
นายกฯห่วงคนไทยในตุรกีสั่งกต.ดูแล
09 ก.ค. 2558
นายกฯ ห่วงคนไทยในตุรกี สั่ง กต.ดูแลคนไทย ด้าน รองโฆษก รบ. ยันรบ.ไทยทำตามขั้นตอนส่งอุยกูร์ไปจีน พิสูจน์สัญชาติ 100 คนพบเกิดที่จีน
9 ก.ค.58 เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.วีรชน สุนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงที่ศูนย์แถลงข่าวตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีที่ทางการไทยส่งตัวชาวอุยกูร์กลับตุรกีและจีน จนเกิดเหตุการณ์บานปลายอยู่ที่สถานกงศุลไทยในตุรกี ว่า เรื่องราวของชาวอุยกูร์กับประเทศไทยมีมานานเป็นปีแล้ว ซึ่งชาวอุยกูร์มีปัญหากับทางการของจีนแล้วอพยพหลบหนีเข้ามาในไทย และทางการไทยได้ดูแลชาวอุยกูร์มาเป็นปีแล้ว เช่นเดียวกับการที่เราดูแลชาวม้งที่อพยพจากสปป.ลาวมาอยู่ในไทย แต่ทั้งนี้กรณีของชาวอุยกูร์ทางการไทยได้มีการหารือกับรัฐบาลของตุรกีและรัฐบาลจีนถึงรูปแบบการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยในขั้นต้นทางการไทยได้มีการพิสูจน์สัญชาติอย่างต่อเนื่องว่าใครเป็นชาวตุรกี ใครที่เป็นชาวจีน มีถิ่นพำนักหลักฐานว่าเป็นชาวจีน
รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนการพูดคุยกับทางการของ 2 ประเทศมีการหารือกันเรื่อยๆบนพื้นฐานของกติกา กฎหมายที่เกี่ยวข้อง กฎหมายระหว่างประเทศ กระบวนการยุติธรรมต่างๆ และด้านมนุษยธรรม เมื่อมีการพิสูจน์สัญชาติชัดเจนว่าเป็นชาวตุรกี ประมาณ 170 คนเศษ จะต้องได้รับการส่งตัวกลับไปที่ตุรกี ซึ่งประเด็นนี้ทางการจีนไม่เห็นด้วยกับประเทศไทยเท่าที่ควร เพราะเขามองว่าคนเหล่านี้ไปเคลื่อนไหวในประเทศจีน แต่สุดท้ายมีการเจรจากันว่าตามหลักกติกาสากลที่ต้องเคารพก็ต้องส่งคนเหล่านั้นกลับ
“ส่วนหนึ่งก่อนหน้านี้ที่ไม่ปรากฏเป็นข่าวเพราะเราถือว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องของความมั่นคงก็มีการส่งกลับไปที่ตุรกี แต่ยืนยันว่าไทยดูแลชาวอุยกูร์ที่พิสูจน์ชัดเจนว่าเป็นชาวตุรกี และไม่มีเรื่องของการกระทำผิดในประเทศจีน แม้รัฐบาลจีนอาจจะทัดทานขอให้ตรวจสอบ และไทยพิสูจน์แล้วว่าคนเหล่านี้ไม่ได้ทำอะไรผิดก็ส่งกลับไปสู่ตุรกี” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า ตามปรากฏเป็นข่าวว่ามีการส่งกลับคนอุยกูร์ประมาณ 100 คน กลับไปที่จีน โดย 100 คน ที่ส่งกลับจีนมีการพิสูจน์แล้วเช่นเดียวกันว่าเขาเป็นคนจีน ที่เกิดในประเทศจีน และมีถิ่นพำนักในจีน แต่อพยพหลบหนีพร้อมกันกับกลุ่มใหญ่ แต่เมื่อมีการตรวจสอบแล้วในฐานะที่ไทยเป็นผู้รับผิดชอบในการส่งกลับจึงมีการพูดคุยเรื่องข้อกังวลต่างๆกับรัฐบาลจีนแล้วว่าคนเหล่านี้มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย รวมถึงมีการสอบถามจีนให้ด้วยว่าถ้าคนเหล่านี้กลับไปจะมีการดำเนินการอย่างไร ซึ่งจีนยืนยันในหลักการว่าเขามีการดูแลเรื่องความปลอดภัย การจะนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและมีการจัดดูแลตามหลักพื้นฐานของมนุษยธรรม ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของสองประเทศที่ได้พูดคุยกัน จึงมีการส่งกลับไป อย่างไรก็ตามยังเหลือชาวอุยกูร์อยู่อีกประมาณ 50 คนที่ยังไม่สามารถพิสูจน์สัญชาติได้ และหากพิสูจน์ไม่ได้ก็จะไม่มีการดำเนินการกับเขาและต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา รวมทั้งฝ่ายตุรกีหรือจีนต้องมีหลักฐาน มีสิ่งที่บอกว่าเขาเป็นคนของเขา โดยจะมานำกลับโดยไม่มีหลักฐานไม่ได้
