ข่าว

นายกฯคนนอก:มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ

นายกฯคนนอก:มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ

10 ก.ค. 2558

นายกฯคนนอก : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

             ในที่สุด...คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็ยืนยันเหมือนเดิม ในการพิจารณาปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา โดยเปิดช่องให้นายกรัฐมนตรีมาจากคนที่ไม่ใช่ ส.ส. หรือ “นายกรัฐมนตรีคนนอก” ได้ 

             โดยสาระสำคัญ คือ ในส่วนที่ว่าด้วยที่มาของนายกรัฐมนตรี ในมาตรา 172 ว่าด้วยการเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้ผู้ได้รับความเห็นชอบให้เป็นนายกรัฐมนตรีต้องได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร  

             ทั้งนี้ การเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องมี ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรรับรอง

             แต่หากบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ไม่ได้เป็น ส.ส. หรือเป็นคนนอก บุคคลนั้นต้องมีคะแนนเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร 

             และได้มีการปรับถ้อยคำในมาตรา 173  ตามร่างแรก ที่ระบุว่า ในกรณีที่พ้นกำหนด 30 วันนับแต่วันที่มีการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกแล้ว ไม่ปรากฏว่ามีบุคคลใดได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบให้ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ เนื่องจากได้คะแนนเสียงเห็นชอบไม่ถึงเกณฑ์ตามมาตรา 172 ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรนำความขึ้นกราบบังคมทูล เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งบุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดเป็นนายกรัฐมนตรี 

             ซึ่งที่ผ่านมามีการติงว่าเป็นการเปิดช่องโหว่ให้ “คนนอก” เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ โดยได้แค่คะแนนสูงสุด ไม่จำเป็นต้องได้เสียงถึง 2 ใน 3 ก็ได้

             คณะกรรมาธิการยกร่างจึงได้ปรับมาตรา 173 ให้ใช้เฉพาะกรณีที่ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ มาจาก ส.ส. เท่านั้น

             หรืออีกนัยหนึ่ง ในกรณีบุคคลที่ไม่ได้เป็น ส.ส. หรือคนนอก จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ต้องได้คะแนนเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนจากสมาชิกสภาผู้แทนฯ เท่านัั้น ส่วนบุคคลที่เป็น ส.ส. เป็นนายกฯ ได้ง่ายกว่า คือ ใช้เสียงเกินครึ่งหรือ คะแนนเสียงมากสุดของสภาผู้แทนฯ แล้วแต่กรณี

             ที่น่าสังเกต ก็คือ ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนว่า จะต้องเป็นกรณีบ้านเมืองมีวิกฤติถึงจะมี “นายกรัฐมนตรีคนนอก” ได้และไม่ได้มีการเขียนเรื่อง “นายกฯ คนนอก” ไว้ใน “บทเฉพาะกาล”ตามที่มีเสียงเรียกร้องแต่อย่างใด

             เรื่อง “นายกรัฐมนตรีคนนอก” ที่ผ่านมามีแรงต้านอย่างมาก ทั้งจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองใหญ่ เช่น พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย

             ผู้ที่ค้านเรื่องนี้ ส่วนใหญ่เห็นว่า ถ้าใครก็สามารถเป็นนายกฯ ได้ ถือว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ถอยหลังเข้าคลอง โดยยกตัวอย่างว่า เมื่อปี 2535 มีการต่อสู้กันในประเด็นนี้จนมีผู้บาดเจ็บล้มตาย จากนั้นมีการเขียนรัฐธรรมนูญให้นายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. ดังนั้น การเขียนให้นายกฯ ไม่จำเป็นต้องมาจาก ส.ส. เหมือนตั้งใจให้มีการสืบทอดอำนาจที่ได้มาจากการรัฐประหาร อีกทั้งเป็นการเปิดช่องให้กลุ่มทุนเข้ามาทุ่มซื้อเก้าอี้นายกฯ ได้เพราะมีเงินและจัดสรรผลประโยชน์ให้แก่นักการเมืองได้เก่ง   

             เรื่องกระแสค้าน “นายกฯ คนนอก” นี้ มองข้ามกันไม่ได้ เพราะอาจมีผลต่อการที่ สปช. จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมทั้งการทำ “ประชามติ” ให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่านในที่สุด