ข่าว

ปาดคอเย้ย'ปู'ไม่ผิดจริยธรรม

ปาดคอเย้ย'ปู'ไม่ผิดจริยธรรม

09 ก.ค. 2558

'สนช.' อุ้ม 'วัลลภ' ไม่ผิดจริยธรรม แค่ตกใจเห็นผลคะแนนถอดถอนออกมาสูงมาก ไม่มีเจตนาแสดงท่าทางเยาะเย้ย 'ยิ่งลักษณ์' ซัด 'กสทช.' ใช้งบไม่สอดคล้องหลักธรรมาภิบาล

 
                       9 ก.ค. 58  เมื่อเวลา 10.00 น.  มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานผลการสอบสวนของคณะกรรมการจริยธรรมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กรณีการร้องเรียนนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช.แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ในลักษณะเยาะเย้ยด้วยการแสดงท่าทางยกมือขึ้นปาดคอตัวเอง ภายหลังจากทราบผลการลงมติของ สนช.ในการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในโครงการรับจำนำข้าว ตามที่ ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล หรือ 'เต่านา' ร้องเรียน
 
                       โดยที่ประชุม สนช.ได้ขอประชุมลับในการพิจารณารายงานผลการสอบสวนของคณะกรรมการจริยธรม โดยใช้เวลา 30 นาที ภายหลังการประชุมลับ นายพีระศักดิ์ แจ้งต่อที่ประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การกระทำของนายวัลลภ ไม่ได้เป็นการฝ่าฝืน หรือกระทำขัดต่อข้อบังคับการประชุมว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สนช.
 
                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมลับ คณะกรรมการจริยธรรม ฯ ได้รายงานผลสอบให้ที่ประชุมทราบว่า นายวัลลภ ได้แสดงพฤติกรรมตามที่มีการร้องเรียนมาจริง แต่ไม่มีเจตนาที่จะเยาะเย้ยถากถาง หรือส่อเสียด น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นเพียงการตกใจที่เห็นผลคะแนนถอดถอนออกมาสูงมาก จึงแสดงท่าทางดังกล่าวออกมา ซึ่งเป็นการทำเพียงครั้งเดียว และจบ ไม่มีการแสดงอาการเยาะเย้ยต่อเนื่อง จึงไม่เข้าข่ายผิดประมวลจริยธรรม สนช. ซึ่งที่สมาชิกในที่ประชุม สนช.ก็ไม่มีใครติดใจเรื่องดังกล่าว โดยเห็นตามผลสรุปที่คณะกรรมการจริยธรรมเสนอมา
   
 
 
ซัด 'กสทช.' ใช้งบไม่สอดคล้องหลักธรรมาภิบาล
 
 
                       ที่ประชุม สนช.ได้ให้ความเห็นชอบรายงานการพิจารณาศึกษา ติดตาม และตรวจสอบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ติดตาม และตรวจสอบการปฏิบัติงานของ กสทช. ที่มี พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช.เป็นประธานฯ ได้พิจารณาเสร็จแล้ว  
 
                       โดย พล.อ.สมเจตน์ ได้นำเสนอรายงาน พร้อมข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ทั้งการใช้จ่ายงบประมาณ และติดตามการดำเนินการของ กสทช. ด้านการบังคับใช้กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติของ กสทช. พร้อมทั้งแจ้งไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป โดยรายงานระบุถึงการจัดทำและการบริหารงบประมาณประจำปี 2556 ของ กสทช. ไม่ได้ดำเนินการสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลในการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีและกรอบวินัยการคลังที่ดี การเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดจนเป็นเหตุให้มีการกันเงินเหลื่อมปีจำนวนมาก
 
                       พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบค่าใช้จ่ายการดำเนินงานของปี 2556 พบข้อบกพร่องในการจ้างที่ปรึกษา ไม่มีแผนงานการจัดจ้าง การดำเนินการมักมีผู้เสนอราคาเพียงรายเดียวและใช้วิธีพิเศษ ขั้นตอนในการจัดจ้างและจัดทำขอบเขตการดำเนินงาน (TOR) ไม่โปร่งใส กำหนดกิจกรรมในแต่ละโครงการไม่ชัดเจน งบประชาสัมพันธ์พบว่าถูกใช้จ่ายไปอย่างฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น เน้นประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ขององค์กรมากกว่าส่งเสริมความรู้ให้ประชาชน กมธ.จึงเห็นควรให้มีการพิจารณาทบทวนเพื่อนำไปสู่การพิจารณาแก้ไข พ.ร.บ.กสทช. 2553 และระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างและความเป็นอิสระของ กสทช. ให้มีความสมบูรณ์และชัดเจน อาทิ ให้อำนาจการตัดสินใจเพื่อลงมติให้ดำเนินโครงการสำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องใช้วงเงินงบประมาณจำนวนสูงมากนั้น ให้เป็นมติของที่ประชุม กสทช.เท่านั้น เพื่อป้องกันการใช้มติ 3 ใน 5 ของคณะกรรมการเฉพาะด้านในการประชุมเรื่องสำคัญ
 
                       พล.อ.สมเจตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของ กสทช. หรือ ซูเปอร์บอร์ด ก็ประสบปัญหาไม่สามารถวัดประสิทธิภาพและประสิทธิผลการดำเนินการของ กสทช.ได้อย่างแท้จริง เนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือจาก กสทช.ทั้งข้อมูล และหลักฐาน อีกทั้ง กปต.ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก กสทช. ทั้งที่เป็นหน่วยงานที่ต้องเข้าไปตรวจสอบ ดังนั้นจึงควรพิจารณาทบทวนว่ายังควรมี กปต.ต่อไปหรือไม่ ซึ่งหากคงไว้จะต้องมีความเป็นอิสระขึ้นตรงกับวุฒิสภา เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ เห็นควรให้แก้ไข พ.ร.บ.กสทช.มาตรา 24 และ 59 กำหนดให้การเปิดเผยข้อมูลตามวรรคหนึ่งต้องดำเนินการภายในระยะเวลาไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่สำนักงาน กสทช.ได้รับข้อมูล เว้นแต่เหตุจำเป็นให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกิน 15 วัน แต่ต้องแสดงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องขยายเวลาไว้ด้วย
 
 
 
 
---------------------
 
(ที่มาภาพ : https://goo.gl/a3zN0J)