“ถามว่าเมื่อ ชาวอุยกูร์ที่มีสัญชาติจีนเข้ากระบวนการของจีนแล้วถ้าเขาไม่ปรากฏว่ามีการกระทำความผิดใดๆทางการจีนก็จะดำเนินการในเรื่องของการหาที่อยู่พำนัก อาชีพ ให้ บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นการพูดคุยโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง และยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องที่อยู่ๆมีการดำเนินการตามใจใคร หรือว่าทำโดยไม่มีหลักการ แต่มีการประสานงานเป็นขั้นตอนเป็นระบบทุกอย่าง” พล.ต.วีรชน กล่าว
รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า ห้วงเวลาที่มีการส่งกลับ ในส่วนของการส่งกลับตุรกีส่งกลับในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ส่วนส่งกลับจีนก็ตามที่เป็นข่าวคือเมื่อวานนี้ ทั้งนี้ในเรื่องที่ประเทศไทยให้ความช่วยเหลือผู้อพยพต่างๆเราทำมาโดยตลอด ถ้าใครจะมาตั้งคำถามว่ารัฐบาลไทยไม่ดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชนหรือมนุษยธรรม ตนอยากให้ย้อนกลับไปดูในอดีตว่าเรามีการปฏิบัติอย่างไร อาทิ การดูแลชาวม้ง ชนกลุ่มน้อยต่างๆจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นแสนๆคนที่ปัจจุบันเหลืออยู่ 1.3 แสนคน ก็ยังดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่มีนโยบายละเมิดหรือทำอะไรที่ขัดต่อกติกาสากล
ส่วนเหตุการณ์ที่มีการบุกทำลาย สำนักงานกงสุลใหญ่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกีในขณะนี้นั้น พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า เป็นปัญหาในเรื่องของการรับรู้ข้อมูล เพราะก่อนหน้านี้ทั้งไทย ตุรกี จีน มองว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อาจจะไม่ได้สร้างการรับรู้ แต่ขณะนี้ถ้ารัฐบาลตุรกีมีการสร้างความเข้าใจกับประชาชนของเขาว่าไทยดูแลอย่างไร มีการอำนวยความสะดวกอย่างไร ถึงแม้ว่าจะได้รับการทัดทานจากจีนบ้างแต่ไทยก็อำนวยความสะดวกตามหลักสากล ซึ่งการรับรู้นี้รัฐบาลตุรกีต้องเร่งดำเนินการ เพราะไม่อยากให้มีการกระทบถึงความสัมพันธ์
“ในระดับรัฐบาลมีความเข้าใจเป็นอย่างดี แต่ว่าในเรื่องของประชาชนแน่นอนว่าเราต้องเข้าใจว่าความเป็นพี่น้องมุสลิมก็มีความห่วงใย แต่ต้องให้รับทราบเป็นวงกว้างทั่วไปว่าไทยดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบ” พล.ต.วีรชน กล่าว
ส่วนการดูแลคนไทยในประเทศตุรกีขณะนี้ รองโฆษกฯ กล่าวว่า เท่าที่รับทราบที่ตุรกีมีคนไทยอาศัยอยู่ 1,300 คน ก็ต้องมีการแจ้งเตือนว่าต้องต้องระมัดระวังตัวในช่วงนี้ และรวมทั้งจะมีการประสานกับทางการตุรกีด้วยอีกทาง ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยคนไทยและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในสถานทูตและสถานกงศุลไทยในตุรกี โดยนายกฯกำชับให้ดูแลความปลอดภัย และให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานเพื่อดูแลความปลอดภัยคนไทยในตุรกี ส่วนการประสานงานติดต่อกับรัฐบาลตุรกีในระดับของผู้นำกับผู้นำหรือไม่ พล.ต.วีรชน กล่าวว่า ในชั้นต้นก็มีการประสานงานกันในระดับสูงทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ในส่วนของผู้นำก็มีการสื่อสารกันทำความเข้าใจกันสื่อสารหารือกัน โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายในการพูดจาหารือกันกับทางตุรกี
สถานทูตไทย ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี แจ้งปิดบริการด้านกงสุล 1 วัน
ผู้สื่อข่าวว่า จากกรณีสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ถูกบุกรุกและทรัพย์สินเสียหาย ในค่ำคืนที่ผ่านมานั้น สถานทูตไทย ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ได้ประกาศผ่านทางเว็บไซต์ ว่าทางสถานทูต ขอปิดบริการด้านกงสุล ในวันนี้ (9 ก.ค.) เป็นเวลาหนึ่งวัน



