ข่าว

แม่ผู้ต้องหา‘ปล้นรถขนเงิน’แบงก์กสิกรหอบเงินส่งคืนตร.

แม่ผู้ต้องหา‘ปล้นรถขนเงิน’แบงก์กสิกรหอบเงินส่งคืนตร.

09 ก.ค. 2558

แม่ 1 ใน 4 ผู้ต้องหาคดีปล้นทรัพย์แบงก์กสิกร หอบเงินเกือบ 5 แสน มอบตร.ยันเป็นเงินที่ลูกชายใช้ก่อเหตุพร้อมชี้จุดจอดรถยนต์ป้ายแดงภายในสนามบินดอนเมืองให้ตร.อายัด

 
 
          วันที่ 9 ก.ค. เมื่อเวลา 00.30 น. พลตำรวจโทศิวราห์ รังสิพรามณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจตรีชยพล ฉัตรชัยเดช รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจตรีสมบัติ มิลินทจินดา ผู้บังคับการกองสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบรถยนต์ยี้ห้อฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียนป้ายแดง อ-7125 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่ภายในอาคารจอดรถ 1 ชั้นบี ล๊อคที่ c-23 ท่าอากาศยานดอนเมือง  

          หลังจากที่นางชลิตา ภัทราวานนท์ มารดาของนายศาสตรา สุขสม 1 ใน 4 ผู้ต้องหาในคดีปล้นทรัพย์ธนาคารกสิกร สาขาโลตัสพระราม 1 ที่ขณะนี้หลบหนีอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำเงินจำนวนกว่า 4 แสน 9 หมื่นบาท ที่ได้จากการก่อเหตุเข้าส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล
      
          นางชลิตา กล่าวว่า ลูกชายของตนได้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาฝากไว้ที่ตนเมื่อวันที่ 4 ก.ค.58 อ้างว่าได้มาจากการเล่นพนัน และยังทราบว่าได้ออกรถยนต์ดังกล่าวมาจอดไว้ที่ท่าอากาศยานดอนเมืองก่อนออกเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังทราบว่าลูกชายของตนเป็นผู้ก่อเหตุปล้นทรัพย์ ที่เป็นข่าวจากสื่อต่างๆ ที่มีชื่อตามหมายจับในคดีนี้ นางชลิตายังกล่าวอีกว่าตนยังได้รับการติดต่อจากลูกชายผ่านไลน์ ว่าที่เดินทางไปต่างประเทศเพื่อท่องเที่ยว และยอมรับว่าได้ก่อเหตุจริง พร้อมบอกให้เข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย
       
          จากการตรวจค้นภายในรถยนต์ดังกล่าว  พบเอกสารการซื้อขายรถจากศูนย์จำหน่ายย่านบางขุนเทียน เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.58 ที่ซื้อด้วยเงินสด ทราบว่านายศาสตรา ใช้ชื่อนางชลิตา เป็นผู้ครอบครอง รวมถึงนามบัตรร้านขายแหวน และบัตรทางด่วนอีซีพาส ซึ่งของกลางทั้งหมดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการอายัดเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบในรูปคดี
      
          อย่างไรก็ตาม  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้ครอบครองหรือสงสัยว่าได้ครอบครองทรัพย์สินที่ได้มาจากการก่อเหตุ ซึ่งถือว่าเป็นการครอบครองสิ่งของหรือทรัพย์สินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ให้รีบนำไปคืนได้ที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจใกล้เคียงหรือมอบคืนโดยตรงที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล มิเช่นนั้นจะถือว่ามีความผิด และจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน