรนด์แรก ซึ่งตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ
"ตอนเรียนที่อังกฤษ บ้านพักอยู่ที่โคเวนท์ การ์เดน ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย จึงเดินไปได้ ทุกวันจะเดินผ่านร้านเร เนเรเดส ปารีส ครั้งแรกที่เห็นร้านและเครื่องประดับนี้ก็ตกหลุมรักทันทีเลยค่ะ ด้วยคอลเลกชั่นที่มีเรื่องราว สัมผัสได้ถึงความอ่อนหวานและโรแมนติก ทำให้ทุกวันที่เดินผ่านต้องหยุดมองตรงดิสเพลย์หน้าร้าน นอกจากสะดุดตากับเครื่องประดับแล้ว สิ่งที่จำได้ดีคือเขาวางสินค้าด้วยการร้อยเรียงเรื่องราว และสำคัญที่สุดคือ รู้สึกดีทุกครั้งเมื่อเดินเข้าไปในร้าน จะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำมันหอมระเหย ทุกอย่างที่ได้รับคือความทรงจำที่ดีค่ะ จึงตั้งความฝันไว้ว่าวันหนึ่งจะนำแบรนด์นี้เข้ามาเปิดที่เมืองไทยให้ได้" อรณิชาเล่าถึงจุดเริ่มต้น
ด้วยความที่หลงใหลในแบรนด์นี้ ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้เธอ จึงคิดว่าหากนำเข้ามา น่าจะทำให้คนรักเครื่องประดับในเมืองไทยเกิดความหลงใหลได้เช่นกัน หากได้เห็นและสัมผัสเครื่องประดับที่เป็นงานศิลปะและเป็นงานแฮนด์เมดหรือทำด้วยมือ จึงได้ติดต่อไปยังบริษัทต้นสังกัดที่ฝรั่งเศส เพื่อขอเป็นผู้แทนจำหน่าย
อรณิชายอมรับว่างานนี้ไม่ใช่งานง่าย แต่ด้วยแรงผลักดันให้เดินหน้าไปตามคติพจน์ประจำใจของเธอคือ "ความรักและการลงมือทำ นำไปสู่ความสำเร็จ" จึง เริ่มต้นจากทำความเข้าใจกับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ ศึกษาเกี่ยวกับตลาดแฟชั่นเครื่องประดับ ความเป็นไปได้ของตลาดในเมืองไทย รวมถึงทำวิจัยเพื่อให้ได้ความรู้ใหม่ๆ ก่อนเข้าไปสอบสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว กระทั่งเจ้าของแบรนด์ ซึ่งพอใจกับสิ่งที่เธอนำเสนอและสนใจตลาดในเมืองไทยเป็นทุนเดิม ได้ตัดสินใจเดินทางมาพูดคุย แลกเปลี่ยนทัศนคติ รวมถึงไอเดียการวางแผนงาน กลยุทธ์ทางการตลาด
"เจ้าของแบรนด์ เร เนเรเดส ปารีส ยังมีอีกแบรนด์ ซึ่งเป็นแบรนด์น้องคือ เอ็น ทู ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์ได้เข้ามาทำตลาดในเอเชีย เมื่อปี 2543 ที่ประเทศญีปุ่น และ 8 ปีต่อมาได้รับความนิยมไปทั่วตลาดเอเชีย ประกอบกับเจ้าของแบรนด์เองก็รักประเทศไทยอยู่แล้วและอยากหาผู้แทนจำหน่ายที่มีทัศนคติเดียวกัน ตอนนั้นเขาจะให้ 1 แบรนด์สำหรับ 1 ผู้แทนจำหน่าย แต่จากการสำรวจตลาด เราอยากได้ 2 แบรนด์ เนื่องจากตอบโจทย์ได้ครบถ้วนกว่า เพราะ เร เนเรเดส ปารีส จะเจาะตลาดกลุ่มผู้หญิงวัยทำงานจนถึงผู้ใหญ่ ส่วน เอ็น ทู เจาะตลาดวัยรุ่นถึงวัยทำงาน จึงได้นำเสนอเพิ่มเติม และในที่สุดก็เจรจาสำเร็จ ได้เป็นผู้แทนจำหน่ายเพียงรายเดียวในประเทศไทย"
เมื่อได้รับไฟเขียว อรณิชาจึงเปิด ร้าน "เร เนเรเดส ปารีส" ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณชั้น 1 โซน Groove เมื่อปี 2557 หลังจากสำรวจตลาดเครื่องประดับแฟชั่นในเมืองไทย ซึ่งมีแนวโน้มความต้องการสูงขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงเช่นกัน โดยเธอมองว่าตรงนี้แหละคือทำเลที่ดีที่สุด เพราะมีทั้งคนไทยและต่างชาติแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย
แม้ช่วงแรกๆ ยังไม่ได้รับความสนใจ แต่ไม่นานมากนัก ลูกค้าทั้งไทยและเทศก็เข้ามาหา เพราะความโดดเด่นและแปลกตา ที่ยังเหมาะกับกลุ่มคนที่ชอบสะสม เนื่องจากเป็นงานแฮนด์เมดสไตล์ปารีเซียง รวมถึงการที่พนักงานในร้านคอยให้คำแนะนำพร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของเครื่องประดับ ซึ่งดีไซน์ของเครื่องประดับมีการใช้วัสดุทั้ง เงิน โลหะชุบด้วยทองคำขาว ไข่มุก เพชร และพลอย ฯลฯ ในแต่ละคอลเลกชั่น เช่น แฟนตาซีจากเทพนิยาย, สถานที่ในตำนาน, ภาพในจินตนาการต่างๆ เช่น สวนดอกไม้, สิ่งที่อยู่รอบตัว, ธรรมชาติ, ประสบการณ์จากการเดินทาง, ความทันสมัยกับผู้หญิงสมัยใหม่, ความเลอค่าหรูหราสง่างาม เป็นต้น โดยราคาแต่ละชิ้นจะแตกต่างกันไป โดยแบรนด์เร เนเรเดส เริ่มต้นที่ 3,000-39,000 บาท แบรนด์ เอ็น ทู เริ่มต้นที่ 1,500-9,500 บาท
"ในความแตกต่างของ 2 แบรนด์นี้ มีสิ่งที่เหมือนกันคือเป็นงานที่ไม่ซ้ำใคร ไม่เคยมีในตลาดเมืองไทย แต่ละคอลเลกชั่นมีเรื่องราว เช่น คอลเลกชั่นนกนางแอ่น คนทำได้แรงบันดาลใจจากนกนางแอ่นที่จะบินกลับมาอยู่ในถิ่นฐานเดิมช่วงซัมเมอร์ เชื่อกันว่าเป็นนกที่ครองคู่กันแล้วจะรักกันจนวันตาย ลูกค้าที่มาซื้อก็จะชอบเพราะมันสะท้อนถึงความรักที่สวยงาม"
การเปิดร้าน ไม่ใช่เปิดรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาหาเพียงฝ่ายเดียว แต่อรณิชายังเป็นฝ่ายที่เดินเข้าหาลูกค้า ด้วยการทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ เช่น อินสตาแกรม @lesnereidesthailand เฟซบุ็ก www.facebook.com/lesnereidesthailand และประชาสัมพันธ์ผ่านกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะวงการแฟชั่น นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับเรื่องการให้บริการก่อนและหลังการขาย รวมถึงจัดโปรโมชั่นพิเศษด้วย
ด้วยเวลาเพียง 6 เดือน ร้าน "เร เนเรเดส ปารีส" ที่เมืองไทย ภายใต้การดูแลของอรณิชาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและราบรื่น เสมือนเดินบนถนนที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ ทำให้เธอมีแผนที่จะขยายสาขา โดยตั้งเป้าไว้อย่างน้อย 5 สาขา ภายในเวลา 3 ปี แต่เป้าหมายที่ใหญ่ไปกว่านั้นคือ หวังจะติดท็อป 3 ของกลุ่มเครื่องประดับแฟชั่นนำเข้า
"ในการทำงาน เราจะมีการวางแผนอย่างชัดเจนเรื่องทิศทางของแบรนด์ การดำเนินงานเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายและมีแผนสำรองไว้อยู่เสมอ การเริ่มต้นทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายและก็ไม่ยากเกินที่จะประสบความสำเร็จ หากเรามีความตั้งใจ มีการวางแผนอย่างรอบคอบชัดเจน และสิ่งสำคัญคือรักในสิ่งที่ทำและทำให้ดีที่สุด" นักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ไฟแรงกล่าว ก่อนทิ้งท้ายว่าแบรนด์ที่เธอจำหน่ายอยู่นั้น ทุกปีจะมีคอลเลกชั่นพิเศษเพื่อคืนกำไรสู่สังคมด้วย
"ทุกปีทางแบรนด์จะมีคอลเลกชั่นพิเศษสำหรับช่วยเหลือสุนัขและแมวที่ไร้บ้าน โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายไปมอบให้มูลนิธิ ซึ่งปีนี้เราบริจาคให้มูลนิธิที่ฝรั่งเศส แต่ปีหน้าเราวางแผนจะบริจาคให้มูลนิธิที่ประเทศไทยค่ะ"
ทั้งหมดนั่นคือรายละเอียดของเส้นทางในการทำธุรกิจของ "จ๋า" อรณิชา เจริญเลิศ สาวสวยที่หัวใจยังว่าง แต่ไม่ว่างเรื่องงานเพราะสาละวนอยู่กับการนำเข้าและจำหน่าย "เร เนเรเดส ปารีส" และ "เอ็น ทู" ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่มีความเสี่ยงอยู่ไม่ใช่น้อยกับการเข้ามาตีตลาดในเมืองไทย แต่อาศัยความตั้งใจ การวางแผนอย่างรอบคอบ การมองถึงอนาคต และลงมือทำด้วยความรัก จนสามารถเจาะตลาดเข้ามายืนอยู่ในหัวใจของกลุ่มคนที่รักการแต่งตัวและให้ความสำคัญกับเครื่องประดับไม่แพ้เสื้อผ้าหน้าผม เป็นการตอกย้ำคำกล่าวว่า "เครื่องประดับกับมนุษย์ (ผู้หญิง) เป็นของคู่กัน"
แรกเริ่มของ "เร เนเรเดส ปารีส"
ในตำนานของกรีก "เร เนเรเดส" คือลูกสาวของเทพแห่งท้องทะเล เธอมีครีบเหมือนเมอร์เมด สะท้อนถึงความเป็นผู้หญิง ธรรมชาติ ความรักสวยรักงาม เทพแห่งการสร้างสรรค์ โดยสองสามีภรรยา Enzo และ Pascale Amaddeo ชาวฝรั่งเศส ที่รักและหลงใหลในครื่องประดับแฟชั่น ได้นำมาตั้งชื่อร้านและได้เปิดร้านแรก ปีค.ศ.1980 ที่เมืองนีซของฝรั่งเศสทางตอนใต้ และต่อมาปี 1985 ได้เปิดร้านที่ 2 ที่ปารีส ปรากฏว่า ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งนิยมไปทั่วโลก ทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย ซึ่งที่ประเทศไทยเพิ่งเปิดร้านแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์



